“อนุทิน” ทิ่มหมัดตรงใส่ ปชน.ก่อนยกคณะบินเยือนออสเตรเลีย ซัดเกมของพวก แพ้เลือกตั้งอยากเป็นรัฐบาล ยัดคดีฮั้ว สว. ใส่ญัตติซักฟอก ทุบความเชื่อมั่นโบ้ยเลือก สว.ปี 67 แต่รัฐบาลนี้เข้ามาปี 69 ไม่เกี่ยวข้องกัน การันตี รมต.ทุกคนพร้อมตอบ ทุกข้อสงสัย แต่เรื่องไม่เกี่ยวกับรัฐบาลไม่ตอบ “พิพัฒน์” ชิ่งไม่มีชื่อเอี่ยว 229 ผู้ถูกกล่าวหาคดีฮั้ว สว. “ไชยชนก” ไม่กังวลเป็น รมต.สายล่อฟ้า ทำใจถูกจับโยง “ครูใหญ่ ค่าย ภท.” “เท้ง” โต้ตรวจสอบโกง สว.มาตลอด ไม่ใช่ เพิ่งมาทำ ตอนแตกคอค่ายสีน้ำเงิน ยันหลักฐานชัดสัญญาว่าจะให้ เส้นเงินผลประโยชน์ตอบแทนมัด ภท.พัวพันขบวนการโกง ดักคออย่าปรับ ครม.หนี “เสรีพิศุทธ์” ขึ้นศาลบุรีรัมย์ไต่สวนคดี “เนวิน” ฟ้องหมิ่นฯ ลั่นยอมที่ดินเขากระโดงดีๆเรื่องจบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ระบุรัฐมนตรีทุกคนพร้อมชี้แจงตอบทุกข้อสงสัยในญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของฝ่ายค้าน ส่วนคดีฮั้ว สว.ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ปี 2569 ขณะที่ สว.เลือกกันปี 2567 ดังนั้นอะไรเกี่ยวข้องกับผลการทำงานของรัฐบาลนี้เราก็ตอบ อะไรไม่เกี่ยวข้องเราไม่ตอบ“อนุทิน”โบ้ยเลือก สว.ปี 67 ก่อน รบ.เข้ามาเมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 17 ส.ค. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจสมัยประชุมสภาฯที่จะถึงว่า รัฐมนตรีทุกคนพร้อมชี้แจงตอบข้อสงสัย หรือสิ่งที่ฝ่ายค้านรู้สึกว่าไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีหลายท่านที่ถูกพาดพิงต้องพร้อมที่จะตอบให้เกิดความชัดเจนต่อประชาชน เราไม่ได้ตอบคนในสภาฯ เราตอบประชาชนทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นรัฐมนตรีทุกคนต้องมีความพร้อม เมื่อถามว่าธงของพรรคประชาชน (ปชน.)ในการอภิปรายเหมือนจะเป็นเรื่องฮั้ว สว. นายอนุทินกล่าวว่า อันนี้ไม่ทราบว่าใครมีธงอะไร รัฐบาลนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่อง สว.ใดๆทั้งสิ้น สว.เป็นอีกสถาบันหนึ่ง เรื่องฮั้ว สว.เป็นคำบัญญัติของใครที่อยากบัญญัติขึ้นมา รัฐบาลนี้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในปี 2569 สว.เลือกกันปี 2567 ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับรัฐบาลนี้ เมื่อถามอีกว่าหากฝ่ายค้านหยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นมาอภิปรายจะตอบหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า อะไรเกี่ยวข้องกับผลการทำงานของรัฐบาลนี้เราก็ตอบ อะไรไม่เกี่ยวข้องเราไม่ตอบเย้ยคนแพ้ ลต.พยายามทุบความเชื่อมั่นเมื่อถามว่านายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อพรรค ปชน.และ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อพรรค ปชน.เปิดเผยคลิปสนทนาฮั้ว สว. นายอนุทินหัวเราะหึๆกล่าวว่า ฮั้ว สว.ถามตนไม่ได้ อยู่ฝ่ายบริหารมีความพยายามจะให้มาเกี่ยวโยงกับรัฐบาล พยายามทำให้รัฐบาลขาดความเชื่อมั่นต่างๆ เป็นเกมของคนที่ไม่ได้อยู่ในรัฐบาลแล้วอยากเป็นรัฐบาล อย่าคิดมาก ทุกอย่างอยู่ที่ผลการเลือกตั้ง จริงๆแพ้เลือกตั้งแล้วต้องยอมรับกติกาตรวจสอบไป แต่อย่าอยู่นอกเกม ส่วนการเผยแพร่เฟกนิวส์ชุมนุมขับไล่นายกฯหน้าทำเนียบรัฐบาลและอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เฟกนิวส์คือเฟกนิวส์ การเสพสื่อเหล่านี้ควรต้องตรวจสอบ ข้อเท็จจริง เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าจะบานปลายโดยปลุกระดมทางโซเชียล นายกฯตอบว่ารัฐบาลทำงานทุกอย่างตามภารกิจหน้าที่ ด้วยความทุ่มเทและซื่อสัตย์สุจริตโต้ดราม่าจัดฉากด่านตรวจอาวุธปืนนายอนุทินกล่าวต่อว่า การถูกด่านตรวจค้นอาวุธปืนและยาเสพติดในพื้นที่ ต. บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ ตรวจค้นรถระหว่างลงพื้นที่เมื่อวันที่ 16 ส.ค. เขาตั้งด่านตรวจปกติ พอดีรถผ่านไปไม่มีอะไรหรอกอย่าไปคิดอะไรมาก ตั้งด่านตรวจดีแล้ว เมื่อถามว่าด่านดังกล่าวจับยาเสพติดได้เยอะ เขาเล่าให้ฟังว่าจับยาเสพติดได้ คนขับมอเตอร์ไซค์แล้วขนยาเห็นด่านตกใจมอเตอร์ไซค์คว่ำ เมื่อถามว่าการไปที่ด่านดังกล่าวไม่ได้วางแผนหรือบอกใครไว้ก่อนใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ได้ไปบุรีรัมย์มาหลายสัปดาห์แล้วต้องแวะไปบ้าง เมื่อถามอีกว่าพอมีข่าวออกไปแล้วมีดราม่าคนตั้งข้อสังเกตว่าจัดฉาก ตำรวจจะไม่รู้เลยหรือว่าเป็นรถนายกฯ นายอนุทินกล่าวว่า คิดเรื่องอื่นดีกว่าเนอะ ตำรวจไม่รู้ ไม่มีรถนำเป็นวันหยุดไม่มีขบวน ไปกับทีมส่วนตัวไม่มีตั้งแถวรับไม่มีจัดใครมารับทั้งสิ้นไทยช่วยไทยเฟส 2 ต้องรักษาสมดุลความคืบหน้าโครงการไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2 มีแนวโน้มอย่างไร ว่าเราต้องสมดุลกันตลอดเวลา เศรษฐกิจต้องเดินไปได้ ประชาชนได้ลดค่าใช้จ่าย รัฐบาลบริหารจัดการงบประมาณได้ มันต้องมีหลายองค์ประกอบ ที่มันบรรจบเข้าด้วยกัน รัฐบาลมีหน้าที่ต้องดูแลทุกข์สุขของประชาชนอย่างเต็มที่อยู่แล้ว แต่รูปแบบของการดูแล ต้องเป็นรูปแบบที่ไม่ใช่รัฐสวัสดิการ ไม่ใช่ประชานิยม ต้องเป็นการร่วมกันและเป็นช่วงเวลาจังหวะที่ดี เมื่อถามว่าไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2 จะต้องมีใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าอะไรที่ทำให้ประชาชนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี เราต้องคิดทุกวัน มันไม่ใช่เรื่องนี้เรื่องเดียว เมื่อถามว่าเงินในคลังยังซัพพอร์ตเรื่องนี้ได้ นายอนุทินกล่าวว่า ที่ผ่านมายังไม่เคยขาดยันสหรัฐฯไม่ได้กดดันไทยเลือกข้างนายอนุทินยังกล่าวถึงกรณีสหรัฐฯเตรียมส่งจดหมายแจ้งเตือนประเทศพันธมิตรและผู้ค้ากว่า 35 ประเทศให้ต้องเลือกข้างในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระหว่างสหรัฐฯกับจีน ไทยวางตัวเป็นกลางมาตลอดจะส่งผลกระทบการเจรจาภาษีหรือไม่ว่า ไม่น่าเกี่ยวข้องกัน มีเงื่อนไขเวลาเข้าไปโต๊ะเจรจา ยังมีรายละเอียดอยู่ข้างล่าง เลือกข้างแปลว่าอะไรต้องไปถึงระดับไหนที่ต้องเลือกข้าง สัปดาห์ที่แล้ว รมช.กลาโหมสหรัฐฯ แวะมาที่ทำเนียบรัฐบาล ยืนยันทั้ง 2 ฝ่ายว่าความมั่นคง การฝึกคอบร้าโกลด์ การสนับสนุนด้านความมั่นคงทางทหาร ไม่เกี่ยวข้องกับการเจรจาการค้า ที่ รมช.กลาโหมสหรัฐฯมาพบไทยถี่ ไม่มีการกดดันอะไรเลย ไม่ได้ดูรูปหรือ ทุกอย่างบรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นชมของความร่วมมือ ทำไมถึงบอกว่าเขามากดดันมันไม่มีเลย มาพบกัน มาคุยกันเรียกขานกันด้วยชื่อแรกด้วยซ้ำ ผมเรียกท่านรัฐมนตรี เขาเรียก Mr.Prime Minister ผมบอกว่า call me หนู”ยกคณะเยือนออสเตรเลียต่อมาเวลา 09.00 น. นายอนุทินพร้อมนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภรรยา นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.เกษตรฯ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกฯ และนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ออกเดินทางจากท่าอากาศยานกองบิน 6 ดอนเมือง (บน.6) ไปยังนครซิดนีย์ เครือรัฐออสเตรเลีย เยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของนายแอนโทนี แอลบาเนซี นายกฯเครือรัฐออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ 17-20 ส.ค. ก่อนเดินทางต่อไปยังนครโอ๊คแลนด์ เพื่อเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 20-22 ส.ค. นายอนุทินจะเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติซิดนีย์ คิงส์ฟอร์ด สมิธ (Sydney Kings ford Smith Airport) นครซิดนีย์ เวลา 21.05 น. ตามเวลาท้องถิ่นนครซิดนีย์ เร็วกว่าเวลาประเทศไทย 3 ชั่วโมงดันยุทธศาสตร์หุ้นส่วนไทย–ออสซีต่อมาเวลา 22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นนครซิดนีย์ เครือรัฐออสเตรเลีย เร็วกว่าไทย 3 ชั่วโมง นายอนุทินเดินทางถึงนครซิดนีย์ เครือรัฐออสเตรเลีย ทันทีที่ไปถึงนายไมเคิล จอห์น เดลี อัยการสูงสุดรัฐนิวเซาท์เวลส์ ในฐานะผู้แทนผู้สำเร็จราชการแห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ นางลอรา ทอมป์สัน รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีฝ่ายพิธีการทูต สำนักนายกฯและคณะรัฐมนตรีเครือรัฐออสเตรเลียให้การต้อนรับ โดยการเยือนครั้งนี้นายกฯและคณะเตรียมหารือเพื่อขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย-ออสเตรเลีย ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งนี้พิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการจะจัดขึ้นในวันพุธที่ 19 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาลออสเตรเลีย“พิพัฒน์” พร้อมแจงไม่มีชื่อเอี่ยวฮั้ว สว.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม แกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ถ้าฝ่ายค้านจะอภิปรายกระทรวงคมนาคมต้องพร้อมชี้แจง ไม่ได้กังวลอะไร เท่าที่ดูกระทรวงคมนาคมจะถูกอภิปรายทุกรอบไม่ว่ารัฐบาลไหนในฐานะนายกฯมอบให้กำกับดูแลกระทรวงคมนาคมต้องพร้อมชี้แจง และถ้าจะบอกว่า พุ่งเป้ามาที่ตน กระทรวงคมนาคมไม่น่าจะมี ส่วนใหญ่พุ่งเป้ามาอย่างในรัฐบาลที่แล้วเป็นเรื่องพลังงาน ขณะนี้ ไม่ได้กำกับดูแลกระทรวงพลังงานแล้ว ส่วนแลนด์บริดจ์ปัจจุบันยกเลิกไปแล้ว ฉะนั้นเลยไม่แน่ใจว่าจะอภิปรายเรื่องอะไร มั่นใจกระทรวงคมนาคมไม่มีการทุจริตแน่นอน ความจริงเราเพิ่งเข้ามาทำงานเกือบ 4 เดือน รอบที่แล้วประมาณไม่ถึง 2 เดือน ไม่น่าจะมีอะไรที่จะกังวล เมื่อถามว่าฝ่ายค้านจะนำเรื่องฮั้วเลือก สว.มาอภิปราย นายพิพัฒน์กล่าวว่า เรื่องฮั้ว สว.อยู่ในกระบวนการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สอบอยู่ และตนไม่ได้เกี่ยวข้องเพราะใน 229 คน ที่ว่านั้นชื่อตนไม่มี“ไชยชนก” ไม่กังวลเป็น รมต.สายล่อฟ้าด้านนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เลขาธิการพรรค ภท.ให้สัมภาษณ์ว่าทุกกระทรวงต้องเตรียมความพร้อม เรารวบรวมประเด็นที่น่าสนใจของฝ่ายค้าน ทุกอย่างที่เรารวบรวมได้ทำไปเรื่อยๆ ระหว่างทำงานคิดว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องปกติที่ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว ส่วนตัวไม่กังวล เมื่อถามว่าดูเหมือนว่าเป็นรัฐมนตรีสายล่อฟ้าอยู่เหมือนกัน นายไชยชนกกล่าวว่า ต้องใช้ให้เป็นประโยชน์ การเป็นสายล่อฟ้ามีทั้งข้อดีข้อเสีย ข้อดีถ้าเรามีผลงานและสิ่งดีๆจากหน่วยงานที่เรากำกับดูแลจะเป็นที่สนใจเป็นพิเศษ ไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องแย่อะไร เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ถ้าการอภิปรายครั้งนี้จะถูกโยงเรื่องการเมืองจากกรณีนายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บิดานายไชยชนก กล่าวว่า จะไม่โยงได้อย่างไร ตนเป็นเลขาธิการพรรคจัดตั้งรัฐบาล ต้องเกี่ยวข้องและถูกโยงอยู่แล้ว“ยศชนัน” บอกพร้อมตอบตั้งแต่วันนี้นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากมีเรื่องเกี่ยวข้องกับ กระทรวงการอุดมศึกษาฯว่า เรื่องนี้เอาให้ชัดเจน ไม่ใช่ว่ามั่นใจหรือไม่มั่นใจ การทำงานเรามีการตั้งคณะกรรมการ มีการทำตามคำแนะนำและตามกระบวนการทุกขั้นตอนอยู่แล้ว ไม่ได้มีอะไรต้องกังวล เมื่อถามว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก นายยศชนันถามกลับว่า ตนถูกอภิปรายหรือ เมื่อถามอีกว่าจะต้องมีการเตรียมตัว หรือให้พรรค พท.ติวอะไรหรือไม่ นายยศชนันกล่าวว่า ในฐานะเป็นรองนายกฯมีความรับผิดชอบเต็มที่ มาด้วยสิ่งที่ประเทศมอบหมายมาให้ทำ ไม่มีเรื่องส่วนตัว ฉะนั้นทำเต็มที่ เตรียมข้อมูลและตอบตั้งแต่วันนี้ได้ด้วยซ้ำ ไม่จำเป็นต้องเตรียม และไม่จำเป็นต้องดูแล แยกการเมืองกับเรื่องของกระทรวงปชน.โต้แพ้ ลต.ดิ้นตรวจสอบโกง สว.เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคประชาชน (ปชน.) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. ให้ สัมภาษณ์ถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯระบุคดีฮั้ว สว.ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล หากพรรค ปชน.ชนะเลือกตั้งคงไม่ตรวจสอบว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ใช่การพิสูจน์ทราบเพื่อสิ้นข้อสงสัย นายกฯอยู่ในการเมืองมานาน รู้อยู่แล้วว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นเพียงแค่การมีมูลอันควรเชื่อได้ว่า ก็นำมา อภิปรายไม่ไว้วางใจได้แล้ว และเวทีเสวนาคดีฮั้ว สว.จะเห็นว่าเรามีหลักฐานชี้ชัดว่าขบวนการครั้งนี้มีการจัดตั้ง แลกเปลี่ยน รับผลประโยชน์แน่นอน ที่เรียกกันว่าขบวนการโกง สว.จากคำให้การพยานหลักฐานการจองโรงแรม เส้นทางการเงิน ควรจะพาดพิงไปยังพรรคการเมือง นักการเมืองที่สังกัดอยู่พรรค ภท. ดังนั้นเรื่องนี้ปฏิเสธได้ยากที่จะใช้เทคนิคบังคับกฎหมาย เพื่อมาสกัดไม่ให้เรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อถามว่าถ้าชนะเลือกตั้งจะไม่ตรวจสอบใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า พรรค ปชน.ทำหน้าที่พรรคฝ่ายค้านเต็มที่ ประเด็นการโกง สว.หลักฐานชัดมาก จึงไม่มีอะไรที่อยากเรียกร้อง ไปมากกว่า อยากให้นายกฯและรัฐบาลควรถูกตรวจสอบได้จากสภาฯยืนยัน ภท.พัวพันขบวนการฮั้วเมื่อถามว่า มีประเด็นเรียกร้องให้ตรวจสอบ สว.สีส้มด้วย จะตรวจสอบควบคู่กันหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เราตรวจสอบทุกคนอยู่แล้ว แต่ในกระบวนการเลือก สว. ระเบียบ กกต.ไม่ได้ห้ามการแนะนำ แต่สิ่งที่ทำให้ผิดคือการสัญญาว่าจะให้ เรื่องผลตอบแทนด้านการเงิน ตำแหน่งต่างๆที่เราเรียกว่ากระบวนการโกง สว. ยืนยันว่าตรวจสอบทุกคน เมื่อถามว่าทำไมถึงมาตรวจสอบตอนนี้ เพราะแตกกับฝั่งสีน้ำเงินใช่หรือไม่ คลิปเสียงออกมาตั้งแต่ช่วงนั้น แต่พรรค ปชน.เพิกเฉย บอกว่าให้เป็นการดำเนินการของ กกต. นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เราตรวจสอบเรื่องนี้มาโดยตลอด แต่หลักฐานอาจจะมีทั้งเก่าและใหม่ ยืนยันว่าเราตรวจสอบเรื่องนี้มาตลอดอยู่แล้ว ยิ่งหลักฐานที่เราได้มากขึ้นทุกวันจะมัดตัวการกระทำผิดจากฝั่งรัฐบาล ที่เห็นชัดว่าเรื่องนี้พรรค ภท.มีส่วนพัวพันกับขบวนการโกงเลือก สว.จริงๆป้อง “ไอซ์” ยุอย่าอยู่เฉยคลิปอ้างเบื้องสูงเมื่อถามว่าพอจะบอกได้หรือไม่ว่า คลิปเสียงที่อ้างถึงเบื้องบนล่าสุดหมายถึงใคร ไม่ต้องระบุโดยตรงก็ได้ นายณัฐพงษ์กล่าวยืนยันคุ้มครองแหล่งที่มาของข้อมูล เชื่อว่านายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.คนเปิดเผยข้อมูลไม่ให้ชื่อเหมือนกัน เมื่อถามว่ามีดราม่า มีนักวิชาการและนักวิเคราะห์ไม่เห็นด้วยกับกรณี น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. เรียกร้องเชิงประชดประชัน ให้คนรักสถาบันอย่าอยู่นิ่งกับคลิปเสียง นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ถ้ามองในภาพกว้างจริงๆ ประเทศไทยมีระบบการเมืองที่อนุญาตให้กลุ่มคนที่มีอำนาจใช้กระบวนการนิติสงครามทำลายล้างระบบการเมือง เป็นที่มาที่รณรงค์ในอดีต และมีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย แต่ขณะเดียวกันคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้เอามาเป็นประเด็นรณรงค์บ่นนักร้องไม่ยื่นร้องฝั่งเดียวกับตัวเอง หัวหน้าพรรค ปชน.กล่าวต่อว่า แต่แก้ไขระบบการเมืองของพรรค ปชน. เราแก้ไขส่วนอื่นๆอยู่ ไม่ว่าจะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การแก้ไขให้องค์กรอิสระยึดโยงประชาชนมากที่สุด ถ้าเห็นในคลิปเสียงว่าพาดพิงถึงเบื้องบน จะเห็นบางกลุ่มบางก้อนการเมืองในอดีต หรือบรรดานักร้อง จะร้องทำลายล้างมายังพรรค ปชน.มาตลอด กรณีนี้ในคลิปเสียงมีหลักฐานค่อนข้างชัด จึงอยากให้ประชาชนลองดูว่ากลุ่มก้อนทางการเมืองเหล่านั้น นักร้องต่างๆเหล่านั้น จะเอาประเด็นนี้เขียนคำร้อง ร้องคนที่อยู่ในกลุ่มก้อนการเมืองฝั่งเดียวกับตนเองหรือไม่ การร้องส่วนนี้เป็นประเด็นต่างๆที่ชี้ให้เห็นชัดที่สุดว่าสิ่งที่พูดมาทั้งหมดในภาพใหญ่ว่าปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในระบบการเมืองที่เปิดโอกาสให้คนมีอำนาจใช้กระบวนการนิติสงคราม ทำลายล้างทางการเมืองมากกว่าการปกป้องคุ้มครองสถาบันที่เป็นที่รักของพวกเราทุกคนปัดเรียกร้องให้ยื่นดำเนินคดี ม.112เมื่อถามว่าแสดงว่าพรรค ปชน.เรียกร้องให้มีการยื่นคำร้องคดีตาม มาตรา 112 ด้วยใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้ แต่พูดให้เห็นเส้นมาตรฐาน และให้ประชาชนเป็นคนตัดสินเองว่า การดำเนินการในการตัดสินใจ การดำเนินการในลักษณะเดียวกัน ถ้าปิดหน้าปิดชื่อ ไม่ได้ดูว่ามาจากกลุ่มก้อนการเมืองไหน สังกัดพรรคไหน หรือเป็นพรรคพวกใคร มีการดำเนินการแบบเดียวกันหรือไม่ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าการร้องหรือไม่ร้องใครในเรื่องข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน อาจจะเป็นการเลือกปฏิบัติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อโจมตีทางการเมืองเท่านั้น เมื่อถามว่าจะไม่ขัดกับหลักการพรรคใช่หรือไม่ที่ไม่ควรมีการร้องคดี มาตรา 112 นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หลักการพรรค ปชน.ยืนยันมาตลอดว่ามุ่งหวังให้เป็นสถาบันที่อยู่คู่กับสังคมไทย และการจะทำแบบนั้นได้ เราจะต้องมีการปรับปรุงระบบกฎหมาย ระบบการเมืองที่จะนำไปสู่จุดนั้น แต่เชื่อว่าไม่มีข้อกังวลใดปรับ ครม.หนีซักฟอก ปชช.จะตัดสินเมื่อถามว่า ความคืบหน้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจไปถึงไหน หากมีการปรับ ครม.หนีจะทำอย่างไร นายณัฐพงษ์กล่าวว่า หากดูบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ก่อนจะปรับ ครม.หากมีข้อชี้แจงต้องเข้ามาชี้แจงต่อสภาฯ เชื่อว่าสิ่งที่ประชาชนต้องการจะได้จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ คือการที่ฝ่ายรัฐบาลพร้อมจะเข้ามาชี้แจงและตอบข้อคำถามทุกคำถาม การกล่าวหาจากฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่ถ่วงดุลตรวจสอบ ถ้าจงใจปรับ ครม.เพื่อเลี่ยงการตรวจสอบ สุดท้ายคนที่ตัดสินรัฐบาลได้ดีที่สุด คือประชาชนผ่านการ เลือกตั้งครั้งหน้า“เสรีฯ” ขึ้นศาลไต่สวน “เนวิน” ฟ้องหมิ่นฯเมื่อเวลา 09.00 น. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พร้อมคณะและทีมทนายความ นั่งรถตู้สีดำเดินทางมายังศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ต.ในเมือง อ.เมืองบุรีรัมย์ ตามนัดไต่สวนมูลฟ้องคดีนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นโจทก์ยื่นฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาและแจ้งความเท็จกรณีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อพิพาทที่ดินบริเวณเขากระโดง เกี่ยวเนื่องกับที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนและประชาชน ต่อมาเวลา 12.40 น. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ลงจากศาลมีผู้สนับสนุนและประชาชนมารอให้กำลังใจหน้าศาลจำนวนหนึ่ง ขณะเดียวกันมีประชาชนและอดีตข้าราชการบางราย นำหนังสือร้องเรียนข้อพิพาทเรื่องที่ดิน รวมถึงกรณีสหกรณ์ออมทรัพย์ครูบุรีรัมย์ มายื่นต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์รับเรื่องไว้ จะนำไปตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า จริงๆแล้วไม่จำเป็นต้องมาศาลเอง ก็ได้ แต่งตั้งทนายความมาซักค้านได้ แต่ที่มาต้องการพบและพูดคุยกับนายเนวิน ชิดชอบด้วยตัวเองลั่นถ้ายอมคืนที่ดินดีๆเรื่องจบพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า อยากถามนายเนวิน โดยตรงว่า เมื่อมีคำพิพากษาเกี่ยวกับคดีที่ดินออก มาแล้ว เหตุใดจึงยังไม่ยอมคืนที่ดิน จะดื้อรั้นต่อไปทำไม อ้างว่าที่ผ่านมาคดีเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าวมีความชัดเจนและหากยังเดินหน้าต่อสู้ในกระบวนการศาล เชื่อว่าจะไม่สามารถเอาชนะคดีได้ ถ้ายอมคืนตั้งแต่ตอนนี้ ผมก็อาจจะจบเรื่องให้ตั้งแต่ตอนนี้ก็ได้ ขอให้คืนเสีย เมื่อถามว่า มองว่าฟ้องเพื่อปิดปากหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า มองว่าเป็นการฟ้องเพื่อไม่ให้ตนพูด หรือวิพากษ์วิจารณ์ต่อไป ตนเคยถูกฟ้องคดีหมิ่นประมาทมาเป็นจำนวนมาก แต่ไม่เคยแพ้คดี เมื่อถามว่า อยากฝากอะไรถึงนายเนวิน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า อยากฝากว่าหากต่อสู้กับตนเรื่องนี้ เชื่อว่าจะไม่สามารถเอาชนะตนได้ การยอมคืนที่ดินน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ถือว่าเคารพกฎหมายและ เรื่องสามารถยุติลงได้ ตนไม่ได้โกรธเคืองกับนายเนวิน แม้ในปี 38 เคยมีเหตุการณ์ที่ตนจับกุมหัวคะแนนนายเนวินในคดีซื้อเสียง ตรวจยึดเงินสดได้ประมาณ 11 ล้านบาท ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อมามีการ ฟ้องร้องกลับกันหลายคดีกมธ.ตาโตศาล ยธ.มีเงินสด 3.6 หมื่นล้านเมื่อเวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 สภาฯ มีนายภราดร ปริศนา นันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ รองประธาน กมธ. ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาการของบฯของหน่วยงานศาล ช่วงหนึ่งการประชุมนายวีระ ธีระ ภัทรานนท์ กมธ. ซักถามถึงงบฯสำนักงานศาลยุติธรรมที่ขอจัดสรร 3.7 หมื่นล้านบาท ตรวจสอบพบว่าหน่วยงานมีเงินสดหรือรายการเทียบเท่าเงินสดถึง 3.6 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นงบการเงินที่เป็นเงินสด 48 ล้านบาท เงินทดรองจ่าย 38 ล้านบาท เงินฝาก 2.6 หมื่นล้านบาท เป็นฝากประจำ 689 ล้านบาท ฝากคลัง 9,520 ล้านบาท เงินดังกล่าวฝากที่ ธปท.คล้ายเงินกระแสรายวันไม่มีดอกเบี้ย เงินสดที่หน่วยงาน จะนำออกมาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ ลดภาระทาง งบฯประเทศได้หรือไม่ศาลแจงค่าธรรมเนียมต้องคืนเมื่อคดีจบขณะที่นายภพ เอครพานิช รองเลขาธิการศาลยุติธรรม ชี้แจงว่า งบการเงินของศาลยุติกรรม ที่เป็นรายการเงินสดและเทียบเท่าเงินสด 3.6 หมื่นล้านบาท ไม่ใช่เงินที่ศาลจะนำไปใช้ได้เป็นส่วนที่ต้องคืน เมื่อพิจารณาคดีแล้วเสร็จ ไม่ใช่เงินรายรับของศาล เป็นเงินที่ต้องคืน เป็นเงินฝากระยะสั้น 2.7 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นค่าธรรมเนียมศาล และค่า ธรรมเนียมปรับ 907 ล้านบาท ของศาล 280 แห่ง และเงินรับฝากค่าปรับผู้ประกัน 51 ล้านบาท ต้องนำส่งสิ้นปีงบฯ ขณะที่อีก 14,500 ล้านบาท เป็นเงินที่คู่ความนำมาวางต่อศาล ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมศาล ไม่ใช่ค่าปรับ เป็นเงินเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณา เช่น เงินประกันตัวผู้ต้องหา จำเลย เงินวางทรัพย์ชำระหนี้ เงินค่าธรรมเนียมอื่นๆที่รอศาลตัดสินต้องคืนไม่ว่าโจทก์หรือจำเลย เมื่อคดีเสร็จสิ้น ดังนั้นเงินสด หรือรายการเทียบเท่า 3.6 หมื่นล้านบาท มี 2.7 หมื่น ล้านบาท ที่มีภาระผูกพันขณะที่เงินที่ศาลฝากคลัง เป็นส่วนเงินประกันสัญญา 195 ล้านบาท คือการดำเนินการตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง มีการจ่ายคืนให้คนที่วางหลักประกันไว้ หรือมีการบังคับหลักประกัน เป็นเงินภาระผูกพันและอีกส่วน 9,000 กว่าล้านบาท เป็นเงินคงคลังที่ฝากไว้ จะใช้ตามภารกิจนั้นๆ ยืนยันว่าไม่ใช่เงินรายรับ“ชัยชนะ” จี้นายกฯ–ปอท.ปราบแก๊งคอลฯนายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กรรมาธิการตำรวจ สภาฯ เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ปกครองนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ม.กรุงเทพ ตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกสูญเงิน 2.6 ล้านบาท เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ส.ค. อ้างนักศึกษามีบัญชีธนาคารเกี่ยวข้องกับยาเสพติด มีคดีความ มีหมายจับสร้างความหวาดกลัวจนเหยื่อหลงเชื่อ จากนั้นบังคับให้ไปหลอกลวงผู้ปกครองต่อ เปลี่ยนบัญชีไลน์คนร้ายให้ใช้ชื่อและภาพอาจารย์หลอกผู้ปกครองว่าลูกสาวได้รับทุนการศึกษาไปศึกษา ต่อต่างประเทศต้องใช้เงินหลักประกันและทำวีซ่า ปลอมตัวเป็นกงสุลสร้างความน่าเชื่อถือ ผู้ปกครองหลงเชื่อและโอนเงินให้ อยากให้นายกฯ และ บก.ปอท. เร่งปราบปรามให้จริงจังเพราะแก๊งคอลเซ็นเตอร์แนบเนียนขึ้นเดิมหลอกเหยื่อโดยตรง มาเป็นบังคับให้เหยื่อไปหลอกคนในครอบครัวต่อผบ.ตร.ชี้ย้าย ตร.ไม่จำกัดรุ่นอยู่ที่ผลงานที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ปฏิเสธตอบคำถามถึงกระแสการแต่งตั้งตำรวจระดับนายพล ชี้ไปที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.ที่มาส่งนายกฯเดินทางไปออสเตรเลีย ด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐให้สัมภาษณ์ว่า อย่าใช้คำว่าโผเลย ทุกอย่างปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติและ ก.ตร. ไม่มีโผไม่มีอะไรทั้งนั้น ทุกอย่างเป็นไปตามที่หน่วยพิจารณาตามความเหมาะสมและนำเรื่องขึ้นมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อรายชื่อส่งขึ้นมาแล้วจะจัดอยู่ในกลุ่มผู้มีเกณฑ์ และจะนำไปสู่ที่ประชุมคณะกรรมการตามมาตรา 8 (1) (ก) ของ ตร. เราต้องว่ากันไป และพิจารณาตามความเหมาะสมว่าใครมีผลงาน ใครมีประวัติอย่างไร ไม่ได้มีโผไม่ได้มีอะไร เมื่อถาม ว่า มีกระแสว่าชื่อ นรต.รุ่นที่ 47 ค่อนข้างนิ่งแต่นรต.รุ่น 48 รายชื่อขยับขึ้นระดับ พล.ต.ท. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวว่า ไม่มีจำกัดว่านักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นไหน จะรุ่นพี่รุ่นน้องอยู่ที่ประวัติและผลงานที่ต้องนำมาเสนอกันในที่ประชุม ทุกอย่างขอให้ทุกคน ไม่ต้องกังวล ว่าจะมาจำกัดรุ่นหรืออะไร ยืนยันทุกอย่างไม่มี ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนและทุกคน ได้รับความเป็นธรรมโผทหารโค้งท้าย “ศรัณย์” จ่อปลัด กห.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 20 ส.ค. พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม จะเป็นประธานประชุมสภากลาโหม คาดว่าก่อนประชุมจะมีการหารือคณะกรรมการปราบย้ายนายทหารชั้นนายพล (บอร์ดกลาโหม) พิจารณาการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลรอบสุดท้าย ก่อนส่งต่อนายกฯวันที่ 28 ส.ค.นำขึ้นทูลเกล้าฯ ที่น่าสนใจปลัดกระทรวงกลาโหม คาดว่าจะเป็น พล.อ.ศรัณย์ เพชรานนท์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม (ตท.26) ส่วน ผบ.ทร.มี 3 แคนดิเดตคือ พล.ร.อ.นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้ช่วย ผบ.ทร. (ตท.26) พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัตพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ (ตท.27) และ พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ผบช.กองเรือยุทธการ (ตท.26) กองทัพไทยคาดว่าขยับพล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร (ตท.26) เลขานุการคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลขึ้นเป็นเสนาธิการทหาร ส่วน พล.อ.ชิดชนก นุชฉายา เสนาธิการทหารคนปัจจุบัน (ตท.26) ขยับขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด“ณรงค์ฤทธิ์” ขยับขึ้นรอง ผบ.ทบ.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 5 เสือ ทบ.ปรับเปลี่ยนบางตำแหน่ง อาทิ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. (ตท.26) จะขยับขึ้นเป็นรอง ผบ.ทบ. ไปจ่อชิง ผบ.ทบ.ปี 2570 แม่ทัพภาคที่ 4 คาดว่าจะปรับ พล.ท.นรธิป โพยนอก (ตท.26) ขึ้นอัตรา พล.อ.แล้วให้ พล.ต.ชาคริต อุจะรัตน รอง มทภ.4 (รบพิเศษ) (ตท.28) ขึ้นแทน กองทัพอากาศ พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วย ผบ.ทอ.จะเกษียณและมารับหน้าที่ ผอ.ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) ต่อ คาดว่า พล.อ.อ.ระวิน ถนอมสิงห์ ผบช.กองบัญชาการควบคุมปฏิบัติการทางอากาศ (ผบ.คปอ.) (ตท.26) ได้ขึ้นแทน ล่าสุด ได้ขับเครื่องบิน F-16 บินอารักขาเครื่องบินนายกฯในการตรวจเยี่ยมกองบิน 1 จ.นครราชสีมาอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่