รถบางคันเกิดมาเพื่อทำเวลา บางคันเกิดมาเพื่อสร้างเสียงยางบดถนน แต่รถบางประเภทมีภารกิจใหญ่กว่านั้น เพราะไม่ได้พาคนไปเที่ยวเล่นแค่คนเดียว หากต้องพาคนเป็นสิบชีวิต พร้อมสัมภาระอีกกองโต ไปให้ถึงปลายทางแบบไม่มีใครต้องถามกลางทางว่า “อีกไกลไหมพี่?”โตโยต้า โคสเตอร์ ใหม่ คือรถในประเภทหลังนี้!อย่าเพิ่งมองว่ารถโดยสารก็คือรถโดยสาร เพราะถ้าลองคิดกันจริงๆ งานของมันหนักกว่ารถบ้านอยู่หลายขุม คนขับต้องคุมรถขนาดเกือบ 7 เมตร ผู้โดยสารอีก 20 คน และต้องรับมือกับถนนตั้งแต่ซอยในเมืองยันทางไกลต่างจังหวัด จะให้ขับแบบ “ชิลๆ เดี๋ยวก็ถึง” อย่างเดียวคงไม่ได้ งานนี้ต้องมีทั้งกำลัง ความแข็งแรง ความสบาย และที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัยโคสเตอร์อยู่ในบ้านเรามานานจนเรียกได้ว่าเป็นรถที่คนไทยคุ้นหน้าคุ้นตา ประกอบและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น และถูกนำไปใช้งานสารพัดรูปแบบ ตั้งแต่รถรับ-ส่งพนักงาน รถโรงแรม รถท่องเที่ยว ไปจนถึงรถของสถานศึกษาและหน่วยงานต่างๆ เพราะฉะนั้นหน้าที่ของมันจึงไม่ได้มีแค่ “ขับไปขับมา” แต่ต้องทำงานจริง และทำงานหนักด้วย รูปร่างภายนอกของโคสเตอร์ใหม่ยังคงคาแรกเตอร์รถโดยสารที่ดูแข็งแรง ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อประกวดความหล่อ แต่เน้นความเป็นรถใช้งาน กระจังหน้าและกันชนออกแบบให้ดูเป็นชิ้นเดียวกัน ชุดไฟหน้าพร้อมไฟตัดหมอกขนาดใหญ่ช่วยเพิ่มทัศนวิสัย ส่วนไฟท้ายและไฟเบรกก็ทำหน้าที่ส่งสัญญาณให้รถคันหลังมองเห็นกันชัดๆตัวรถยาว 6,990 มิลลิเมตร กว้าง 2,080 มิลลิเมตร สูง 2,635 มิลลิเมตร และมีฐานล้อ 3,935 มิลลิเมตร ฟังตัวเลขแล้วอาจนึกว่า “ก็รถใหญ่สิ!” ถูกต้องครับ ใหญ่จริง แต่ความใหญ่ถูกแปลงเป็นพื้นที่ใช้สอยภายใน โดยรองรับคนขับ 1 คน และผู้โดยสารอีก 20 คนหน้าต่างบานใหญ่รอบคันช่วยให้คนบนรถไม่ต้องนั่งดูเบาะหน้าตลอดทาง จะมองวิว จะหลับ หรือจะปล่อยใจไปกับเพลงโปรดก็เลือกเอา ส่วนระบบปรับอากาศมีการกระจายความเย็นทั่วถึง พร้อมระบบระบายความร้อนจากด้านบน ซึ่งเป็นของสำคัญสำหรับบ้านเราที่อากาศบางวันร้อนจนยางมะตอยแทบละลายขาดไม่ได้สำหรับยุคนี้คือ USB Type–C จำนวน 6 ตำแหน่ง เพราะทุกวันนี้โทรศัพท์มือถือแทบจะเป็นอวัยวะชิ้นที่ 33 ของมนุษย์ ถ้าแบตหมดก่อนถึงปลายทาง ความเครียดอาจเกิดขึ้นเร็วกว่ารถติดเสียอีก! แต่ทีเด็ดจริงๆ ต้องมองไปใต้ฝากระโปรง เพราะโตโยต้า โคสเตอร์ ใหม่ ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 1GD-FTV ขนาด 2.8 