สัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ออกพันธบัตรอายุ 30 ปี วงเงิน 25,000 ล้านดอลลาร์ จ่ายดอกเบี้ยสูงถึง 5.216% เป็นอัตราดอกเบี้ยสูงสุดในรอบ 25 ปีตั้งแต่ปี 2001 อัตราดอกเบี้ยที่สูงลิ่วเช่นนี้ ตอกย้ำข้อเรียกร้องของนักลงทุนที่ต้องการชดเชยความเสี่ยงที่สูงขึ้น เนื่องจากสหรัฐฯขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้นสูงลิ่วอย่างไม่หยุดยั้ง นักลงทุนสถาบันและผู้จัดการกองทุนต่างเห็นพ้องกันว่า อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯที่ทะยานขึ้นไปเหนือระดับ 5% เกิดจากปริมาณพันธบัตรที่ล้นตลาด (Supply Overhang) ยอดหนี้พันธบัตรสหรัฐฯปัจจุบันมีมากกว่า 31 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปี 2018 และมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากงบประมาณขาดดุลสาเหตุที่พันธบัตรล้นตลาด เพราะผู้ซื้อหลักคือ “ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)” ไม่ได้เป็นผู้ซื้อหลักอีกต่อไป ทำให้ต้องพึ่งนักลงทุนเอกชน ส่งผลให้ผลตอบแทน (Yield) สูงขึ้นมากก่อนหน้านี้ 13 ส.ค. กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เพิ่งเปิดเผยถึง ภาวะขาดดุลงบประมาณในเดือนกรกฎาคม 2026 เพิ่มขึ้นเป็น 432,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 48% เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคมปีก่อน เป็นการขาดดุลงบประมาณรายเดือนที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2021 ในช่วงที่สหรัฐฯเผชิญกับโควิดระบาด สาเหตุที่ขาดดุลมหาศาลมาจากรายจ่ายในเดือนกรกฎาคมที่เพิ่มสูงขึ้น 22% เป็น 766,000 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่รายรับกลับลดลง 1% เหลือ 334,000 ล้านดอลลาร์ หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯต้องคืนภาษีนำเข้าสูงถึง 33,380 ล้านดอลลาร์ ในเดือนเดียว จากการขึ้นภาษีนำเข้าอย่างไร้เหตุผลของ ประธานาธิบดีทรัมป์สำนักงานงบประมาณรัฐสภาสหรัฐฯประเมินว่า รายได้ภาษีศุลกากรปี 2026 อาจต่ำกว่าที่คาดไว้ประมาณ 250,000 ล้านดอลลาร์ 10 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2026 สหรัฐฯขาดดุลสะสมแล้วกว่า 1.799 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อนเมื่อ 26 ก.ค. อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีเจ้าของบริษัท SpaceX และ Tesla ได้ให้สัมภาษณ์ใน Money Wise เตือนว่า “สหรัฐฯกำลังมุ่งหน้าสู่ภาวะล้มละลาย จากภาระหนี้สาธารณะที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง” มัสก์บอกว่า หนทางเดียวที่จะช่วยให้สหรัฐฯพ้นจากวิกฤตินี้คือ AI และหุ่นยนต์ ถ้าสหรัฐฯไม่ปฏิวัติผลิตภาพด้านเทคโนโลยี สหรัฐฯจะไม่สามารถแก้ปัญหาหนี้มหาศาลได้ (ในขณะที่อุตสาหกรรม AI ก็กำลังก่อหนี้มหาศาล จนนักลงทุนเทขายอย่างหนัก เพราะกังวลว่าจะไม่สามารถสร้างผลตอบแทนได้คุ้มค่าจริง)เดือน ก.พ.ก่อนหน้านี้ มัสก์ ก็ให้สัมภาษณ์ว่า “สหรัฐฯมีโอกาส 1,000% ที่จะล้มละลาย” หากไม่มี AI และหุ่นยนต์มาช่วยแก้ปัญหาหนี้ของชาติหนี้สาธารณะสหรัฐฯพุ่งขึ้นสูงกว่า GDP สหรัฐฯในเดือน พ.ค. หนี้สาธารณะอยู่ที่ 31.27 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ GDP สหรัฐฯอยู่ที่ 31.216 ล้านล้านดอลลาร์ ส่งผลให้สัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีทะลุไปที่ 100.2% นักวิเคราะห์ประเมินว่า ปี 2026 นี้สหรัฐฯจะขาดดุลงบประมาณสูงกว่า 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ กว่า 63.65 ล้านล้านบาท ปัจจัยหลักมาจาก กฎหมาย One Big Beautiful Bill Act (OBBB) ของ ประธานาธิบดีทรัมป์เรย์ ดาลิโอ นักลงทุนชื่อดังสหรัฐฯ ก็ออกมาฟังธงว่า เราจะได้เห็นการเปลี่ยนครั้งมโหฬารของสหรัฐฯในช่วง 5 ปีข้างหน้า เมื่อปัจจัยทั้งหมดเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมกัน การขาดดุลงบประมาณมหาศาล ช่องว่างความมั่งคั่งที่ขยายตัว ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างฝ่ายซ้ายฝ่ายขวา ในสหรัฐฯการเลือกตั้งกลางเทอม (เดือน พ.ย.) พรรครีพับลิกัน (ของทรัมป์) จะสูญเสียที่นั่งในสภาผู้แทน ซึ่งจะเป็น จุดเริ่มต้นความขัดแย้งในสังคมสหรัฐฯ การเมืองจะรุนแรงขึ้น จนถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2028 กติการะเบียบโลก (Rules–based order) จะไม่มีอยู่อีกต่อไป เห็นไหมครับ “ผู้นำห่วย” เพียงคนเดียว สามารถทำชาติมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลกอย่างสหรัฐฯพังได้ในเวลาไม่ถึง 4 ปี เรื่องที่คนไทยทุกคนควรเป็นห่วงมากๆในเวลานี้ก็คือ ประเทศไทยจะเดินตามรอยสหรัฐฯหรือไม่???“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม