“รอง ผบช.ภ.1” แถลงไขข้อกังขาสังคม ปม ด.ช. วัย 14 ปี กราดยิงใน ร.ร.เทพศิรินทร์นนทบุรี ชี้มีหลายเหตุปัจจัยรุมเร้า ค้นคอมพิวเตอร์ ส่วนตัวมือยิงเจอคลิปความรุนแรง เรียนรู้วิธีใช้ปืน สั่งซื้อ “บีบีกัน” ทางอินเตอร์เน็ต ผลชันสูตรศพไม่พบ ใช้ยารักษาหรือสารเสพติด วอนทุกฝ่ายงดแชร์คลิปสยอง พ่อแม่ผู้ก่อเหตุเข้าให้ปากคำเพิ่มเติม น้ำตาคลอ ไหว้ขอโทษอีกครั้ง บอกจนถึงวันนี้ยังไม่รู้ลูกทำไปทำไม “ผกก.สภ.ปลายบาง” ยันแชตขู่ก่อเหตุซ้ำจนทำแตกตื่น ทั้งโรงเรียน เป็นเรื่องเข้าใจผิดของเด็กๆ ด้านครอบครัว “น้องเฟย์” เหยื่อรายที่ 9 รับศพไปบำเพ็ญกุศล พ่อ อโหสิกรรมให้ ขออย่าโทษใคร เชื่อโรงเรียนดูแลเด็กๆ ดีแล้ว ขณะที่คุรุสภามอบรางวัล “ครูสถิรคุณ” เชิดชูเกียรติ 5 ครูผู้สละชีวิตทุกฝ่ายยังเฝ้ารอคำตอบ ปมเหตุโศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญช็อกคนไทยทั้งประเทศมาจากเรื่องอะไรแน่ ภายหลัง ด.ช.วัย 14 ปี นักเรียนชั้น ม.3 ขโมยปืนสังหารปู่กับย่าสิ้นใจคาบ้าน แล้วนำปืนมากราดยิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ก่อนฆ่าตัวตายหนีความผิด เหตุเกิดช่วงสายวันที่ 7 ส.ค. ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 8 ราย เป็นครูและบุคลากรในโรงเรียน 5 ราย ปู่กับย่ารวมทั้งตัวผู้ก่อเหตุ 3 ราย และล่าสุดนักเรียนหญิงวัย 12 ปีที่ถูกยิงศีรษะ รักษาตัว รพ.พระนั่งเกล้า เสียชีวิตลงเป็นศพที่ 9 ตำรวจเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงหาแรงจูงใจการก่อเหตุว่ามาจากความกดดันเรื่องการเรียน ถูกบูลลี่ หรือเสพติดความรุนแรงจากเกมที่เล่น เพื่อไขปริศนาทุกข้อกังขาของสังคมให้กระจ่างชัดประชุมเข้มชุดคลี่คลายคดีที่ห้องประชุม สภ.ปลายบาง จ.นนทบุรี เวลา 09.30 น.วันที่ 9 ส.ค. พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จ.นนทบุรี พล.ต.ต.สุเจตนา โสตถิพันธุ์ ผบก.ศพฐ.1 พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.พูนสุข เตชะประเสริฐพร ผกก.1 สส.ภ.1 พ.ต.อ.ศุภชัย ศรีศักดิ์ ผกก.สส.ภ.จ.นนทบุรี พ.ต.อ.ภาสกร ไชยทวีวงศ์ ผกก.สภ.ปลายบาง พ.ต.อ.ธรรศกร ก้อนทอง ผกก.สภ.บางบัวทอง พร้อมพนักงานสอบสวน สภ.ปลายบาง พนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง และผู้เกี่ยวข้องในคดีเด็กชายอายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.3 ก่อเหตุใช้ปืนยิงครูและนักเรียนเสียชีวิตรวม 9 ราย และบาดเจ็บหลายราย ได้ร่วมประชุมความคืบหน้าทางคดี บรรยากาศเป็นไปอย่างเข้มข้น มีการชี้แจงข้อมูลและพยานหลักฐานต่างๆ อย่างละเอียด“รอง ผบช.ภ.1” ไขข้อข้องใจหลังจากใช้เวลาในการประชุม 1 ชั่วโมงเศษ พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบช.ภ.1 ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ชี้แจงประเด็นต่างๆที่สังคมยังค้างคาใจว่า ตอนนี้พนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องไปแล้ว 17 ปาก ตามพยานหลักฐานที่เกิดเหตุ ไม่ว่าจะเป็นอาวุธปืน ปลอกกระสุนปืน ซองบรรจุกระสุนปืน และโทรศัพท์มือถือของผู้ก่อเหตุ รวมทั้งโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่า และคอมพิวเตอร์ PC ที่เด็กใช้เล่นเกม ตรวจยึดมาจากบ้านของปู่กับย่า ของกลางในคดีทั้งหมดได้ถูกส่งให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบเก็บพยานหลักฐานแล้ว ขณะนี้ยังไม่เจอข้อมูลอย่างอื่นชี้มีหลายเหตุปัจจัยรุมเร้ารอง ผบช.ภ.1 ชี้แจงต่อไปว่า ส่วนกระแสข่าวที่ว่าเด็กชายผู้ก่อเหตุสะสมมีด และพกใส่กระเป๋ามาโรงเรียนด้วยนั้น เรื่องนี้ตำรวจไม่ได้มาสอบเพื่อจะหาพยานหลักฐานพิสูจน์ว่าเด็กผิดหรือไม่ผิดอะไร แต่อยากพิสูจน์ว่าสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เด็กก่อเหตุกราดยิงคืออะไร ตอนนี้พบว่ามีหลายสาเหตุหลายปัจจัยรุมเร้าประกอบกัน ทั้งปัญหาจากครอบครัว ปัญหาจากโรงเรียน การเรียน การมีปัญหากับเพื่อน และไปดูสื่อโซเชียลที่มีพฤติกรรมความรุนแรง ชุดคลี่คลายคดีจะนำทุกอย่างมาประกอบกัน ทั้งปัญหาของเด็กผู้ก่อเหตุที่ครอบครัวแตกแยกพ่อแม่แยกทางกัน อยู่กับปู่ย่าตั้งแต่ 2 ขวบ ปู่กับย่าเลี้ยงมา 12 ปี และภายหลังมีปัญหาความไม่เข้าใจกัน หรืออาจเป็นปัญหาความเครียดจากการเรียน รวมทั้งปัญหาทะเลาะวิวาทกับเพื่อน สำหรับสาเหตุเรื่องการบูลลี่ เรื่องครูให้คะแนนเกรด 0 ในทางสืบสวนเหตุที่มาของเรื่องนี้ จากที่สอบพยานที่เกี่ยวข้องเชื่อว่าเป็นหลายสาเหตุประกอบกันเรียนรู้ใช้ปืน–ดูคลิปรุนแรงรอง ผบช.ภ.1 กล่าวว่า จากที่สอบพยานพบว่าผู้ก่อเหตุเริ่มมีความสนใจเกี่ยวกับการใช้ปืนมาได้ 1-2 ปี ตำรวจไปดูที่บ้าน เก็บเครื่องคอมฯพีซีมาตรวจพบว่าเด็กกำลังศึกษาผ่านสื่อโซเชียล ในคลิปการใช้ความรุนแรง ส่วนประเด็นมีการเขียนหนังสือหรือภาพวาดอาวุธปืนหรือไม่ ตำรวจยืนยันว่าไม่มี แต่พนักงานสอบสวนจะตรวจสอบอีกครั้งสำหรับประเด็นปืนบีบีกัน เท่าที่สอบปากคำเด็กคนอื่นและเพื่อนรอบข้างทราบว่า เมื่อปีที่แล้วผู้ก่อเหตุ สั่งซื้อปืนบีบีกันทางออนไลน์ และนำปืนเข้ามาเล่นในโรงเรียนก่อนถูกครูยึดไป ส่วนการสั่งซื้อใหม่หรือไม่ ยังไม่ทราบข้อมูล แต่เท่าที่สอบพยาน ไม่พบว่าไปฝึกยิงปืนที่สนามยิงปืนไหน ฝากถึงผู้ปกครองการเก็บอาวุธปืนในบ้านต้องมิดชิด ไม่ควรให้เด็กรู้ที่ซ่อน สำหรับผลการชันสูตรศพ ขณะนี้ยังไม่พบว่าเด็กผู้ก่อเหตุเกี่ยวข้องกับการกินยารักษาหรือใช้สารเสพติดแนะใส่ใจพฤติกรรมลูกหลานพล.ต.ต.อรรถพลกล่าวต่อว่า อยากฝากบุคคลที่เกี่ยวข้องในการดูแลเด็กและเยาวชน ต้องสอดส่องพฤติกรรมว่าเด็กมีปัญหาอะไร ต้องรับฟังให้มากขึ้นและใส่ใจในการแก้ปัญหาให้มากขึ้น บางทีเด็กมาเล่าให้ฟังในปัญหาของเด็ก หากเด็กเล่าเบื้องต้น ครั้งหนึ่ง สอง สาม แต่ไม่ได้สนใจ ก็ไม่รู้ว่าเด็กว่าคิดอะไรจนเด็กต้องไปศึกษาค้นหาเอง ตอนนี้เด็กเข้าถึงสื่อโซเชียลได้ง่าย อาจต้องให้ความสนใจว่าเด็กดูอะไรบ้าง โดย เฉพาะผู้ปกครองและครู อาจต้องเข้าไปดูว่าเด็กดูอะไร รวมทั้งเพื่อนสนิท หากเด็กเล่าอะไรที่ผิดปกติให้ฟังต้องใส่ใจ ฝากไปถึงน้องๆ ต้องไปสื่อสารถึงครูให้ทราบด้วย หากเห็นเพื่อนมีพฤติกรรมเรื่องผิดปกติ ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ ถ้าปล่อยให้เกิดนานๆ ไม่รู้ว่าเด็กคิดอะไร เป็นจิตนาการแบบไหน เนื่องจากปัจจุบันเด็กเข้าถึงการใช้ความรุนแรงในโซเชียลได้ง่าย ต้องเข้าไปดูให้คำแนะนำวอนงดแชร์คลิปเหตุกราดยิง “ส่วนคลิปการก่อเหตุในโรงเรียน และปัจจุบันเผยแพร่ไปเยอะแล้ว ขอให้งดการเผยแพร่ รวมทั้งมีหลายเรื่องที่นำเสนอเป็นเรื่องที่ไม่จริง เช่น แชตของแม่กับลูกเป็นคลิปปลอม ขออย่าแชร์ต่อ อย่าแชร์ ส่วนในกระเป๋าเป้ของเด็กมีกุญแจบ้าน อาจจะมีการวางแผนหรือไม่นั้น ประเด็นนี้ตำรวจไม่ขอพูดถึง และไม่อยากให้ไปเสนอเกี่ยวกับพฤติการณ์ของเด็ก อยากมาช่วยกันสร้างความเชื่อมั่นให้ความอุ่นใจกับครูและนักเรียนจะดีกว่า” รอง ผบช.ภ.1 กล่าวส่ง ตร.เยี่ยมบ้านปลุกเชื่อมั่นพล.ต.ต.อรรถพลกล่าวอีกว่า เรื่องการลอกเลียน แบบก็ต้องให้ความสำคัญ ผบช.ภ.1 ได้ไปดูที่เกิดเหตุ ได้รับข้อสั่งการจากนายกรัฐมนตรี และ ผบ.ตร. ในเรื่องการตั้งจุดตรวจจุดสกัด พร้อมเพิ่มมาตรการจับกุมการพกพาอาวุธ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงอาวุธปืนเป็นพิเศษ อยากฝากประชาชนทุกภาคส่วนว่า หากพบสิ่งผิดปกติต้องรีบแจ้งเบาะแสให้ตำรวจทราบ เพื่อร่วมกันป้องกันเหตุตั้งแต่ต้น จากนี้ควรช่วยกันสร้างความเชื่อมั่น สร้างความอุ่นใจให้ผู้ปกครอง ครู และนักเรียน ผบ.ตร.ยังกำชับเพิ่มมาตรการสายตรวจแต่งเครื่องแบบเข้าไปตรวจเยี่ยมโรงเรียน และไปเยี่ยมบ้านเด็กที่ได้รับผลกระทบ เพื่อสร้างความอุ่นใจให้ทุกฝ่ายเชื่อมั่นว่าสามารถมาโรงเรียนได้อย่างปลอดภัยแล้วพ่อแม่มือยิงให้ปากคำเพิ่มสายวันเดียวกัน นายณิธิ (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี พ่อของเด็กวัย 14 ปี ผู้ก่อเหตุ พร้อมแม่ของเด็ก ได้เดินทางมาที่ สภ.ปลายบาง จ.นนทบุรี เพื่อให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม ระหว่างเดินขึ้นโรงพัก ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม พ่อและแม่ของผู้ก่อเหตุได้ยกมือไหว้และกล่าวขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ แต่ปฏิเสธที่จะพูดถึงสาเหตุและพฤติกรรมของลูกชาย “ถึงวันนี้ผมก็ยังหาคำตอบไม่ได้เช่นกันว่าลูกทำไปทำไม” นายณิธิกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือน้ำตาคลอเบ้า ก่อนขอตัวเดินเข้าห้องพนักงานสอบสวน ขณะที่บรรยากาศด้านหน้าโรงเรียน มีประชาชนนำช่อดอกไม้ รูปภาพของครูที่เสียชีวิตทั้ง 5 ราย และตุ๊กตาหมี มาวางเพื่อไว้อาลัยจากการสูญเสียครั้งนี้แชตขู่ก่อเหตุซ้ำทำแตกตื่นส่วนกรณีเพจข่าวแห่งหนึ่งลงโพสต์ระบุว่า “มือมืด ปล่อยข้อความขู่ก่อเหตุซ้ำที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี” นั้น ผู้สื่อข่าวสอบถาม พ.ต.อ.ภาสกร ไชยทวีวงศ์ ผกก.สภ.ปลายบาง จ.นนทบุรี ในประเด็นดังกล่าวได้รับคำชี้แจงว่า เมื่อวันที่ 8 ส.ค. นางปาริษา ศรีแสงจ้าย ประธานเครือข่ายผู้ปกครองโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี พร้อมนายณัฐพงษ์ สาเกตุ รองประธานฯ ได้นำหลักฐานเป็นแชตไลน์ที่พูดคุยเกี่ยวกับ “แผนก่อเหตุรุนแรงซ้ำในวันที่ 17-18 ส.ค.69” เข้าแจ้งลงบันทึกประจำวันกับพนักงานสอบสวน สภ.ปลายบาง เอาไว้แล้ว เพื่อให้ตำรวจได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังมีนักเรียนส่งแชตดังกล่าวเข้ามาในไลน์กลุ่มผู้ปกครองจนเกิดความตื่นตระหนกกันทั้งโรงเรียนเด็กเข้าใจผิด–ที่แท้เป็น ตร.พ.ต.อ.ภาสกรกล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นแชตที่ระบุว่าอาจมีผู้ร่วมก่อเหตุอีก 1 รายนั้น ทางเครือข่ายผู้ปกครองชี้แจงว่าน่าจะเกิดจากความเข้าใจผิดของนักเรียน เนื่องจากช่วงเกิดเหตุมีตำรวจนอกเครื่องแบบจาก สน.ลุมพินี เร่งเข้าไปช่วยเหลือนักเรียนในอาคารเป็นชุดแรกๆ ทำให้น้องๆนักเรียนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นผู้ก่อเหตุอีกคน ขณะนี้โรงเรียนได้ประกาศปิดเรียนชั่วคราว และมีกำหนดเปิดปกติวันที่ 17 ส.ค. พร้อมยกระดับมาตรการตรวจค้นอาวุธและดูแลสภาพจิตใจนักเรียน ครูเข้มงวดสายตรวจป้องกันเหตุ 24 ชม.ผกก.สภ.ปลายบาง กล่าวอีกว่า สำหรับประเด็นแชตขู่ก่อเหตุซ้ำยังอยู่ระหว่างรอผลการตรวจสอบอย่างละเอียด แต่หลังรับแจ้งความจากประธานเครือข่ายผู้ปกครองโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี แล้ว ได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ทันที และ สภ.ปลายบาง ได้เตรียมมาตรการรับมือในวันเปิดเรียนวันจันทร์ที่ 17 ส.ค.เอาไว้แล้ว ขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่สายตรวจไปประจำการที่โรงเรียน 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันเหตุอีกด้วยครอบครัวร่ำไห้รับ “น้องเฟย์”บรรยากาศที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เมื่อเวลา 11.00 น. พ่อแม่ของ ด.ญ.นภัทร หรือน้องเฟย์ ชัยมา อายุ 12 ปี นักเรียน ชั้น ม.1/6 ร.ร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี เหยื่อรายที่ 9 ถูกยิงที่ศีรษะ รักษาตัวอยู่ รพ.พระนั่งเกล้า และเสียชีวิต เดินทางมาติดต่อรับศพน้องเฟย์ ครอบครัวอยู่ในอาการโศกเศร้าสะเทือนใจ ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ภายหลังกระบวนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้เคลื่อนย้ายร่าง ผู้เสียชีวิตนำส่งไปบำเพ็ญกุศลที่วัดลาดปลาดุก ศาลา 3 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรีชี้กระสุนเจาะสมองฉีกขาดพล.ต.ต.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผบก.สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ เปิดเผยผลชันสูตรร่างผู้เสียชีวิตที่เป็นเด็กนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ร.ร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี ว่า ผู้เสียชีวิตถูกยิงเข้าจุดสำคัญคือศีรษะ กระสุนฝัง 1 นัด ส่งผลให้สมองฉีกขาด เป็นเหตุให้เสียชีวิต ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ก่อเหตุที่เป็นนักเรียนชายชั้น ม.3 ที่ตั้งข้อสังเกตว่าเกิดจากการทำร้ายตัวเองหรือถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญฯ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ และคำให้การของพยานในที่เกิดเหตุ ทราบว่าตำรวจ สภ.ปลายบาง จ.นนทบุรี จะเป็นผู้ให้ข้อมูลเพราะมีข้อมูลหลายส่วน ทั้งจากที่เกิดเหตุและบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อนเล่านาทีน้องเฟย์ถูกยิงช่วงเที่ยงรถตู้อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นนทบุรี (ศูนย์วัฒนะนนท์) นำศพน้องเฟย์เดินทางมาถึงศาลา 3 วัดลาดปลาดุก อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี มีครอบครัว ญาติพี่น้อง และเพื่อนนักเรียน มารอรับด้วยความโศกเศร้า เสียงร่ำไห้ดังระงมวัด ผู้สื่อข่าวสอบถาม ด.ช.เปอร์ อายุ 12 ปี เพื่อนร่วมชั้นบอกว่า ผู้ก่อเหตุจงใจยิงน้องเฟย์หรือไม่ ตนไม่แน่ใจ เพราะช่วงเกิดเหตุชุลมุนมาก ต่างคนต่างวิ่งหนี และหลังเกิดเหตุไม่มีใครเห็นน้องเฟย์ ไม่รู้ว่าไปไหน กระทั่งตอนกลางคืนถึงรู้ว่าเพื่อนถูกยิงเจ็บสาหัส นำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว เมื่อวานได้ไปเยี่ยมพร้อมเพื่อนๆในห้อง เห็นน้องเฟย์นอนอยู่บนเตียงยังไม่ฟื้น และยังไม่เสียชีวิต แต่หมอบอกชีพจรเบามาก พอเพื่อนๆ กลับออกมาแค่ครึ่งชั่วโมง ได้รับข่าวร้ายว่าน้องเฟย์เสียชีวิตแล้ว รู้สึกเศร้าเสียใจที่เพื่อนจากไปพ่ออโหสิให้–อย่าไปโทษใครขณะที่พ่อน้องเฟย์กล่าวว่า ตอนนี้ไม่ได้คิดอะไรแล้ว เพราะมันผ่านมาแล้ว จากนี้จะดูแลงานน้องให้ดีที่สุด ส่วนอื่นๆเหตุการณ์อะไรก็เป็นไปตามที่เกิดขึ้นมา หลายคนหลายฝ่ายคงไปดูแลกันอยู่แล้ว เรื่องของเหตุที่เกิดขึ้นไม่ได้โทษใคร คนที่ทำเขาเจออะไรมาบ้างเราก็ไม่รู้ ไม่เป็นไร ตนอโหสิให้ ขอให้ลูกเรามีความสุขบนสวรรค์ ส่วนตัวเชื่อว่าโรงเรียนดูแลได้ดีในระดับหนึ่งแล้ว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีใครคาดคิด เราไม่ควรไปโทษใคร ควรช่วยกันแก้ไขในภายภาคหน้าดีกว่า โรงเรียนก็ไม่ได้ผิด ไม่มีใครผิด และมีหลายหน่วยงานเข้ามาดูแลหาทางป้องกันเหตุในอนาคตแล้ว“ลูกแม่รำเพย”ร่วมปันน้ำใจจากเหตุการณ์ความสูญเสียที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ประชาคมชาวเทพศิรินทร์และเครือข่าย ได้ร่วมกันส่งต่อความห่วงใยอย่างล้นหลามตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตามโครงการ “พวกเราชาวเทพศิรินทร์ไม่เคยทิ้งกัน” เมื่อโรงเรียนเทพศิรินทร์ ถนนกรุงเกษม แขวงวัดเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบ ศัตรูพ่าย กทม. เชิญชวนผู้บริหาร ครู ครูเก่า ผู้ปกครอง บุคลากร นักเรียน นักเรียนเก่า สมาคมนักเรียนเก่า/ ศิษย์เก่าโรงเรียนในกลุ่มจตุรมิตร และผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ร่วมส่งน้ำใจและกำลังใจช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบ ได้ยอดบริจาครวมทั้งสิ้น 1,535,373.99 บาท ทั้งนี้ นายวิธาน พรหมสินธุศักดิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเทพศิรินทร์ จะนำไปส่งมอบให้ว่าที่ ร.อ.ณัฐธนพงษ์ ทองพลับ ผู้อำนวยการโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรีต่อไปมอบ “ครูถิรคุณ” เชิดชู 5 ครูนางอมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยว่า คุรุสภาเตรียมมอบ “รางวัลครูถิรคุณ” เพื่อประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติแก่ครูและบุคลากร ร.ร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี คือ นายกิตติพงศ์ สมรัตน์ รองผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ (รอง ผอ.กลุ่มบริหารกิจการนักเรียน) น.ส.ทิวาพร วานิช ครูชำนาญการพิเศษ (ครูแนะแนว) ว่าที่ ร.ต.หญิงนันท์ชณัฐพร นาคพลั้ง ครูชำนาญการ (ครูภาษาไทย) น.ส.ประภาพร ก้อนศิลา ครูอัตราจ้าง (ครูคณิตศาสตร์) และ น.ส.สายฝน ศิริกิจจาขจร เจ้าหน้าที่บริการกิจการนักเรียน ทั้ง 5 คน ถือเป็นผู้ประกอบคุณงามความดี อุทิศตนด้วยจิตวิญญาณแห่งความเป็นครู และปฏิบัติหน้าที่ดูแลและปกป้องศิษย์อย่างเต็มกำลังความสามารถ จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรีเหยื่อกระสุนยังวิกฤติ 5 รายน.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกฯสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุกราดยิง ร.ร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี ว่า ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงสาธารณสุข เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 9 ส.