กองปราบฯออกหมายเรียก “ธีรุตม์ อดีตอธิบดี สถ.-เรืองเดช ผอ.สทจ. มศว” มารับทราบ 7 ข้อหาหนัก ส่วนผู้ที่อยู่ในบ้านทั้ง 11 ราย ที่ถูก ป.ป.ช. ตำรวจ ปปป.เข้าตรวจค้น โดนเรียกมาแจ้งข้อหาด้วย นายกฯแจง 7 แอ็กชันจัดการปมทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ยันดำเนินคดีถึงที่สุด ไม่มีใครหลุดรอด กมธ.ป.ป.ช. จ่อบุก สถ. คุ้ยปมทุจริตสอบท้องถิ่น 68 เล็งชงแบล็กลิสต์ มศว ทิ้งงานหรือทำงานไม่แล้วเสร็จภายหลังกองปราบปรามจับนายวิน ธนพชรโภคิน หรือ ดร.อัศวิน โชติพนัง ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ น.ส.ศตพร ธนพชรโภคิน น้องสาวนายวิน และ จ.ส.ต.ดร.พิชิต ทั้งพรม หรือจ่าพิชิต ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ 3 ผู้ต้องหาร่วมกันทุจริต หลังมีหลักฐานทั้งหมดเป็นตัวการร่วมวางแผนรวบรวมข้าราชการท้องถิ่นมาแก้ไขไฟล์ข้อสอบ ล่าสุดมีรายงานว่ากองปราบฯได้ขอหมายจับเพิ่มผู้ที่เกี่ยวข้องอีก 2 คนเป็นข้าราชการระดับสูง แต่ศาลพิจารณาให้ออกหมายเรียกตามที่เสนอข่าวไปแล้วความคืบหน้าล่าสุดคดีทุจริตระดับชาติ เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 27 ก.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. เปิดเผยว่า วันนี้พนักงานสอบสวน กก.2.บก.ป จะออกหมายเรียก บิ๊ก มศว และ สถ. และเจ้าหน้าที่อีก 11 ราย ที่อยู่ในบ้าน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ขณะถูกเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. และตำรวจ บก.ปปป.เข้าตรวจค้น มารับทราบข้อกล่าวหาตามที่มีข่าวออกมา โดยจะให้มารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 31 ก.ค.นี้รายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับบิ๊ก มศว และ สถ.ที่จะถูกออกหมายเรียกคือนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และนายเรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (ผอ.สทจ. มศว) ทั้งสองคนจะถูกแจ้งข้อหาหนัก 7 ข้อหา ได้แก่ข้อหา 1.เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต 2.เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสารกรอกข้อความลงในเอกสาร หรือดูแลรักษาเอกสาร กระทำการปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้น 3.เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสารรับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ รับรองเป็นหลักฐานว่าตนได้กระทำการอย่างใดขึ้น หรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จ4.ร่วมกันเอาไปเสียซึ่งเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน 5.ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ 6.ร่วมกันเปิดผนึกหรือเอาจดหมาย โทรเลขหรือเอกสารใดๆ ซึ่งปิดผนึกของผู้อื่นไป เพื่อล่วงรู้ข้อความ เพื่อนำข้อความหรือเอกสารเช่นว่านั้นออกเปิดเผย 7.ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 161, 162, 188, 265, 322 ประกอบมาตรา 83 และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14 (1)ส่วนผู้ที่ถูกเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. และตำรวจ ปปป. พบอยู่ที่บ้านใน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี กำลังแก้ไขข้อมูลข้อสอบ ทั้ง 11 ราย จะถูกเรียกมาแจ้งข้อหา ประกอบด้วยมีพฤติกรรมเป็นอั้งยี่, ซ่องโจร, ม.อาญา 188 ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพินัยกรรมหรือเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฐานนำเข้าสู่ระบบซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จสำหรับนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อายุ 53 ปี เป็นคนจังหวัดสงขลา จบการศึกษาบริหารธุรกิจบัณฑิต (การเงิน) มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต University of New Haven ประเทศสหรัฐอเมริกา บริหารรัฐกิจมหาบัณฑิต University of New Haven ประเทศสหรัฐ อเมริกา (ปี 2542) รวมทั้งจบหลักสูตรเนติบัณฑิต สมัย ที่ 61 เนติบัณฑิตยสภาในพระบรมราชูปถัมภ์ (ปี 2551)ส่วนเส้นทางการรับราชการเป็นผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงมหาดไทยที่รับผิดชอบงานปกครองในพื้นที่ภาคใต้มาอย่างยาวนาน อาทิ ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานยุติธรรม ศอ.บต. ผู้อำนวยการกองประสานและเร่งรัดการพัฒนาพื้นที่พิเศษชายแดนภาคใต้ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดยะลา รอง ผวจ.ยะลา รอง ผวจ.สุราษฎร์ธานี ผวจ.สุราษฎร์ธานี จากนั้นได้รับการโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่วันที่ 12 พ.ย.68 ก่อนที่นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงนามในคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 1563/2569 ย้ายนายธีรุตม์ไปประจำ กระทรวงมหาดไทยเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย.2569 เป็นต้นไปประวัตินายเรืองเดช ศิริกิจ ผอ.สทจ. มศว เป็น นักวิชาการด้านการวัดและประเมินผลทางการศึกษา มีความเชี่ยวชาญด้านการวัดผล การประเมินผลทางการศึกษา การทดสอบ และจิตวิทยาการศึกษา ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการสอน การวิจัย และงานบริหาร มีบทบาทในการพัฒนาระบบการสอบ การวัดผล และการประเมินคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัย รวมถึงการให้บริการด้านการทดสอบแก่หน่วยงานภายนอก และเมื่อเดือน ก.ค.65 มหาวิทยาลัยได้แต่งตั้งนายเรืองเดช ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยาอีกด้านหนึ่งเมื่อเวลา 11.30 น. วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้รายงานผลกับนายกฯ แล้วจะมีแอ็กชันอย่างไรต่อไป ว่า “น้องติดตามข่าวบ้างหรือเปล่า แอ็กชันแรก ย้ายผู้บริหารกรมปกครองท้องถิ่น ไปประจำสำนักงานปลัดกระทรวง แอ็กชันที่สอง ตั้งรองปลัดกระทรวงมหาดไทยสอบสวนข้อเท็จจริง แอ็กชันสาม ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงกับผู้ที่คาดว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง แอ็กชันที่สี่ ตั้งนายปกรณ์ กำกับดูแลการทุจริตครั้งนี้ แอ็กชันที่ห้า ให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และตำรวจ ติดตามออกหมายจับออกหมายเรียก และจับกุมผู้ที่ถูกกล่าวหา แอ็กชันที่หก คณะกรรมการกลางสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ประชุมและมีมติยกเลิกการประกาศผล โดยแจ้งไปยังจังหวัดต่างๆ แอ็กชันที่เจ็ด เดี๋ยวคอยดูจะมีการออกหมายเรียกหรือหมายจับ ผู้ที่สอบสวนพบเส้นทางทางการเงิน การกระทำและการติดต่อเชื่อมโยง แล้วทำไมบอกว่าไม่ทำอะไร”เมื่อถามว่าในฐานะหัวหน้ารัฐบาล การที่ กสถ. ยกเลิกประกาศผลสอบข้าราชการท้องถิ่น ปี 2568 ถือว่ารับผิดชอบเพียงพอหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ในส่วนของเขามีอำนาจหน้าที่ของเขา ส่วนการดำเนินคดีเป็นหน้าที่ตำรวจ ป.ป.ช. และคณะกรรมการชุดนายปกรณ์ ฉะนั้นใครทำผิดไม่มีทางที่จะหลุด ข้อมูลทุกอย่างเชื่อมโยงกันขณะที่นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ได้นัดพบนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และรักษาการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ในบ่ายวันที่ 31 ก.ค. เพื่อหารือและติดตามการแก้ไขปัญหาการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น กมธ.จะไปติดตามกระบวนการจัดเก็บผลสอบในสถานที่จริง ตั้งแต่การรับแฟลชไดรฟ์ในห้องทำงานอธิบดี สถ. การตรวจเครื่องคอมพิวเตอร์ของ น.ส.บุรณี แพรโรจน์ ผอ.กลุ่มงานสรรหาและบรรจุ แต่งตั้ง กมธ.ต้องการไปดูสถานที่จริง ขั้นตอนจริง อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องว่ามีปัญหาการหละหลวมเรื่องใด และยังมีแนวคิดเสนอไปยังกรมบัญชีกลางให้ขึ้นแบล็กลิสต์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ในการประมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพราะเป็นผู้ทิ้งงานหรือทำงานไม่แล้วเสร็จ ปกติไม่เคยมีเหตุการณ์ขึ้นแบล็กลิสต์การจัดซื้อจัดจ้างระหว่างรัฐกับรัฐ ในการเข้าพบข้าราชการ สถ. ครั้งนี้ จะให้กำลังใจข้าราชการที่ยังปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต ท่ามกลางวิกฤติศรัทธาจากเหตุการณ์ทุจริตสอบในครั้งนี้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่