ป.ป.ช.แจง กมธ.พบผู้ร่วมขบวนการโกงสอบท้องถิ่นรวม 11 คน มีผู้บริหารระดับสูง สถ.สั่งการให้ 1 ใน 3ผู้ต้องหาและ มศว ร่วมกันแก้ไขคะแนนคนสอบไม่ผ่าน เป็นสอบผ่าน เปิดโอกาสให้ผู้จ้างวานแก้ไขคะแนนสอบ 5,960 คน เข้าให้ข้อมูลกับ ป.ป.ช. ใครมาก่อนให้การเป็นประโยชน์จะได้รับการพิจารณากันไว้เป็นพยาน ขอเวลา 10 เดือนดำเนินการทั้งอาญา วินัย และจริยธรรม ประธาน กมธ.ป.ป.ช.ติงใช้เวลานานไป กำชับดูแล 3 ผู้ต้องหาคนสำคัญ หวั่นถูกตัดตอน “นิรัตน์” รรท.อธิบดี สถ. เข้าพบนายกฯเคลียร์ปมทุจริตสอบท้องถิ่น จ่อเซ็นรับรองผลใหม่ไม่เกิน 24 ก.ค.นี้ ที่ช้าเพราะต้องแนบบัญชีผู้สอบได้ที่ถูกต้องไปด้วย เล็งเอาผิดผู้นำข้อมูลเท็จให้ กสถ.รับรองผล อุบจะถึงนักการเมืองด้วยหรือไม่ นายกฯกำชับเอาผิดดะ ไม่ดูหน้าใคร ด้านรองผู้การสตูลนำทีมจับกุมอดีตนายก อบต.ควนกาหลง ในพื้นที่โคราช หลังถูกออกหมายจับ 3 หมายคดีทุจริตเรียกรับผลประโยชน์สอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ควนกาหลงดำเนินคดีที่รัฐสภาเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 23 ก.ค. นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ฐานะประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทน ราษฎร หรือ กมธ.ป.ป.ช. เป็นประธานประชุมพิจารณากรณีตรวจสอบการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น เชิญเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กองบังคับการตำรวจกองปราบ (บก.ป.) กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มาสอบถามความคืบหน้าคดี ต่อมาเวลา 15.15 น.นายอาสพลธ์แถลงว่า ตัวแทนเลขาธิการ ป.ป.ช.ชี้แจงความคืบหน้าว่า มีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องทั้งกระบวนการ 11 คน จากเดิมที่พบการกระทำผิดที่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี 10 คน และพบว่ามีการแก้ไขคะแนนสอบจากผู้สอบไม่ผ่านให้เป็นผู้สอบผ่าน 5,960 คน ไม่ตรงกับตัวเลขที่คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ระบุว่ามี 5,924 คน ทำกันเป็นขบวนการ ตามร่างขอบเขตงานมหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) มีหน้าที่ทบทวนคะแนนสอบ ส่งให้ กสถ.รับรองรายชื่อ ในส่วน 5,960 คน ที่แก้ไขผลคะแนนสอบ ถือว่าอยู่ในข่ายร่วมกระทำผิด ป.ป.ช.ระบุว่า หากรายใดไปยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ให้ข้อมูลเป็นประโยชน์การไต่สวนจะกันไว้เป็นพยาน ส่วนบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้อง ป.ป.ช.สอบปากคำเรียบร้อยแล้วเช่นกัน“ป.ป.ช.แจ้งว่าจากการไต่สวนพบว่ามีผู้บริหารระดับสูงของ สถ.สั่งการให้ 1 ใน 3 ผู้ต้องหาและ มศว ร่วมกันแก้ไขคะแนนของผู้สอบไม่ผ่าน เป็นสอบผ่าน กมธ.จึงฝาก ป.ป.ช.ให้ดูแลความปลอดภัยของผู้ต้องหาให้ดี กลัวจะมีการตัดตอน ขณะเดียวกัน ป.ป.ช.ยังส่งรายชื่อผู้ต้องสงสัย 200 กว่าคนในคดีนี้ให้ ปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงิน กระบวนการไต่สวนคดีนี้ จะใช้เวลา 10 เดือน จึงจะได้ตัวผู้กระทำผิดที่แท้จริง ประกอบด้วยใช้เวลารวบรวมหลักฐาน 3 เดือน ประมวลผลข้อมูล 1 เดือน และการให้ผู้ถูกกล่าวหามาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา 6 เดือน กมธ.มองว่า เป็นระยะเวลาที่นานเกินไป ควรมอบอำนาจให้ดีเอสไอ หรือ ปปง.ดำเนินการแทน การสอบสวนจะรวดเร็วกว่า แต่ตัวแทน ป.ป.ช.บอกว่าเวลา 10 เดือนเร็วที่สุดแล้ว ป.ป.ช.เชิญหน่วยงานอื่นเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการไต่สวนด้วย เพราะคดีดังกล่าวถือเป็นคดีพิเศษที่ประชาชนให้ความสนใจ ป.ป.ช.จะไต่สวนทั้งอาญา วินัย และจริยธรรม” ประธาน กมธ.ป.ป.ช.