ค. มีผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 36 ราย แบ่งเป็นผู้เสียชีวิต 9 ราย ผู้บาดเจ็บ 27 ราย กลับบ้านแล้ว 13 ราย ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล 14 ราย เป็นผู้ป่วยระดับวิกฤติ 5 ราย ปานกลาง 5 ราย และเล็กน้อย 4 ราย ในจำนวนนี้ผ่านการผ่าตัดแล้ว 8 ราย ส่วนผู้ป่วยที่ยังรักษาตัว 14 ราย กระจายอยู่ในโรงพยาบาล 8 แห่ง ได้แก่ พระนั่งเกล้า 3 ราย พระมงกุฎเกล้า 3 ราย ศิริราช 2 ราย จุฬาลงกรณ์ 1 ราย เกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2 ราย เกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ 1 ราย บางกรวย 1 ราย ธนบุรี 2 อีก 1 ราย วันนี้มีแผนให้ผู้ป่วยกลับบ้านเพิ่มอีก 2 ราย หลังอาการดีขึ้นและแพทย์ประเมินว่าสามารถดูแลต่อที่บ้านได้ส่งทีม MCATT ช่วยเยียวยาน.ส.ลลิดากล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี โรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ติดตามอาการและประสานการรักษาผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ยืนยันว่าผู้บาดเจ็บทุกรายจะได้รับการดูแลตามมาตรฐานอย่างเต็มที่ ไม่มีข้อจำกัดเรื่องค่าใช้จ่ายและสิทธิการรักษา พร้อมจัดทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤติ (MCATT) ลงพื้นที่ดูแลนักเรียน ครู บุคลากร ครอบครัวผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต รวมถึงผู้เห็นเหตุการณ์ เพื่อประเมินและติดตามผลกระทบด้านสุขภาพจิตอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 สัปดาห์ 1 เดือน และ 3 เดือน การเยียวยาจะไม่จบเพียงการรักษาบาดแผลทางกาย แต่จะดูแลด้านจิตใจต่อเนื่องด้วยโพลไม่เชื่อมั่น รบ.แก้รุนแรงสวนดุสิตโพล สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ 1,198 คน เรื่อง “อาชญากรรมและความรุนแรงในสังคมไทย” ช่วงวันที่ 4-7 ส.ค. ผลการสำรวจพบว่า ร้อยละ 87.40 เห็นว่าอาชญากรรมและความรุนแรงในสังคมไทย ณ วันนี้ รุนแรงมากขึ้น ร้อยละ 86.81 มองว่าสาเหตุสำคัญคือ การบังคับใช้กฎหมายและบทลงโทษยังไม่เข้มงวดพอ ทั้งนี้ จากข่าวที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ร้อยละ 55.09 ระบุว่าทำให้รู้สึกกังวลอย่างมากเรื่องความปลอดภัยในชีวิตของตนเอง สำหรับแนวทางที่จะช่วยลดปัญหานี้ได้ ร้อยละ 81.55 เห็นว่าควรลงโทษผู้กระทำผิดอย่างหนัก โดยเฉพาะคดีร้ายแรง/กระทำผิดซ้ำ และเมื่อถามถึงความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหาได้หรือไม่ พบว่าร้อยละ 50.58 ไม่ค่อยเชื่อมั่นอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่