จะว่ามัวแต่เล่นเกมการเมือง ชิงดุลอำนาจในขั้วภูมิใจไทย หรือโชว์สไตล์สุขนิยมไปวันๆอย่างเดียวก็คงไม่ใช่ เพราะ “นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” รู้ดีถึงสถานะผู้นำวันนี้ เป็น “ผู้ถูกเลือก” ใช้บริการ มีวาระงานบ้านเมืองรอให้เคลียร์เพราะถ้าตอบโจทย์ไม่ได้ ตั๋วอำนาจรัฐบาลก็จะอายุสั้นวันนี้หลังจากจัดการปมโกงเข้มข้น ชนิดแม้ต้องงัดข้อกับเครือข่ายครูใหญ่ และบ้านใหญ่ในภูมิใจไทย แต่เป็นคิวบังคับ “อนุทิน” ไม่ยอมให้เหม็นเน่าทั้งข้อง ต้องมีบทเฮี้ยวเบรกเสือหิวเสือโหยกันบ้าง ที่สำคัญ ไม่สนใจสุ้มเสียงลอยๆของ “เจ๊ต่าย” กรุณา ชิดชอบ หลังบ้านของ“ครูใหญ่เนวิน” ที่โพสต์ดุๆ “เหลี่ยมจัด ทรยศ ก็ตัดทิ้ง” เพราะนาทีนี้ ไม่เชื่อว่า “พี่เน” จะหักสัมพันธ์เพราะถึงแม้มีรอยร้าว แต่ไวเกินไปที่จะแตกแยกทาง ช่วงโต๊ะจีนเพิ่งตั้ง ปาร์ตี้อำนาจเพิ่งเริ่มต้นเรียกว่ามีเหตุทุบกันในหมู่พี่ๆน้องๆพอหอมปากหอมคอ ดึงจังหวะไม่ให้เลือดสาด นอกนั้นปมฉาวอื่นๆก็ปล่อยให้เป็นไปตามระบบ กระบวนการ ที่สำคัญคือผู้อุปถัมภ์ค้ำชูจะเคาะทิศทาง ช่วยแก้เกมยังไงเมื่อ “ตัวช่วยพิเศษ” ยังไว้ใจใช้บริการ ผู้นำก็ต้องไปต่อ“อนุทิน” ก็เริ่มเข้าสู่โหมดตามพิมพ์เขียวที่วางไว้ ได้เวลาปล่อยของชุดใหญ่ เตรียมเข็นโครงการ มาตรการต่างๆด้านเศรษฐกิจ อัดฉีดก๊อก 2 ทั้งด้านพลังงาน หั่นค่าตั๋วรถไฟฟ้า ดึงต่างประเทศลงทุนโปรเจกต์ดาต้าเซ็นเตอร์ เอไอ ยานยนต์อีวี ฯลฯขณะที่อีกโหมดงานที่กำลังรุกหนัก ด้านการต่างประเทศ “รองอ้วน” สีหศักดิ์พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ไปดีลเบิกทาง จัดทริปออนทัวร์ให้ผู้นำถี่ยิบ ทั้งไปร่วมวงประชุมเจรจากับมหาอำนาจ รัสเซีย จีน รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้าน ลาว มาเลเซีย อินโดนีเซีย ล่าสุดเปิดบ้านรับแขก ผู้นำพม่า ตามยุทธศาสตร์ที่ปักหมุดพาประเทศไทยกลับสู่จอเรดาร์โลกล่าสุด “อนุทิน” ไปกล่าวปาฐกถาที่อินโดนีเซีย ประกาศทิศทางชัด ประเทศไทยจะร่วมเป็นสะพานเชื่อมทั้งประเทศภาคพื้นดิน และหมู่เกาะของอาเซียน รวมทั้งรักษาสัมพันธ์แบบยืดหยุ่นสร้างสรรค์กับทุกมหาอำนาจโลกเปิดการทูตเชิงรุก ปั่นบทไทยเป็น “เสาหลักอาเซียน”งานต่างประเทศ รัฐบาลถึงเริ่มมีเสียงเชียร์ โดยว่ากันว่าเบื้องหลังนอกจาก “รองอ้วน” ยังมี “ทีมพิเศษ” มาช่วยแบ็กอัป รวมทั้งในงานชายแดนที่หากปล่อยให้ “สีหศักดิ์” ต้องคุมควบก็จะไม่ไหวแต่กระนั้นก็ดี มือไม้ทำงานโชว์ “ขายของได้” ของรัฐบาล วันนี้สังเกตได้ว่า “นายกฯอนุทิน” จะใช้บริการสายเทคโนแครตมืออาชีพเป็นหลัก ทั้ง 3 เชฟในครัวรัฐบาล วิ่งเท้าขวิด มือแทบไม่ได้ว่างนอกจากนายสีหศักดิ์ ในราย “รองฯเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯและ รมว.คลัง ปั่นโจทย์อัดฉีดเฉพาะหน้า ควิกวินโครงการไทยช่วยไทย จูนเงื่อนไขบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจนเริ่มเข้าล็อก เตรียมต่อด้วยปั่นเศรษฐกิจต่อเนื่อง ปั๊มจีดีพีให้โต นำร่องแผนพาประเทศให้พ้นหล่ม หลุดจากกับดักรายได้ปานกลางแม้เป็นจุดเริ่มต้น ก็ถือว่าเดินตามเป้าหมายชัดเช่นเดียวกับ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ในภาพรวม เห็นแล้วก็เหนื่อยแทน เพราะเดินสายยิ่งกว่านักร้องลูกทุ่งเสียงทอง อย่างที่ผ่านมา ทั้งวิ่งรอกเจรจา “ภาษีทรัมป์” กับสหรัฐฯ อีกวันไปร่วมคณะผู้นำที่จีน แล้วก็ไปต่อยุโรป และอีกหลายประเทศเพื่อดีลเขตการค้าเสรี ปิดคิวเอฟทีเองานเลยพร่องบ้างเรื่องดูแลภายใน ทั้งราคาสินค้า ราคาพืชผลเกษตร เพราะผู้คนคาดหวังสูงวันนี้ “3 แม่ครัว” ใจสู้แต่เริ่ม “หลังแอ่น” ร้องหา “ตัวช่วย” กันระงมสอดคล้องกับการประเมินจากคนนอก มองว่านายกฯควรเติมคนมาช่วยบรรดา “เดอะแบก” เพิ่มโควตามืออาชีพเข้ามาเป็นรัฐมนตรีช่วยหรือแม้แต่คนการเมืองในค่ายภูมิใจไทยก็ไม่มีปัญหา จะเป็นลูกเทพ ลูกเจี๊ยบ ทายาทบ้านใหญ่ ถ้าโปรไฟล์ดี มีภูมิรู้ เข้าใจปัญหา มีแวว “ทำถึง” ก็ตั้งมาได้ยกเครื่อง ครม.รอบใหม่ ถ้า “อนุทิน” จัดให้ก็จะดีไม่น้อย.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม