ฝนถล่มจังหวัดริมฝั่งโขง นครพนมหนักสุด ปริมาณ น้ำสะสม 107 มม. น้ำระบายไม่ทัน เอ่อท่วมเขต เทศบาล ถนนจมมิด รถลุยน้ำดับกลางคัน ร้านค้าตลาดสดขนของหนีน้ำโกลาหล หนองคายน้ำโขงทะลักใกล้แตะจุดแดง เช่นเดียวกับ มุกดาหารน้ำขึ้นถึงทางเดินหน้าตลาดอินโดจีน ภาคเหนือ ที่เชียงใหม่ฝนถล่มต้นแม่น้ำปิงเอ่อท่วมร้านอาหารในตัวเมืองจนต้องปิดชั่วคราว บ้านช้างตระกูลแสน อ.แม่แตง เร่งย้ายช้างไปไว้ที่ปลอดภัย ส่วนแม่ฮ่องสอนฝนกระหน่ำดินริมน้ำทรุด ต้องประกาศเป็นเขตภัยพิบัติฝนถล่มอีสานตอนบน น้ำทะลักท่วมเมือง เปิดเผยเมื่อวันที่ 9 ส.ค. จากอิทธิพลร่องมรสุมพาด ผ่านภาคเหนือตอนบนและประเทศลาวตอนบน ทำให้ บริเวณภาคอีสานตอนบนมีฝนตกฟ้าคะนอง มีฝนตกหนัก เป็นบางแห่งในพื้นที่ จ.หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร และนครพนม โดยเฉพาะเขตเทศบาลเมือง นครพนม มีฝนหนักตั้งแต่ช่วงเวลา 05.00 น. วัดปริมาณน้ำฝนสูงสุดได้ถึง 107.9 มิลลิเมตร ส่งผลให้ ถนนหลายสายกลายเป็นเมืองบาดาล น้ำลึก 50-75 ซม. รถสัญจรลำบาก ชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่า ฝนตก หนักแบบ “ฝนแสนห่า” ไม่เคยเจอในรอบ 30 ปี ขณะที่อำเภออื่นๆฝนสูงสุดอยู่ที่ 61 มิลลิเมตรขณะที่ระดับแม่น้ำโขงที่ผ่าน จ.นครพนม ช่วงเช้าวัดได้ 10.78 เมตร เพิ่มขึ้นจากวันที่ 8 ส.ค.ประมาณ 20 ซม. แม้ว่าระดับน้ำยังต่ำกว่าจุดวิกฤติล้น ตลิ่งที่ 12.00 เมตร ประมาณ 1.22 เมตร แต่สถานการณ์ ฝนตกหนักและปริมาณแม่น้ำโขงยังเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้การระบายน้ำฝนที่ไหลลงลำน้ำสาขาต่างๆ โดยเฉพาะเขตเทศบาลเมืองนครพนม ถูกแม่น้ำโขงหนุนท่อระบายน้ำ ทำให้การระบายน้ำท่วมขังตามถนนสายต่างๆเกือบทุกสายค่อนข้างไหลช้าเอ่อเข้าท่วมอาคารบ้านเรือนประชาชนและร้านค้า สร้างความ เสียหายแก่ทรัพย์สิน มีรถยนต์และรถจักรยานยนต์ขี่ลุยน้ำเครื่องน็อกดับหลายคันนายเตวิชน์ โต๊ะหมาด อายุ 20 ปี พ่อค้าขายเครื่องพริกแกงใต้ ตลาดสดเทศบาลเมืองนครพนม เปิดเผยว่า เพิ่งเจอฝนตกหนักแบบนี้เป็นครั้งแรก ตนนำของออกมาวางขายตั้งแต่ตีสาม ช่วงนั้นฝนเริ่มตกแล้วและตกหนักเรื่อยๆ บรรดาพ่อค้าแม่ค้าต้องขนสินค้าข้าวของหนีน้ำกันจ้าละหวั่น ขณะที่นายวีระพล ตันติปัญญาวงศ์ อายุ 75 ปี เจ้าของร้านขาย เสื้อผ้า รองเท้า ชุดนักเรียน เล่าว่า ฝนตกหนักน้ำทะลัก เข้าร้านต้องขนของขึ้นที่สูง ปัญหาส่วนหนึ่งมาจากรถยนต์วิ่งลุยน้ำใช้ความเร็วเกิดคลื่นซัดเข้ามา ทำให้ของในร้านเสียหายต่อมาช่วงสาย หลังฝนหยุดตก ว่าที่ พ.ต. อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผวจ.นครพนม พร้อมด้วยนายวัฒนศักดิ์ เจียวิริยบุญญา รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองนครพนม ลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมบนถนนอภิบาลบัญชา ถือเป็นพื้นที่ย่านเศรษฐกิจการค้าการขายที่ใหญ่สุดในจังหวัด ว่าที่ พ.ต.อดิศักดิ์เผยว่า ถนนเส้นนี้ เป็นที่ลุ่ม ทำให้น้ำไหลช้ารอระบาย ช่วงนี้ปริมาณน้ำโขง ยังต่ำกว่าจุดวิกฤติประมาณ 2 เมตร ทำให้เครื่องสูบน้ำ 16 ตัว เร่งดันน้ำออกได้สะดวก นอกจากนี้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 22 สายนครพนม-สกลนคร มวลน้ำเอ่อล้นท่วมผิวการจราจร เจ้าหน้าที่นำป้ายบอกทางตั้งไว้เป็นสัญลักษณ์ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่ จ.หนองคาย ฝนตกตลอดทั้งวัน ประกอบกับ น้ำเหนือไหลลงมา ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทะลุ 10.5 เมตร อยู่ในพื้นที่เฝ้าระวังระดับสีแดง ประชาชนที่อาศัยริมฝั่งแม่น้ำโขงเตรียมยกข้าวของขึ้นที่สูง เนื่องจากมีแนวโน้มน้ำจะขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งกระแสน้ำไหลเชี่ยวและมีเศษไม้ ขอนไม้ลอยมากับน้ำจำนวนมาก เริ่มส่งผลกระทบต่อชาวบ้านที่อาศัยในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมและแจ้งเตือนประชาชนรับทราบข้อมูลข่าวสารน้ำที่อาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในช่วงนี้ส่วน จ.มุกดาหาร ระดับน้ำในแม่น้ำโขงช่วงเวลา 07.00 น. วัดได้ 10.78 เมตร เพิ่มขึ้นจากวันที่ 8 ส.ค. 36 ซม. ยังต่ำกว่าจุดวิกฤติ 1.72 เมตร จากระดับเตือนภัยน้ำท่วมที่ 12.50 เมตร แต่สถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ เนื่องจากระดับน้ำเพิ่มขึ้นทุกวัน ทำให้ บางจุดน้ำทะลักท่วมพื้นที่ริมโขง โดยเฉพาะหน้าตลาด อินโดจีน ริมฝั่งโขงพบว่า ทางเดินบริเวณที่นั่งพักผ่อนติดกับฝั่งแม่น้ำโขงน้ำไหลเข้าท่วมทางเดินตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา ทำให้พ่อค้าแม่ค้าที่ขายของอยู่บริเวณ ชั้นใต้ดินตลาดอินโดจีนเริ่มวิตกกังวลกลัวว่าหากปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอาจไหลเข้าร้านค้า ขณะที่จังหวัด มุกดาหารได้แจกกระสอบทรายกว่า 4,000 กระสอบให้ชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงริมลำน้ำสาขาทั้งห้วยแข้ ห้วยมุก เพื่อป้องกันน้ำทะลักเข้าสู่ท่อระบายน้ำเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายเหตุฝนตกหนักและดินริมตลิ่งน้ำแม่สะเรียงสไลด์พังทลายในพื้นที่บ้านนาคาว ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง พบตลิ่งริมน้ำแม่สะเรียงเกิดการพังทลายและทรุดตัวลึกลงไปประมาณ 5 เมตร ระยะทางประมาณ 30 เมตร จุดที่ได้รับผลกระทบหนักอยู่บริเวณท้องน้ำโค้งหักศอก มีความเสี่ยงสูงว่าหากเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องและมวลน้ำไหลเชี่ยวรุนแรงจะยิ่งกัดเซาะ ทำให้ดินพังทลายลุกลามมากยิ่งขึ้น อาจส่งผลให้บ้านได้รับความเสียหายไม่ต่ำกว่า 3 หลัง และมีอยู่ 1 หลังที่มีความเสี่ยงสูง เจ้าหน้าที่แจ้งเตือนผู้อยู่อาศัยให้ระวังอันตรายนายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ประสานข้อมูลกับสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อหาทางแก้ปัญหาตลิ่งพัง ทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ระหว่างดำเนินโครงการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ช่วงเดือน พ.ย.นี้ อย่างไรก็ตามเพื่อให้การป้องกันแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรอย่างทันท่วงที ให้เทศบาลตำบลเมืองยวมใต้เร่งป้องกันในเบื้องต้น หากไม่เร่งแก้อาจก่อให้เกิดผลกระทบในช่วงเดือน ส.ค.และ ก.ย.ที่มักประสบปัญหาอุทกภัยและดินถล่มเป็นประจำทุกปี และให้เทศบาลประกาศพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินอุทกภัยและดินถล่มที่บ้านแม่สามแลบ ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เกิดฝนตกหนักติดต่อกัน ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสาละวินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อบต.แม่สามแลบร่วมกับผู้ใหญ่บ้านและผู้นำชุมชนแต่ละพื้นที่เตรียมความพร้อมช่วยเหลือประชาชน หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายก อบต.แม่สามแลบ เผยว่า วันนี้แม่น้ำสาละวินเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อบต.แม่สามแลบ ได้ประชา สัมพันธ์แจ้งเตือนพี่น้องที่อาศัยอยู่ริมน้ำสาละวินในพื้นที่จุดเสี่ยงต่างๆให้ยกข้าวของเครื่องใช้ทรัพย์สินจำเป็นไปไว้ที่สูงเพื่อความปลอดภัยจ.เชียงใหม่ ฝนที่ตกหนักสะสมในพื้นที่ทางตอนเหนือมาหลายวัน โดยเฉพาะ อ.เชียงดาว และ อ.แม่แตง ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำปิงที่ไหลผ่านอ.เมืองเชียงใหม่ เพิ่มสูงขึ้นจนเอ่อล้นท่วมร้านค้า ร้านอาหารริมแม่น้ำใน ต.วัดเกต ทำให้ร้านต้องปิดบริการไปชั่วคราว ล่าสุดระดับน้ำที่สถานี p 67 อ.แม่แตง เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอยู่ที่ 1.87 เมตร แม้ยังห่างจากจุดล้นตลิ่งที่ 3.0 เมตร แต่สถานการณ์ฝนและปริมาณน้ำในพื้นที่ต้นแม่น้ำปิงยังน่าเป็นห่วง ระดับน้ำอาจเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ ลงพื้นที่สั่งการให้เร่งระบายน้ำอาคารชลประทานต่างๆในลำน้ำปิงทุกแห่ง โดยที่ประตูระบายน้ำแม่สอย อ.จอมทอง ด่านประตูน้ำปิงสุด ท้ายก่อนระบายลงทะเลสาบดอยเต่าเข้าเขื่อนภูมิพล สั่งให้เปิดบานประตูระบายน้ำหมดทั้ง 8 บานส่วนที่ อ.เวียงสา จ.น่าน เข้าขั้นวิกฤติ หลังเกิดฝนตกหนัก ทำให้มวลน้ำจากแม่น้ำน่าน แม่น้ำสา และแม่น้ำว้าไหลหลากลงมาจนระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งเกือบ 2 เมตร น้ำทะลักเข้าบ้านเรือนหลายชุมชนใน ต.กลางเวียง เดือดร้อนกว่า 30 หลัง พระสงฆ์และสามเณรวัดบุญยืน พระอารามหลวงช่วยชาวบ้านกรอกกระสอบทรายนำไปทำแนวป้องกันน้ำท่วม ขณะที่พื้นที่บ้านเรือง บ้านไหล่น่าน และบ้านไหล่น่านเหนือ ต.ไหล่น่าน น้ำทะลักท่วมบ้าน และถนนช่วงหน้าวัดไหล่น่านสูงกว่า 1 เมตร รถสัญจรผ่านไม่ได้ขณะที่สถานการณ์ลำน้ำแม่แตงเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบริเวณพื้นที่ผูกมัดช้างบ้านช้างตระกูลแสน (ดูช้างดูดอย) ต.กึ๊ดช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ พนักงานต้องเร่งเคลื่อนย้ายช้างทุกเชือกขึ้นไปยังพื้นที่สูงเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากในพื้นที่ยังคงมีฝนตกหนัก คาดว่าระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม บ้านช้างตระกูลแสน (ดูช้างดูดอย) ยืนยันว่าขณะนี้ช้างทุกเชือกปลอดภัยดี พร้อมทั้งจัดคนเฝ้าระวังและติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินจะประสานหน่วยงานต่างๆเข้าช่วยเหลือต่อไปเวลา 17.00 น. วันที่ 9 ส.ค. น.ส.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่องคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนและฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 12 ว่าภาคเหนือ ภาคตะวันออก เฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ยังมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและประเทศลาวตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม สำหรับคลื่นลมทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรงคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 1 วัน (10 ส.ค.)อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่