รถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตและได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลในหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน ที่มีการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ามากที่สุดในโลก และเป็นที่น่าสังเกตว่า บริษัทผลิตรถรายใหญ่ในอเมริกาและยุโรป หรือญี่ปุ่น ไม่ได้ให้สัดส่วนเป้าหมายในการผลิตและพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจังเหมือน กับจีน เพราะในความประหยัดและสะอาดของพลังงานไฟฟ้าก็มีมหันตภัยที่จะตามมาไม่น้อยแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า เป็นขยะพิษที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก แบตเตอรี่ไม่ได้สร้างมลพิษในอากาศเท่ากับพลังงานก๊าซและน้ำมัน ก็จริง แต่ ขยะแบตเตอรี่ ที่มีจำนวนมหาศาล เมื่อถึงเวลากำจัด จะสร้างมลพิษมหาศาลขนาดไหน ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยเฉพาะประเทศที่มีการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าจำนวนมาก จะประสบกับวิกฤติสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ และจะกระทบกับเป้าหมาย Net Zero โดยตรงยกตัวอย่างในจีน มีการจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าจาก 1 ล้านคัน ในปี 2018 เป็นกว่า 16 ล้านคัน ในปี 2025 ที่คาดกันว่า จีนจะมีขยะแบตเตอรี่อยู่ในขณะนี้ประมาณ 4 แสนตัน และภายในปี 2040 จะเพิ่มเป็น 22.39 ล้านตัน ในยุโรปคาดว่า จะมีแบตเตอรี่ที่หมดอายุประมาณ 1.2 ล้านก้อน ประเทศไทยยังไม่มีการสำรวจหรือตระหนักในเรื่องนี้ผลจากการศึกษาของมหาวิทยาลัยชั้นนำ พบว่า สารพิษจากแบตเตอรี่ ที่ถูกกำจัดอย่างไม่เหมาะสม จะทำให้มีสารเคมีปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำใต้ดิน และทำลายดินที่ใช้ในการเพาะปลูก เคยเกิดเหตุการณ์ที่โรงงานถอดแยกแบตเตอรี่ผิดวิธี ทำให้พื้นป่าบริเวณนั้นกว่า 15 ไร่ ยืนต้นตาย ประกอบกับการกำจัดแบตเตอรี่ที่หมดอายุ มีค่าใช้จ่ายสูงไม่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ ทำให้การกำจัดแบตเตอรี่ที่ถูกวิธีมีจำนวนลดลงเพราะไม่มีกำไรรัฐบาลไทยโดยกระทรวงการคลังที่มี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นว่า การมอบหมายให้กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร พิจารณามาตรการทางภาษีเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่เข้ามาลงทุนและผลิตสินค้าในไทย โดยต้องการให้โครงสร้างภาษีช่วยสร้างแรงจูงใจสำหรับผู้ประกอบการที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตและใช้ชิ้นส่วนในประเทศไทยโครงสร้างภาษีสรรพสามิต สำหรับยานยนต์สมัยใหม่ รถยนต์ ไฟฟ้า ที่จะมีการกำหนดอัตราภาษีที่แตกต่างกัน โดยผู้ประกอบการที่เข้ามาตั้งโรงงานผลิตในไทยและมีการใช้เครือข่ายการผลิตในประเทศไทย จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีสรรพสามิตในอัตราที่ต่ำกว่า รถยนต์นำเข้าที่ไม่มีโรงงานผลิตในไทยจะต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงขึ้น เพื่อป้องกันปัญหาสินค้าทะลักเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย และสร้างความเป็นธรรมให้กับค่ายรถยนต์ที่ลงทุนตั้งโรงงานและสร้างฐานการผลิตในไทย เท่ากับเป็นการเปิดรับขยะแบตเตอรี่มากขึ้นนโยบายดังกล่าวจะได้คุ้มเสียหรือไม่เป็นอีกเรื่อง แต่ผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้นมีแน่นอนคนไทยประเทศไทยจะกลายเป็นหนูทดลอง สวนทางนโยบายเศรษฐกิจสีเขียวเต็มๆ.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม