และแล้ว สนามพระวิภาวดี อาทิตย์สุดท้ายของเดือนที่ ๘ ก็จะผ่านไป จึงขอเปิดเวทีด้วย พระสมเด็จเกศไชโย พิมพ์ ๖ ชั้น อกตัน วัดไชโยวรวิหาร อ.ไชโย อ่างทอง ที่มีประวัติการค้นพบตอนองค์พระหลวงพ่อโตพังทลาย พบพระพิมพ์ที่เชื่อว่า พระสมเด็จพุฒาจารย์ (โต) ไปสร้างบรรจุไว้ ไหลออกมา ซึ่งยุคแรกพบ พระมีมากพิมพ์กว่า ๓ พิมพ์ปัจจุบัน ที่จัดเป็นพิมพ์มาตรฐานเพราะพิมพ์อื่นๆ มีน้อย ไม่พอหมุนเวียนเปลี่ยนมือซื้อขาย พิมพ์เหล่านั้นจึงไม่ได้รับความนิยม เช่น พิมพ์ใหญ่ไหล่ตรง พิมพ์ใหญ่หูประบ่า พิมพ์ฐาน ๕ ชั้น และอื่นๆ พระสมเด็จเกศไชโย พิมพ์ ๖ ชั้น อกตัน วัดไชโยวรวิหาร ของโอ๋ วิเศษ.พิมพ์นิยม ๖ ชั้น อกตัน องค์นี้ เจ้าของคือ เสี่ยโอ๋ วิเศษ สายตรงเจ้าถิ่น เป็นพระสภาพสมบูรณ์สวยแชมป์ และเดิมๆแบบนี้ ปัจจุบันหายากมาก ราคาก็ขึ้นสูงถึงหลักล้านต้นๆ มานานแล้วต่อด้วย พระกริ่งพรหมมุนี สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศน์ กทม. สร้างระหว่าง พ.ศ.๒๔๕๙-๒๔๖๕ ด้วยเนื้อโลหะผสม (นวโลหะ) ภายใน สีนากกลับขาว แล้วกลับดำสนิท พระกริ่งพรหมมุนี สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศน์ ของอิทธิ ชวลิตธำรง.ตรงนี้ขอแทรกตอบ คำถามสนามพระ ว่า คำว่า กลับ ในภาษาพระเครื่องหมายถึง เปลี่ยน และที่ เปลี่ยน หรือ กลับ ก็เกิดจากปฏิกิริยาที่เรียกว่า ออกซิเดชัน (Oxidation) ซึ่งเป็นปฏิกิริยาระหว่างผิวโลหะกับออกซิเจนและความชื้นในอากาศ ทำให้เกิดสารประกอบใหม่เคลือบบนผิวโลหะจึงทำให้สีเปลี่ยนไปเนื้อพระ โลหะผสม เช่น เนื้อนวโลหะ เนื้อสัมฤทธิ์ จะมีส่วนผสมของโลหะหลายชนิด และมี “เงิน” หรือ “ทองแดง” สูง เมื่อเงินทำปฏิกิริยากับก๊าซกำมะถัน ในอากาศ หรือเหงื่อ จะทำให้ผิวพระค่อยๆ เปลี่ยน “กลับ” เป็นสีเทาเข้มจนถึงดำสนิทกลับมาว่าต่อพระกริ่งพรหมมุนี เทหล่อแบบกริ่งในตัว จำนวนสร้าง ๖๑ องค์ ในวาระเจริญพระชนมายุ ๕ รอบ มอบคณะศิษย์ที่จัดทำสำรับถวายพระที่มาเจริญพระพุทธมนต์ จึงเรียกเป็นรุ่น “ถวายสำรับ”องค์นี้ของ เสี่ยอิทธิ ชวลิตธำรง (เจ้าเก่า) ซึ่งได้มาด้วยความภูมิใจ เพราะสภาพสมบูรณ์ สวยเดิมๆ ดูง่าย สบายตา และเล็งไว้นานแล้ว พอแก่กล้าวิชาเชื่อว่า ตาแม่น จึงตัดสินใจซื้อด้วยตัวเองตามมาคือ พระพิมพ์งบน้ำอ้อย เนื้อตะกั่ว หลวงพ่อเนียม วัดน้อย สุพรรณบุรี พระพิมพ์นิยมเบอร์ต้นของหลวงพ่อเนียม ที่มีอานุภาพเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ ด้านแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี พระงบน้ำอ้อย เนื้อตะกั่ว พิมพ์เล็กสตางค์ห้า หลวงพ่อเนียม วัดน้อย ของเอ็ม สามโก.เป็นพระเทหล่อ เนื้อตะกั่ว พิมพ์ทรงกลม ๒ หน้า พิมพ์พระพุทธนั่งปางสมาธิ ด้านละ ๑๐ องค์ แยกพิมพ์เป็น ๑.พิมพ์ใหญ่ ๑ สลึง ๒.พิมพ์กลาง ๑๐ สตางค์--และ ๓.พิมพ์เล็ก ๕ สตางค์อย่างองค์นี้ของ เสี่ยเอ็ม สามโก ที่สวยแชมป์ เดิมๆ ราคามาตรฐานหลักแสน แต่หายากตามมาด้วย เหรียญปั๊มหลวงปู่ทวด หลังหนังสือ (ว.หัวกลวง) พ.ศ.๒๕๐๕ วัดช้างให้ ปัตตานี สร้างโดยสั่งปั๊ม แบบตัดขอบ จากโรงงานในกรุงเทพฯ แล้วนำไปปลุกเสกที่วัดช้างให้ โดย พระครูวิสัยโสภณ (ทิม) เป็นประธาน เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๕ พร้อม เหรียญหลังเตารีด และอื่นๆ เหรียญปั๊มหลวงปู่ทวด หลังหนังสือ (ว.หัวกลวง) พ.ศ.๒๕๐๕ วัดช้างให้ ของ บอมเบย์ สุพรรณ.เป็นเหรียญปั๊ม เนื้อโลหะผสม ทรงกลีบบัวใหญ่-เล็ก คล้ายพิมพ์หลังเตารีด ด้านหน้าเป็นรูปองค์จำลองหลวงปู่ทวด ด้านหลังมีอักขระพระคาถาและนามหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ อย่างเหรียญนี้ ของ เสี่ยบอมเบย์ สุพรรณ เป็น เหรียญหลังหนังสือเล็ก (ว.หัวกลวง) สวยคมจัดชัดลึก ผิวเดิมๆ ไร้รอยสัมผัส ผิวปรอทยังเต็มร้อยต่อด้วยพระที่ตลาดถามหามากที่สุด พระพุทโธน้อย พิมพ์ใหญ่ เนื้อดิน แม่ชีบุญเรือน โตงบุญเติม วัดอาวุธฯ กรุงเทพฯ อุบาสิกาทรงศีล ศิษย์หลวงปู่พริ้ง วัดบางปะกอก พระพุทโธน้อย พิมพ์ใหญ่ เนื้อดิน คุณแม่ชีบุญเรือน วัดอาวุธฯ ของพชรวัฒน์ พินิจพณิชย์.