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว พร้อมเทอร์โบแปรผันและอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 420 นิวตัน-เมตร ที่ 1,400-2,500 รอบต่อนาทีอย่าเอา 150 แรงม้าไปเทียบกับรถสปอร์ต เพราะนั่นคนละเรื่องกันเลย รถสปอร์ตต้องการความจี๊ด แต่รถโดยสารต้องการ “แรงดึง” และตรงนี้แหละที่ 420 นิวตัน-เมตรมีของ เพราะเวลาแบกผู้โดยสารเต็มคันแล้วออกตัวจากทางลาด หรือไต่เนินยาวๆ แรงบิดคือพระเอก ไม่ใช่ตัวเลขความเร็วปลายเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะก็เข้ามาช่วยให้เรื่องง่ายขึ้น คนขับไม่ต้องเมื่อยขาซ้ายกับการเหยียบคลัตช์และเปลี่ยนเกียร์ทั้งวัน ขับง่ายขึ้น เหมาะกับรถที่มีภารกิจต้องวิ่งต่อเนื่องเป็นชั่วโมงๆ ขณะที่เครื่องยนต์ผ่านมาตรฐาน Euro 5 ซึ่งช่วยควบคุมการปล่อยมลพิษให้ต่ำลงทีนี้มาถึงเรื่องที่รถโดยสารไม่มีสิทธิ์พลาด นั่นคือ ความปลอดภัย เพราะรถคันนี้มีถึง 21 ชีวิตรวมคนขับ ดังนั้นโตโยต้า โคสเตอร์ ใหม่ จึงใส่เข็มขัดนิรภัย 3 จุดมาให้ทุกที่นั่ง พร้อมถุงลมเสริมความปลอดภัย 2 ตำแหน่ง ระบบ ABS ป้องกันล้อล็อก และ VSC ระบบควบคุมการทรงตัว ซึ่งช่วยรักษาเสถียรภาพของรถในสถานการณ์ที่ถนนไม่เป็นใจโครงสร้างตัวถังพร้อมคานเสริมนิรภัยช่วยกระจายแรงกระแทก แชสซีส์และเหล็กกันโครงหน้า-หลังช่วยรองรับน้ำหนักและเสริมการทรงตัว ขณะที่ระบบป้องกันการเหยียบคันเร่งช่วยป้องกันรถเคลื่อนเมื่อประตูผู้โดยสารปิดไม่สนิท ส่วนประตูไฟฟ้าก็มีทั้งสัญญาณเตือนและระบบป้องกันการหนีบ เรียกว่าคิดกันตั้งแต่เรื่องใหญ่ไปจนถึงเรื่องที่บางครั้งคนเรามักมองข้ามและนี่แหละคือเสน่ห์ของรถประเภทนี้ มันไม่ได้ต้องการเสียงเครื่องคำราม ไม่ได้ต้องการให้ใครมองตามตอนวิ่งผ่าน และไม่ได้เกิดมาเพื่อชนะใครบนถนนมันเกิดมาเพื่อ “เอาคนไปให้ถึง”จะเป็นพนักงานที่ต้องไปทำงาน นักท่องเที่ยวที่กำลังออกเดินทาง นักเรียนที่กำลังไปทัศนศึกษา หรือผู้โดยสารที่กำลังกลับบ้าน ทุกคนมีจุดหมายของตัวเอง และหน้าที่ของ โตโยต้า โคสเตอร์ ใหม่ คือทำให้ระยะทางระหว่าง “ตรงนี้” กับ “ตรงนั้น” เป็นช่วงเวลาที่สบายและมั่นใจที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่าตัว 2,175,000 บาท กับรถที่ต้องรับบทหนักทุกวัน จึงไม่ได้วัดกันแค่เครื่องยนต์ 2.8 ลิตร 150 แรงม้า หรือแรงบิด 420 นิวตัน-เมตร แต่ต้องวัดกันที่คำถามง่ายๆ ว่า “เอาอยู่ไหม?”สำหรับโคสเตอร์ คำตอบน่าจะอยู่ตรงที่มันถูกสร้างมาเพื่อภารกิจนี้โดยเฉพาะ!!!อัลคาโปนคลิกอ่านคอลัมน์ “โชว์รูมหัวเขียว” เพิ่มเติม