กล่าวผู้สื่อข่าวถามว่า ตัวการใหญ่สุดสาวถึงระดับไหน นายอาสพลธ์ตอบว่า ป.ป.ช.ให้ข้อมูลว่า มีผู้บริหารกรมสั่งการอธิการบดี มศว และผู้ต้องหาทางไลน์ ส่วนปลัดกระทรวงมหาดไทยและนักการเมือง กำลังตรวจสอบที่ทำเนียบรัฐบาล นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมท้องถิ่น (สถ.) ให้สัมภาษณ์หลังเข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ผู้สื่อข่าวถามว่า กสถ.มีมติไปแล้วเหตุใดจึงต้องนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) นายนิรัตน์ตอบว่า ตามขั้นตอน กสถ.เป็นผู้ประกาศรับรองผลคะแนนตั้งแต่ครั้งแรก เมื่อพบว่าผิด กสถ. มีหน้าที่ต้องลงมติยกเลิกมติเดิมที่ตัวเองเป็นผู้ทำ เมื่อยกเลิกแล้วต้องมีมติรับรองผลคะแนนที่ถูกต้อง ที่ตรวจเสร็จตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค. แต่ไม่ได้ถูกนำเข้าที่ประชุม หลังประชุมเสร็จต้องมาออกประกาศ ประธาน กสถ.จะลงนามหลังจากวันที่ 17 ก.ค. ต้องมีบัญชีรายชื่อแนบท้ายถามว่ายังยืนยันในอำนาจของ กสถ.ใช่หรือไม่ นายนิรัตน์ตอบว่า ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำไป ถามว่าการลงนามประกาศใหม่จะแล้วเสร็จเมื่อไหร่ นายนิรัตน์ตอบว่า เร่งให้เสร็จภายในวันที่ 23 หรือ 24 ก.ค. ถามว่า กสถ.มีอำนาจเอาผิดผู้ทุจริตหรือไม่ นายนิรัตน์ตอบว่า ถือว่าเป็นหน้าที่ สิ่งที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายคือ แจ้งความดำเนินคดีกับผู้นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ที่ประชุม ตรงนี้เป็นหน้าที่ของ กสถ. ถามว่าบุคคลที่ กสถ.จะฟ้องฐานะที่ให้ข้อมูลผิดพลาดเป็นใคร หรือหน่วยงานใด นายนิรัตน์ตอบว่าให้รอดู ต้องมีผู้รับผิดชอบแน่นอน เกิดความเสียหายมากขนาดนี้ ไม่มีเคลียร์ นายกฯบอกชัดเจนว่าถึงใครก็คนนั้น ตรงไปตรงมา เราไม่ดูหน้าใคร ไม่ดูชื่อใคร ถ้ามันถึงตรงไหนที่ทำให้เกิดความขัดข้อง เกิดความเสียหายใหญ่ขนาดนี้ต้องดำเนินคดี ถามย้ำว่า มีถึงขั้นรัฐมนตรีหรือนักการเมืองดังๆหรือไม่ นายนิรัตน์ตอบว่า มิบังอาจพูดถึงอย่างนั้น แต่ถ้าถึงใครก็คนนั้น คนจะดำเนินการตามกฎหมายไม่ได้มีแค่ สถ. หรืออธิบดี สถ. ถามว่ากำหนดการประชุม ก.กลางใหม่แล้วหรือยัง นายนิรัตน์ตอบว่า คงไม่นาน เราประชุม ก.กลางเพื่อรับทราบมติ กสถ.ในเรื่องบัญชีเก่าเพื่อพิจารณายกเลิกรับรองบัญชีใหม่ เมื่อตรงนี้ยังไม่เสร็จจึงเสนอเลื่อนดีกว่า พยายามให้เกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า ถามว่านายกฯสอบถามข้อกฎหมายหรือไม่ นายนิรัตน์ตอบว่า มีปรึกษากัน เรายึดอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วย จึงถกกันว่า หน่วยไหน องค์กรใดมีหน้าที่ความรับผิดชอบอะไร ไม่เอาเร็ว ความถูกใจ และแรงกดดันมาใช้ เพราะทุกอย่างต้องมีความรับผิดชอบคู่กันส่วนที่ จ.สตูล มีรายงานว่า เมื่อเย็นวันที่ 22 ก.ค. พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ รอง ผบก.ภ.จ.สตูล พร้อมด้วย พ.ต.อ.เสกสิทธิ์ ปรากฏชื่อ ผกก.สส.ภ.จ.สตูล นำกำลังจับกุมนายนัฐภาพงศ์ สุวรรณชนะ อดีตนายก อบต.ควนกาหลง อ.ควนกาหลง จ.สตูล อยู่บ้านเลขที่ 123 หมู่ 4 ต.ควนกาหลง อ.ควนกาหลง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสตูลในคดีทุจริตเรียกรับผลประโยชน์จากการสอบแข่งขันบรรจุเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ขณะกบดานอยู่ในหอพักพื้นที่หมู่ 5 ต.บ้านใหม่ อ.เมืองนครราชสีมา ยึดเงินสดได้ 1,230,500 บาท นำตัวไปลงบันทึกจับกุมที่ สภ.โพธิ์กลาง สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ต้องหามีหมายจับถึง 3 หมาย จากนั้นนำตัวกลับไปดำเนินคดีที่ สภ.ควนกาหลงอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่