สร้างที่วัดอาวุธฯ เพื่อหารายได้บูรณะวัด เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๔ ด้วยเนื้อผงพุทธคุณ อธิษฐานผสมผงพระเก่า พิมพ์เป็นองค์พระทรงกลีบบัว ด้านหน้าเป็นรูปองค์จำลององค์พระไภษัชยคุรุ อย่างพระกริ่งใหญ่ ด้านหลังเป็นอักขระ “พุทโธ” จมเข้าเนื้อมีอานุภาพเลื่องลือด้านเมตตา แคล้วคลาดโชคลาภ นิยมเรียก “พระพุทโธน้อย” มีพิมพ์จัมโบ้ ใหญ่ กลาง เล็ก เนื้อพระมีผงพุทธคุณ เนื้อดิน ฯลฯพักนี้ได้ชมต่อเนื่อง เพราะมีพระเข้าทุกสนามสวนกระแสเหงาเงียบของวงการพระ โดยเฉพาะองค์สภาพงามสมบูรณ์เดิมๆ อย่างองค์นี้ ของ เสี่ยพชรวัฒน์ พินิจพณิชย์ (รุ่ง ยุ่งทุกวัด) ซึ่งเป็นเนื้อนิยม สร้างน้อย หายากมากองค์สุดท้ายขอเชิญชม เหรียญยันต์ดวง หลวงปู่ดู่ วัดสะแก จ.พระนครศรีอยุธยา พระเกจิฯ ผู้มีชื่อเสียงทั้งบู๊-บุ๋น ที่ชาวกรุงเก่าเคารพศรัทธามาก ตลอดอายุท่านสร้างพระเครื่อง ของขลัง หลายแบบ หลายรุ่นให้ศิษย์ใช้บูชา พร้อมคำสอน “ยึดติดในวัตถุมงคล ดีกว่าติดสิ่งอัปมงคล” เหรียญยันต์ดวง หลวงปู่ดู่ วัดสะแก ของนิธิวัชร์ ศิริวรานภาพงศ์.เหรียญนี้ท่านสร้างออก พ.ศ.๒๕๒๖ แจกผู้เข้าร่วมปฏิบัติธรรม เป็นเหรียญปั๊ม ทรงกลม รูปไข่ หูในตัว ด้านหน้าเป็นรูปจำลองท่านครึ่งองค์ ห่มจีวรลดไหล่ พาดผ้าสังฆาฏิ รอบขอบเหรียญล้อมศีรษะ เป็นอักษรพระคาถาแก้ว ๓ ประการว่า พุทธงฺสรนงฺคัจฉามิ ธมมฺงสรนงฺคัจฉามิ สงฺฆงฺสรนงฺคัจฉามิด้านล่างเป็นนามฉายา “พระพรหมปัญโญ” ด้านหลังเป็น ยันต์ดวงกำเนิด กับนามวัดสะแก มี ๓ เนื้อ คือ ทองคำ เงิน ทองแดง และเนื้อพิเศษ ลองพิมพ์ นิดหน่อยน้อยมาก-- เหรียญนี้ของ เสี่ยนิธิวัชร์ ศิริวรานภาพงศ์ เป็นเนื้อทองแดง สวยคมชัด ผิวเดิมๆ เต็มร้อย ไร้รอยสัมผัสแบบนี้ราคาหลักหมื่นกลางมาถึงเรื่องปิดท้ายบ๊ายบายเดือนสิงหาคม ว่าในขณะที่คนไทยกำลังชื่นชมกับ น้องหนูเนเน่ ที่ทำเอาผู้ชมในเวทีแข่งขันของ อเมริกา ก็อต ทาเลนต์ เชียร์กันสนั่น เพราะร้อง-เล่นแนวร็อกได้สุดโปรฯ จึงเป็นเรื่องคุยกันทั่วบ้านทั่วเมืองด้วยความชื่นชม แต่ละคนก็พยายามหาเกร็ด หาประวัติ น้องเนเน่ มาเล่าอวดกัน เช่น ฝึกเล่นจากไหน ใครสอน ฯลฯ ซึ่งวงการพระก็เหมือนกัน มีแต่คนคุยถึงสาวน้อยคนเก่ง แต่ไม่ใช่เรื่องดนตรีกีตาร์ ร็อกแร็กอะไร แต่อยากรู้ว่าพระองค์ ในคอน้องทั้ง 3 องค์ เป็นพระอะไร วัดไหน เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.สีกาอ่างคลิกอ่านคอลัมน์ "สนามพระ" เพิ่มเติม