ผอ.พระพุทธศาสนาฯ นำทีมยื่นหนังสือพ่อเมืองหมอแคน บี้สางข้อพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยาราม เร่งเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดจากนายเฮียง พิมพ์ศรี เป็นชื่อวัดให้ถูกต้องรวมถึงดูแลความปลอดภัยให้เจ้าอาวาส ยันค่าธรรมเนียมโอนแค่ร้อยละ 0.01 จากราคาประเมินราว 7 พันบาท ไม่ใช่ 1.5 ล้าน ตามที่มีผู้อ้างไปเรี่ยไร ด้านที่ดินจังหวัดเตรียมแจ้งความเอาผิดทายาทยื่นขอออกใบแทนโฉนดอ้างสูญหาย ทั้งที่ฉบับจริงอยู่ที่วัด ขณะที่ป้าดาเริ่มเสียงอ่อย แถลงที่ไทยรัฐทีวี ยันครอบครัวไม่ได้ต้องการแย่งชิงที่ดิน หากพิสูจน์ชัดว่าเป็นของวัดพร้อมถอยยอมรับกติกาชาวพุทธยังเฝ้าติดตามประเด็นข้อพิพาทที่ดินจำนวน 21 ไร่มูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาทของวัดป่าอดุลยาราม เขตเทศบาลนครขอนแก่น ที่นายเฮียง พิมพ์ศรี เจ้าของนำมาถวายวัดตั้งแต่ปี 2533 กระทั่งนายเฮียงเสียชีวิต ทายาทฟ้องร้องศาลอ้างนิติกรรมไม่สมบูรณ์ แม้วัดจะชนะคดีในชั้นศาล แต่ปมขัดแย้งก็ยังไม่สิ้นสุด เมื่อ น.ส.ชมมณี หรือป้าดา น้อยจันทร์ อายุ 62 ปี หลานฝั่งเมียของนายเฮียงนำกลุ่มชายฉกรรจ์เข้าไปเทปูนวางท่อปิดทางเข้าออกวัด ล่าสุด ตำรวจออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาบุกรุก แต่ป้าดายังไม่ยอมมาพบ ส่วนประเด็นโฉนดที่ดินวัดที่ฝ่ายทายาทอ้างว่าสูญหายและยื่นขอออกใบแทน วัดยืนยันว่าโฉนดฉบับจริงยังอยู่ หลายฝ่ายยื่นมือช่วยนำไปขอแก้ไขชื่อในโฉนดจากนายเฮียงเป็นชื่อวัดโดยเร็วที่สุดความคืบหน้า เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 17 ส.ค. ที่วัดหนองแวงพระอารามหลวง ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น นางอุดมพร เอกเอี่ยม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมด้วยนายธงทอง จันทรางศุ นายกสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชและประธานกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นายกฤศกร สนิทศักดิ์ดี ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และนางเนตรทิพย์ เจริญวัย ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น เข้ากราบนมัสการพระธรรมวชิรสารเมธี (ถนอม ชินวํโส) เจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น และเจ้าอาวาสวัดหนองแวง เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาที่ดินวัดป่าอดุลยารามจากนั้นนายธงทองและคณะเข้าพบนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผวจ.ขอนแก่น ที่ห้องรับรองชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น เพื่อยื่นหนังสือด่วนที่สุดที่ พศ 002/652 ลงวันที่ 17 ส.ค. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ขอความอนุเคราะห์ถวายความปลอดภัยคณะสงฆ์และเร่งรัดการเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดิน ตามกรณีข้อพิพาทที่เกิดขึ้น ณ วัดป่าดุลยาราม ขอให้ ผวจ.ขอนแก่นดำเนินการ 2 ข้อคือสั่งการหน่วยงานความมั่นคงหรือหน่วยงานดูแลความสงบในพื้นที่จัดกำลังดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยภายในวัดป่าอดุลยาราม รวมทั้งดูแลความปลอดภัยแก่พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาส พระภิกษุและสามเณรภายในวัด เพื่อป้องกันเหตุร้ายประเด็นที่ 2 เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ตั้งของวัดป่าอดุลยาราม แต่เดิมปรากฏชื่อนายเฮียง พิมพ์ศรี เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติแล้วว่าศาลจังหวัดขอนแก่นพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ 734/4/2557 คดีหมายเลขแดงที่ 2560/2548 กรณีนางนาง หรือนางน้อย พิมพ์ศรี เป็นโจทก์ฟ้องวัดป่าอดุลยาราม เป็นจำเลย เพื่อขับไล่และเพิกถอนนิติกรรม ศาลมีคำวินิจฉัยว่านายเฮียง พิมพ์ศรี อุทิศและส่งมอบที่ดินเพื่อสร้างวัดตั้งแต่ต้น การอุทิศที่ดินเพื่อเป็นที่สร้างวัด จึงมีผลสมบูรณ์ ที่ดินตกเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดป่าอดุลธารามโดยชอบด้วยกฎหมาย โจทก์หรือทายาทไม่มีสิทธิเรียกร้องหรือขับไล่วัด และศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ 135/25/2544 คดีหมายเลขแดงที่ 2975/2551 ยืนตามศาลชั้นต้น และต่อมาศาลฎีกามีคำสั่งที่ 9024/2555 ไม่รับฎีกาของโจทก์ คดีจึงถึงที่สุดอีกทั้งในคดีที่นางบัวไข สมุทร ผู้จัดการมรดกของนายเฮียง พิมพ์ศรี เป็นโจทก์ฟ้องเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น เทศบาลนครขอนแก่น และวัดป่าอดุลยารามเป็นจำเลย เพื่อเพิกถอนนิติกรรมและขอแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน ศาลจังหวัดขอนแก่นมีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ พ 1350/2563 คดีหมายเลขแดงที่ พ 1951/2566 ให้ยกฟ้องโจทก์ และต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ 134/2568 คดีหมายเลขแดง 3344/2568 ยืนตามศาลทั้งชั้นต้น และเมื่อวันที่ 15 ส.ค.วัดป่าอดุลยารามนำโฉนดที่ดินฉบับจริงไปแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น เพื่อคัดค้านการออกใบแทนโฉนดที่ดิน พร้อมทั้งขอเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดิน กรณีนี้อยู่ในอำนาจของสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น จึงขอให้ ผวจ.ขอนแก่นเร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินจากนายเฮียง พิมพ์ศรี เป็นชื่อของวัดป่าอดุลยารามให้ถูกต้องตามกฎหมายนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผวจ.ขอนแก่น เปิดเผยภายหลังรับหนังสือว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการคัดค้านการออกใบแทนและการเปลี่ยนชื่อจากนายเฮียง พิมพ์ศรี มาเป็นชื่อวัดป่าอดุลยาราม สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นจะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับทางกฎหมายที่กำหนดไว้ ส่วนที่ว่าฝ่ายทายาทจะคัดค้านได้หรือไม่นั้นก็ว่ากันตามกฎหมาย ผู้ว่าฯไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าได้หรือไม่ได้ เพราะมันจะดูเหมือนเอียงไปฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนายธงทอง จันทรางศุ กล่าวว่า การพูดคุยกับ ผวจ.ขอนแก่นครั้งนี้เพื่อมาขอความชัดเจน ทั้งเรื่องการปฏิบัติอารักขาดูแลความสงบเรียบร้อยในวัดและเรื่องการจะเปลี่ยนชื่อในโฉนดที่ดินเอกสารทางราชการเป็นชื่อวัดให้ตรงตามความเป็นจริงตามข้อกฎหมายอยู่ เรื่องนี้ก็ต้องดำเนินการด้วยความละเอียดรอบคอบคิดว่าไม่น่าช้า ในเดือนหน้าได้นัด ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาฯมาติดตามเรื่องนี้อีกครั้ง คิดว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่น่ามีปัญหาอะไรด้านนางอุดมพร เอกเอี่ยม ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า เข้ามาช่วยเหลือตามอำนาจหน้าที่เรื่องการดูแลวัด ส่วนเรื่องค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนชื่อในโฉนดที่ดินมาเป็นชื่อวัด เรื่องการโอนที่ดินตามกฎหมายแล้ว คิดค่าธรรมเนียมแค่ร้อยละ 0.01 จากราคาประเมินเท่านั้นหรือประมาณ 7,000 กว่าบาท ขอย้ำให้ประชาชนและสื่อมวลชนให้ทราบว่าไม่ใช่ 1,500,000 บาทตามที่มีกลุ่มคนเอาเรื่องนี้ไปเป็นช่องทาง เป็นข้ออ้างที่จะเรี่ยไรเงิน จึงฝากย้ำเตือนประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อ เพราะเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามฝากบอกว่าถ้าประชาชนศรัทธาขอให้บริจาคผ่านช่องทาง QR Code ของทางวัด หรือเข้าไปติดต่อกับทางวัดโดยตรงนายพงษ์สุวัจน์ ไชยต้นเทือก เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าวัดป่าอดุลยารามยื่นคัดค้านการออกใบแทนโฉนดฉบับจริงว่า สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นตรวจสอบโฉนดที่วัดนำมาแสดงยืนยันเป็นของจริงและเร่งรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินการเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดเป็นชื่อวัดให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เพราะจากหลักฐานและข้อมูลที่ปรากฏแสดงให้เห็นว่านางบัวไข ศรสมุทร ในฐานะผู้จัดการมรดกที่มายื่นเรื่องขอออกแทนโฉนดใบเดิมเมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมาอ้างว่าสูญหาย “ชี้แจงให้ประชาชนทราบว่ากรณีจะออกใบแทนได้ มีเพียง 2 กรณีคือโฉนดสูญหายและโฉนดชำรุดหรือออกตามคำสั่งศาล กรณีนี้โฉนดไม่ได้สูญหาย สำนักงานที่ดินจะต้องแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีต่อผู้ขอออกใบแทนรายดังกล่าว ส่วนฐานความผิดหรือจะมีบุคคลอื่นเข้าข่ายในการกระทำความผิดด้วยหรือไม่อย่างไร ให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนเป็นผู้พิจารณา ได้ประสานงาน พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ว่าจะไปแจ้งความวันที่ 18 ส.ค.เวลา 14.00 น.” เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นกล่าวส่วนบรรยากาศภายในวัดป่าอดุลยารามตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย มีญาติโยมใกล้ชิดในเครือญาติของพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้า อาวาสวัดป่าอดุลยาราม นำภัตตาหารมาถวายหลวงพ่อ เนื่องจากช่วงนี้ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ แม้ว่าตลอดทั้งวันมีชาวพุทธจากทั่วสารทิศมากราบนมัสการให้กำลังใจนำสิ่งของมาถวาย แต่เนื่องจากสถานการณ์อยู่ในช่วงที่ไม่ปกติจากปัญหาปมพิพาทที่ดินวัด ทำให้ทางวัดไว้ใจใครไม่ได้นอกจากอาหารจากญาติและคนใกล้ชิดหลวงพ่อเท่านั้น ไม่ให้ฉันของจากที่อื่นเด็ดขาด เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดคิด ส่วนเรื่องมาตรการการรักษาความปลอดภัยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูแลผลัดเปลี่ยนมาตรวจตู้แดงทุก 1 ชั่วโมงเวลา 16.30 น. น.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ หรือป้าดา เปิดเผยภายหลังออกรายการ “เปิดปาก” ที่ไทยรัฐทีวี ว่า ครอบครัวไม่ได้ต้องการแย่งชิงที่ดิน เพราะไม่ได้เดือดร้อนถึงขนาดนั้น เพียงแต่ต้องการใช้สิทธิของตัวเอง ตนไม่ได้มีปัญหาใดๆ แต่กรรมสิทธิ์เป็นของครอบครัวเราอยู่ เป็นบรรพบุรุษของเรา เราก็ต้องตามหา อยากตั้งคำถามว่า ถ้าคุณมีโฉนดแบบนี้ ถ้ามีบรรพบุรุษทิ้งให้แบบนี้จะติดตามไหม บริจาคไปแล้วแต่เป็นชื่อของคุณตาจะเอาทิ้งเหรอ อย่าง ไรก็ตาม หากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นที่ดินของวัด ครอบครัวก็พร้อมยอมรับตามกติกาอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่