กสทช.ยังต้องรอความชัดจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว. มหาดไทย กันต่อไป ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาคณะกรรมการสรรหา กสทช.มีมติตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา ชี้ขาดว่า นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. มีลักษณะ ต้องห้ามตามกฎหมาย ถือว่าสละสิทธิในการเข้าดำรงตำแหน่ง กสทช.ตั้งแต่ปี 2565 ก็ตามเนื่องจากตามขั้นตอน เมื่อนายกฯ ในฐานะผู้รักษาการตามกฎหมาย กสทช.รับเรื่องแล้ว ต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯ แต่คงเพราะนายกฯต้องการความมั่นใจ จึงส่งเรื่องให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบกระบวนการ ขั้นตอนตามกฎหมายอีกครั้ง และล่าสุดคณะกรรมการกฤษฎีกามีมติยืนยันอำนาจคณะกรรมการสรรหา กสทช.แล้วก็ตาม แต่เพราะในกรณีนี้ นพ.สรณ นอกจากมีข้อโต้แย้งเรื่องอำนาจของคณะกรรมการสรรหาในการชี้ประเด็นเรื่องสถานะและคุณสมบัติแล้ว ยังเตรียมยื่นฟ้องต่อศาลปกครองตามกรอบเวลา 90 วัน ทำให้ข้อสรุปเรื่องนี้ต้องยืดเวลาไปอีกพักใหญ่ หากนายกฯตัดสินใจชะลอนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ก็คงต้องรอข้อสรุปจากศาลปกครองอีกเอาเป็นว่า ปัญหาความชัดเจนเรื่องสถานะของ นพ.สรณถูกร้องเรียนและเรื่องคาราคาซังมา 4 ปีกว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าส่งผลกระทบต่อการทำงานของ กสทช.โดยรวม จากที่มีข่าวมาต่อเนื่อง ทั้งเกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายใน กสทช. มีผู้อยู่เบื้องหลัง 2 ฝ่าย เกิดการประลองกำลัง วอล์กเอาต์จนองค์ประชุมล่มในวาระการพิจารณา สำคัญๆและยังเกิดผลกระทบกับเรื่องการบริหารงานภายใน หรืองานหลังบ้านสำนักงาน กสทช. ทั้งเรื่องการสร้างตึกสำนักงานแห่งใหม่ที่ยังค้างคา และอีกเรื่องที่สำคัญ คือ ยังไม่สามารถสรรหาเลขาธิการ กสทช.คนใหม่ได้ มีเพียงผู้ทำหน้าที่รักษาการ มา 6 ปีแล้ว ท่ามกลางบรรยากาศความขัดแย้ง แตกแยกในองค์กรที่เพิ่มมากขึ้นเหนืออื่นใด ภาวะกึ่งสุญญากาศ ใน กสทช. หากยังปล่อยไว้ต่อไป ยิ่งจะทำให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้างกับภารกิจหน้าที่ของ กสทช.ในการกำกับดูแลคลื่นความถี่ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม และวงโคจรดาวเทียม รวมทั้งการดูแลให้ความเป็นธรรม คุ้มครองประชาชนผู้บริโภค และผู้ใช้บริการโดยเฉพาะหลายเรื่องที่รอให้ กสทช.ต้องรีบเข้ามาจัดการแก้ไข อาทิ การ เปลี่ยนผ่านระบบทีวีที่ยังตกค้าง การจัดสรรคลื่นความถี่รอบใหม่ ความชัดเจนในอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัล การรักษาวงโคจร และการยิงดาวเทียม ทุกเรื่องจะเดินหน้าไม่มีประสิทธิภาพ หาก กสทช.ยังอยู่ในภาวะง่อยเปลี้ยเป็นเป็ดง่อย สถานะอำนาจไม่ชัดเจน.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม