เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า ลาไปโกอินเตอร์กันแบบยาวๆ เมืองไทยเงียบเหงาไปถนัดใจ เพราะตลอดสัปดาห์นี้ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล มีโปรแกรมนำคณะหางเครื่องชุดใหญ่ เหินฟ้าไปเยือนเครือรัฐออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการคิวโปรโตคอลทางการทูตต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 17—22 สิงหาคมอารมณ์พระเอกตามท้องเรื่องหายจากฉากรายวัน “นายกฯหนู” ไม่อยู่ซะคนเดียว นักข่าว ทำเนียบคงหงอย สื่อไม่มีประเด็นผู้นำเผลอหลุดหรือตั้งใจหลุดให้ตามข่าว เกรียนคีย์บอร์ด นักเลงโซเชียลฯคงเหงามือ เหงาปากไปตามๆกันจังหวะ “ศูนย์กลางจักรวาลการเมืองไทย” ไม่หมุนล่อเป้าหลังจากช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา “นายกฯหนู” จัดคิวเดินสาย เคลื่อนไหวแบบไม่พัก ขยับตัวให้เป็นข่าวได้ทุกช็อตทุกมุม หลอกล่อกูรู กูรู้ นักวิเคราะห์ นักมโนตามดักทางกันไม่ถูก หลงทิศหลงทางหักหัวยูเทิร์น เลี้ยวกลับกันไม่ทัน หัวคะมำไปตามๆกันตามฉากล่าสุด ผู้นำตึกไทยฯก็เพิ่งกอดคอ “บิ๊กบราเธอร์” อย่าง “เนวิน ชิดชอบ” ตระเวนเดินตลาด ถือโอกาสเช็กเรตติ้งโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส”นั่งโซ้ยก๋วยเตี๋ยวเนื้อเจ้าประจำกลางเมืองบุรีรัมย์แสดงตัวแสดงตน “คนทะเบียนบ้านเดียวกัน” ภาพจริงที่เห็นกันตรงหน้า “อนุทิน—เนวิน” แท็กทีม “ศูนย์อำนาจสีน้ำเงิน” ตระเวนเที่ยวกินอยู่ในสถานที่คุ้นเคย ภายในอาณาจักรเขากระโดงเรื่องปกติของคู่หูเซราะกราว แต่จังหวะมันโยงหักมุมกับช็อตเหตุเกิดในงานศพกระแสพุ่งเป้าวิจารณ์ภาพ “นายกฯหนู” กราบตัก “นายใหญ่” แสดงอาการพินอบพิเทาอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร จนเกินเหตุในสายตาของก๊วนหมั่นไส้ กระหน่ำด่าเหมือนเป็นความผิดมหันต์ยังไงยังงั้นอีกส่วนก็เป็นตุเป็นตะ มโนถึงการที่ผู้นำเซราะกราวก้มหัวให้ขาใหญ่ตัวจริงทั้งๆที่ผู้คนส่วนใหญ่ในสังคมที่ “เข้าใจโลก” ก็มองเป็นเรื่องปกติทั่วไป ฟอร์ม “นายกฯอนุทิน” ที่เป็นคนพินอบพิเทา กับ “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เวลาเจอกัน “นายกฯหนู” ก็จะตรงเข้าไปกราบตักทุกครั้งสไตล์ “จอมวันทา” ไหว้ดะ ไม่เว้นผู้อาวุโสหรืออ่อนอาวุโสวิถีแบบไทยๆไม่เห็นจะต้องเอามาเป็นประเด็น มโนกันเป็นตุเป็นตะ แต่ที่เป็นปมจริงๆ ในมุมการเมือง ตามท้องเรื่องต่อเนื่องจากงานศพของนายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีตรัฐมนตรีคนดังแห่งเมืองอุบลฯมันคือการสูญเสียขุนพลอีสานสำคัญของทีมเพื่อไทยโดยเงื่อนไขสถานการณ์จะลามเป็นโจทย์ปัญหาใหญ่ของก๊วน “เถ้าแก่ใหญ่” ที่กำลังสูญสิ้นพลังในฐานการเมืองสำคัญ แต้มบุญเก่าในอีสานร่อยหรอลงทุกขณะเลือกตั้งใหญ่รอบต่อๆไปส่อจะเหนื่อยหนักแน่โฟกัสแนวรบเมืองอุบลราชธานี เมื่อค่ายเพื่อไทยไม่มีขุนศึกอย่าง “เกรียง กัลป์ตินันท์” รักษาที่มั่นสุดท้าย ตามสถานการณ์จากเลือกตั้งใหญ่รอบที่ผ่านมาที่หืดขึ้นคอ เหลือ สส.อยู่แค่ 3 ที่นั่งอนาคตลูกผีลูกคน พลังหดหายไปตามประมุขบ้านใหญ่กัลป์ตินันท์ขณะที่ทำท่าจะมาแรงแต่ “แซงลำบาก” ก็คือ “โรงแป้งมันเอี่ยมเฮง สาขา 2”ทีมของ “มาดามกบ” จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.อุบลฯ เขต 9 สะใภ้ “เอี่ยมเฮง” ที่แตกทัพโคราช แยกมาตีเมืองดอกบัว ในนามพรรคไทรวมพลัง “อัดพลังแป้งมัน” กวาด สส.มาได้ 4 เก้าอี้ แต่ด้วยสถานะของยี่ห้อ “หวังศุภกิจโกศล” ที่ผูกอยู่กับแรงแค้น “กำนันป้อ” วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ที่ผีไม่เผา เงาไม่เหยียบกับ “เนวิน”ติดแบล็กลิสต์ “เจ้าพ่อเขากระโดง” ขึ้นบัญชีต้องห้ามเด็ดขาดสภาพ “ก๊วนโรงแป้งมันเอี่ยมเฮง” น่าจะถูกบล็อกท่อ “น้ำเลี้ยง” สกัดเหลี่ยมอำนาจไม่ให้เป็นคู่แข่งก๊วนภูมิใจไทย ที่มี “อิสสระ สมชัย” กับ “สุทธิชัย จรูญเนตร” เป็นหัวหอกทั้งนี้ทั้งนั้น จุดที่เป็นไฮไลต์ในสนามเมืองดอกบัว ยังมีอีกบ้านใหญ่โฟกัสอยู่ที่ “เสี่ยอี๊ด” สิทธิชัย โควสุรัตน์ กับ “มาดามตา” สายสุณีย์ คูหากาญจน์ โควสุรัตน์ ประมุขอาณาจักร “ส.เขมราฐ” ตัวจริงเสียงจริงแห่งเมืองอุบลฯทุนหนัก หน้าตักหนา ฐานพลังไม่เป็นรองใครในอาการเบื่อๆถอยห่างเรื่องการเมือง แต่ก็ยังสะท้อนด้วยภาพสดๆร้อนๆ “เสี่ยอี๊ด” เพิ่งเป็นประธานยกช่อฟ้าวัดดังในเมืองเขมราฐ คนในพื้นที่ นอกพื้นที่แห่มาแน่นงาน ฐานพลังการเมืองยังเหลือเฟือ ค่ายไหนตื๊อจีบ “ลุงอี๊ด—ป้าตา” ติด โอกาสกวาดเมืองอุบลฯเป็นกอบเป็นกำสูงเลยทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม