ชุด “รองจ๋อ-สว.แจ๊ะ” นำกำลัง ศอ.ปส.บช.น. บุกรวบ “ป๋อ สักลายเสือ” ขาใหญ่แก๊งน้ำกระท่อม-ยาแก้ไอ หัวโจกทีมโทรมหญิง ลวง เหยื่อสาววัย 18 ปีมอมน้ำกระท่อมแล้วลากไปเรียงคิวพร้อมพวก รวม 3 คน อันเป็นการโทรมหญิง ขณะจับกุมกำลังล่อเหยื่อ สาววัย 18 ปี มามอมน้ำกระท่อมเช่นกัน แต่ตำรวจ ช่วยไว้ได้ก่อน สารภาพไม่สะทกสะท้านทำไปเพราะแค่สนุก ตรวจสอบประวัติโชกโชนตั้งแต่เป็นเยาวชน มีทั้งคดีอาวุธปืน ร่วมลักทรัพย์ และพยายามฆ่า นอกจากนี้ในโทรศัพท์มีข้อมูลขอซื้อปืนและระเบิดด้วย อ้างเอาไว้ป้องกันตัวชุด ศอ.ปส.บช.น.บุกรวบ “ป๋อ สักลายเสือ” ผู้ต้องหาคดีโทรมหญิง ช่วยเหลือเหยื่อสาววัยรุ่นถูกล่อลวงไว้ได้ทัน เปิดเผยขึ้นที่กองบัญชาการตำรวจ นครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 15 ส.ค. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดชธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากรณ์ รอง ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.มาโนชย์ิ ทองแก้ว รอง ผกก.กก.สส.บก.น.5 พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ จงเจริญ สว.กก.สส.2 บก.สส.บช.น. และ พ.ต.ต.ศิวัช ยังอุ่น สว. (สอบสวน) สน.วัดพระยาไกร แถลงผลปฏิบัติการตรวจค้นร้านน้ำกระท่อม 2 แห่งในพื้นที่ลาดกระบังและร่มเกล้า กทม.ผลการตรวจค้นสามารถจับกุมนายอนุชา หรือป๋อ อินประจบ อายุ 19 ปี ตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีที่ จ.846/2569 ลงวันที่ 5 มิ.ย.69 ข้อหาร่วมกันข่มขืนกระทำชำเรา อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง และจับกุมนายกฤตภาส อนงค์จรรยา อายุ 28 ปี นายภูมิมีน โชติสุข อายุ 19 ปี ที่ร้านท่อมโพธิ์ดำ ย่านลาดกระบัง จับกุม น.ส.เอ๋ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี และ น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ที่ร้านน้ำตาลสดโพธิ์ดำ ย่านร่มเกล้า พร้อมของกลางน้ำกระท่อมบรรจุขวดใสกว่า 60 ขวด ยาแก้ไอประมาณ 100 ขวด และบุหรี่เถื่อน 500 ซองคดีนี้สืบเนื่องจาก ศอ.ปส.บช.น.เดินหน้านโยบายทำกรุงเทพฯให้เป็นพื้นที่ปลอดยาเสพติด กวดขันสืบสวนติดตามบุคคลตามหมายจับ กลุ่มที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด แหล่งมั่วสุม และบุคคลที่ก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน เร่งติดตามจับกุมบุคคลที่มีหมายจับเสี่ยงก่อคดีเพิ่ม ตรวจสอบประวัตินายป๋อพบมีหมายจับคดีโทรมหญิง สืบเนื่องจากวันที่ 27 ก.พ. เพื่อนของนายป๋อล่อลวงหญิงสาววัย 18 ปี ผ่านช่องทางโซเชียลนัดหมายกันให้มาพบที่ร้านน้ำกระท่อมย่านร่มเกล้า เมื่อนายป๋อเข้ามาที่ร้านใช้กำลังลากผู้เสียหายไปบริเวณหลังร้าน ก่อนร่วมกับเพื่อนอีก 2 คน ก่อเหตุโทรมหญิง หลังเกิดเหตุผู้เสียหายแจ้งความที่ สน.ร่มเกล้าหลังได้ข้อมูลชุดสืบสวนติดตามนายป๋อนานหลายสัปดาห์ เพราะไม่ยอมกลับบ้านไม่กลับที่พักเดิม แต่มีพฤติกรรมวนเวียนไปที่ร้านขายน้ำกระท่อม 2 แห่งในพื้นที่ลาดกระบังและร่มเกล้า กระทั่งวันที่ 14 ส.ค. ชุดจับกุมแกะรอยถึงร้านน้ำกระท่อมโพธิ์ดำย่านลาดกระบัง พบชายมีรอยสักเสือบนแขนซ้ายตรงตามตำหนิรูปพรรณผู้ต้องหาตามหมายจับ กำลังนั่งคุยกับหญิงสาววัย 18 ปี ในร้าน จึงนำกำลังจับกุม โดยหญิงสาวรีบร้องขอให้ตำรวจช่วย เผยว่า เพิ่งรู้จักนายป๋อผ่านโซเชียลเพียงวันเดียว นายป๋อนัดหมายให้มาพบที่ร้านขายกระท่อมแล้วพยายามรั้งไม่ให้กลับ พยายามมอมให้ดื่มน้ำกระท่อมจนรู้สึกมึนเมา เริ่มหวาดกลัว เจ้าหน้าที่รีบช่วยพากลับบ้านอย่างปลอดภัยสอบสวนนายป๋อให้การรับสารภาพว่า ร่วมกับพวกก่อเหตุโทรมหญิงจริง ผู้เสียหายขัดขืนไม่ยินยอมและร้องไห้ระหว่างก่อเหตุ พร้อมกล่าวขอโทษผู้เสียหาย อ้างทำไปเพราะสนุก ส่วนที่เคยถูกจับอาวุธปืน ร่วมลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ และพยายามฆ่า เกิดขึ้นในช่วงยังเป็นเยาวชน และจากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือนายป๋อพบข้อมูลน่าตกใจ มีการติดต่อสั่งซื้ออาวุธปืนและวัตถุระเบิด นายป๋ออ้างว่า ต้องการนำมาไว้ป้องกันตัว หลังจากนั้นนำตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดก่อคดีโทรมหญิงที่หลังร้าน นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ร่มเกล้า ดำเนินคดีส่วนผู้ต้องหาอีก 4 คน ถูกดำเนินคดีข้อหาร่วมกันช่วยซ่อนเร้น จำหน่าย หรือรับไว้ซึ่งของอันพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 ข้อหาขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน ข้อหาขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และการจำหน่ายอาหารที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย คุมตัวนำตัวส่ง สน.จรเข้น้อย และ สน.ร่มเกล้า ดำเนินคดีด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.กล่าวว่า คดีนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนภัยเยาวชนหญิง ที่รู้จักและนัดพบบุคคลผ่านโซเชียลมีเดีย ความคุ้นเคยในโลกออนไลน์ไม่ได้หมายถึงความปลอดภัยในชีวิตจริง ขอให้ระมัดระวังการรับอาหารหรือเครื่องดื่มจากคนที่เพิ่งรู้จัก และหลีกเลี่ยงการอยู่ตามลำพัง เพราะการระวังตัวตั้งแต่นาทีแรกป้องกันไม่ให้เราตกเป็นเหยื่อคนร้ายได้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่