พลเอกวาเลรี ซาลูชนี อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดของอูเครน ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตอูเครนประจำสหราชอาณาจักร บอกกับสังคมว่า อ้า อูเครนไม่มีโอกาสได้เข้าเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ในอนาคตอันใกล้คำพูดนี้สร้างความสนใจไปทั่วโลก นี่ไม่ใช่คำพูดของนายอันดรีย์ ช่างเชื่อม นายเยฟเฮน คนปลูกผัก ครูมาร์ตา หรือนักร้องโซโลเมีย แต่เป็นคำพูดที่ออกมาจากปากของคนที่เคยเป็นผู้นำกองทัพอูเครน และมีบทบาทสำคัญที่สุดคนหนึ่งในสงครามกับรัสเซียพลเอก ซาลูชนี อธิบายว่า อ้า แม้อูเครนจะต่อสู้อย่างหนักหนาสาหัสกับรัสเซียมาหลายปี มีการปรับปรุงกองทัพต่อเนื่อง ทว่าอูเครนยังขาดมาตรฐานหลายด้านที่นาโตต้องการ ต้องมีเทคโนโลยีขั้นสูง ระบบป้องกันภัยทางอากาศ ระบบสั่งการและการสื่อสารมาตรฐาน และมีขีดความสามารถทางทหารที่สมาชิกนาโตทั่วไปใช้อยู่ในปัจจุบันประเด็นสำคัญที่สุดไม่ได้อยู่ที่ศักยภาพทางทหารของอูเครน แต่อยู่ที่หลักเกณฑ์การรับสมาชิกใหม่ของนาโตที่เข้มงวดมากมายเกินกว่าที่นายเซอร์ฮีย์ คนงานเหมืองถ่านหิน หรือคนอย่างประธานาธิบดี นายเซเลนสกี จะเข้าใจสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ มาตรา 10 กำหนดไว้ชัดเจนว่า ผู้ที่จะได้รับเชิญเข้าเป็นสมาชิกต้องเป็น “รัฐในยุโรป” ที่สามารถส่งเสริมหลักการของสนธิสัญญาและช่วยเสริมสร้างความมั่นคงของภูมิภาคแอตแลนติกเหนือได้ แต่การเป็นประเทศยุโรปเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าจะได้รับสมาชิกภาพโดยอัตโนมัติประเทศผู้สมัครต้องมีระบอบประชาธิปไตยที่มั่นคง มีการเลือกตั้งเสรี มีหลักนิติธรรม คุ้มครองสิทธิมนุษยชน มีการเมืองที่โปร่งใส และกองทัพต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลพลเรือนตามระบอบประชาธิปไตยนอกจากนี้ ผู้สมัครยังต้องสามารถปรับกองทัพให้ทำงานร่วมกับประเทศสมาชิกนาโตได้ ไม่ว่าจะเป็นระบบบัญชาการ การสื่อสารการส่งกำลังบำรุง มาตรฐานอาวุธ ความปลอดภัยของข้อมูลลับตลอดจนความสามารถในการเข้าร่วมปฏิบัติการร่วมกับกองกำลังของชาติสมาชิกอีกเงื่อนไขหนึ่งซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง คือ ประเทศผู้สมัครควรจัดการข้อพิพาทระหว่างประเทศโดยสันติ แม้ว่าตัวบทสนธิสัญญาจะไม่ได้ห้ามประเทศที่มีข้อพิพาทเรื่องพรมแดนสมัครเข้าเป็นสมาชิก แต่ในทางปฏิบัติ ประเทศสมาชิกจำนวนมากจะพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ เพราะเมื่อประเทศนั้นเข้าเป็นสมาชิกแล้ว ความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่อาจทำให้สมาชิกทั้ง 32 ประเทศต้องเข้ามาเกี่ยวดองหนองยุ่งกับสงครามภายใต้หลักการป้องกันร่วมกันตามมาตรา 5 ของสนธิสัญญาเงื่อนไขสำคัญที่สุดที่หยุดความฝันเฟื่องเรื่องจะเป็นสมาชิกนาโตของอูเครนคือ การรับสมาชิกใหม่ต้องได้รับความเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์จากสมาชิกนาโตทุกประเทศ ไม่มีการใช้เสียงข้างมาก ประเทศสมาชิกเพียงประเทศเดียวก็สามารถ 1.ชะลอ หรือ 2.คัดค้าน การรับสมาชิกใหม่ได้ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง การเมือง หรือผลประโยชน์แห่งชาติแม้อูเครนปฏิบัติตามเงื่อนไขทุกข้อ มีการปฏิรูปกองทัพและระบบการเมืองจนเป็นที่ยอมรับ ก็ยังไม่ได้รับประกันว่าจะได้รับเชิญเข้าเป็นสมาชิก เพราะการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเป็นเรื่องของฉันทามติของสมาชิกทั้งหมดผู้อ่านท่านครับ การเป็นสมาชิกนาโตไม่ได้ขึ้นอยู่กับความกล้าหาญชาญชัยในสนามรบเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนอาวุธ หรือความเสียสละของประชาชนเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขทางกฎหมาย มาตรฐานทางการเมือง ความพร้อมด้านความมั่นคง และเหนือสิ่งอื่นใด คือการได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกนาโตทั้ง 32 ประเทศโดยไม่มีผู้ใดคัดค้านคำพูดของอดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดจึงไม่ใช่แค่การประเมินสถานการณ์ทางทหาร หากเป็นการสะท้อนข้อเท็จจริงของระบบพันธมิตรที่ยึดหลักฉันทามติ ซึ่งทำให้ประตูของนาโตไม่ได้เปิดด้วยกำลังทหารเพียงอย่างเดียว แต่เปิดด้วยความพร้อมในทุกมิติและด้วยความยินยอมจากสมาชิกทุกประเทศพร้อมกันเรื่องอย่างนี้ เซเลนสกี ไม่เข้าใจ มีผู้เตือนแกมากมายหลายคนเรื่องความฝันลมๆแล้งๆ แต่เซเลนสกีเป็นคนดื้อ ความดื้อทำให้คนอูเครนล้มหายตายจากและตกระกำลำบากหลายล้านคน.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม