ทันตแพทย์เจ้าของคลินิกทันตกรรมแจ้งความตำรวจไซเบอร์ ถูกสาวอดีตพนักงานในร้านตุ๋นเงินลงทุนส่งออกทุเรียนสูญกว่า 20 ล้านบาท หลังแยกทางภรรยาได้อดีตลูกจ้างมาดูแลที่บ้าน ก่อนชักชวนทำธุรกิจ ลูกสาวเป็นแพทย์สงสัยเงินในบัญชีพ่อร่อยหรอ เช็กเส้นเงินโยงเว็บพนัน หลังรู้ตัวโดนจับผิด สาวแสบยังแอบอ้างเป็นเจ้าของบ้านหรูของผู้เสียหายเอาไปเป็นเครดิตกู้เงินนอกระบบ พอได้เงินหายเงียบ เจ้าหนี้ส่งคนทวงถึงบ้าน ทำเจ้าของตัวจริงผวาไม่ปลอดภัยแจ้งจับสาวอดีตพนักงานคลินิกทันตกรรมหลอกทันตแพทย์เจ้าของร่วมลงทุนส่งออกทุเรียนไปเล่นพนันออนไลน์สูญเงินไปกว่า 20 ล้านบาท เปิดเผยเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 24 ก.ค.ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอดได้พาผู้เสียหายเป็นเจ้าของคลินิกทันตกรรมชื่อดังเข้าพบ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. เพื่อร้องทุกข์ หลังถูกอดีตพนักงานหญิงที่เคยทำงานในคลินิกหลอกลวงไปลงทุนทำธุรกิจส่งออกทุเรียนสูญเงินรวมกว่า 20 ล้านบาทนายเอกภพเปิดเผยว่า ผู้เสียหายรายนี้ปัจจุบันมีอายุ 65 ปี นอกจากเป็นเจ้าของคลินิกทันตกรรมหลายสาขาแล้วยังเป็นอาจารย์แพทย์ หลังแยกทางกับภรรยา มีอดีตพนักงานหญิงเคยทำงานอยู่ในคลินิกเข้ามาตีสนิทและอาสาดูแลอย่างใกล้ชิด ลูกสาวผู้เสียหายเป็นแพทย์ 2 คนเห็นว่าเป็นคนที่เคยทำงานด้วย เลยไว้ใจให้เข้ามาพักอาศัยในบ้านเพื่อช่วยดูแลพ่อ กระทั่งช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาลูกสาวเริ่มเห็นสิ่งผิดปกติเงินในบัญชีธนาคารพ่อค่อยๆลดลง รวมถึงบัตรเครดิตหลายล้านบาทถูกใช้จนเต็มวงเงิน สอบถามทราบว่าหญิงคนดังกล่าวชวนร่วมลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจส่งออกทุเรียนแต่ประสบปัญหาทางธุรกิจ ขอให้โอนเงินช่วยเหลือผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอดกล่าวอีกว่า ตรวจสอบพบเงินในบัญชีพ่อหายไปกว่า 20 ล้านบาท เส้นทางเงินบางส่วนเชื่อมโยงบัญชีเว็บพนันออนไลน์ อีกทั้งหลังจากหญิงคนดังกล่าวเริ่มไหวตัวว่าโดนจับผิด ก่อนหลบหนียังแอบอ้างเป็นเจ้าของบ้านผู้เสียหายไปหลอกกู้ยืมเงินนอกระบบด้วยการพานายทุนเงินกู้ไปดูบ้านของผู้เสียหายในโครงการหมู่บ้านหรู จ.ปทุมธานี อ้างว่าเป็นบ้านตัวเอง ทำให้นายทุนหลายรายหลงเชื่อปล่อยเงินกู้จำนวนมาก เมื่อได้เงินแล้วก็หลบหนีไป ปล่อยให้แก๊งทวงหนี้หมวกกันน็อกตามทวงถึงบ้านผู้เสียหายหลายรอบ สร้างความเดือดร้อนและกังวลในเรื่องความปลอดภัย มาแจ้งความขอให้ตำรวจไซเบอร์ช่วยตรวจสอบเส้นเงินและดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ รวมถึงช่วยติดตามทรัพย์สินเงินสดคืนด้าน พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้รับเรื่องไว้ตรวจสอบว่าคดีดังกล่าวเข้าข่ายเป็น “Hybrid Scam” หรือไม่ เนื่องจากพฤติการณ์เริ่มจากสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดลักษณะ Romance Scam ก่อนชักชวนให้ร่วมลงทุน อ้างว่าเป็นการลงทุนธุรกิจส่งออกทุเรียน และพบข้อมูลเส้นทางการเงินบางส่วนอาจเชื่อมโยงเว็บพนันออนไลน์ เจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบเส้นเงิน บัญชีปลายทาง และ URL ที่เกี่ยวข้อง หากเข้าข่ายผิดตามอำนาจของตำรวจไซเบอร์จะดำเนินคดีทันที แต่หากเป็นความผิดฐานฉ้อโกงทั่วไปจะประสานพนักงานสอบสวนในพื้นที่รับผิดชอบดำเนินการต่อ พร้อมประสานตำรวจท้องที่ดูแลความปลอดภัยให้กับครอบครัวผู้เสียหายอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่