ผบช.ก.แถลงผลงานชุดสืบสวน บก.ปอศ. ทลาย อาณาจักรทุนจีนขบวนการนอมินีจีนเทาตัวเอ้นาย “ห่าว เติ้ง” ให้สองแม่ลูกถือครองบริษัทและอสังหาริมทรัพย์แทน อายัดบริษัทรวม 33 แห่ง บ้านหรู 33 หลัง เงินสด โฉนดที่ดิน และเอกสารหุ้น รวมมูลค่ากว่า 1,275 ล้านบาท พนักงานสอบสวนเตรียมขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ตามความผิด พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ฐานใช้คนไทยเป็นนอมินี และขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการเกี่ยวข้องมาดำเนินคดีบช.ก.ทลายนอมินีจีนเทาอายัดทรัพย์สินมูลค่ารวม 1,275 ล้านบาท เปิดเผยขึ้นที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 ก.ค. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.จำนาญ จันทร์เทศ ผกก.4 บก.ปอศ. แถลงผลปฏิบัติการ “ทลายอาณาจักรทุนจีนนอมินี” ขบวนการใช้นอมินีคนไทยถือครองอสังหาริมทรัพย์แทนชาวต่างชาติ นำกำลังตำรวจตรวจค้นเป้าหมาย 20 จุด และบ้านพักในหมู่บ้านหรู ย่านถนนพัฒนาการ และถนนกรุงเทพ กรีฑา กทม. ยึดอสังหาริมทรัพย์หลายรายการพล.ต.ท.ณัฐศักดิ์กล่าวว่า สืบเนื่องจาก บก. ปอศ. รับข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) รวมทั้งได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่า มีชาวจีนเข้าพักอาศัยในหมู่บ้านหรูจำนวนมาก จัดตั้งบริษัท และมีทรัพย์สินจำนวนส่อเค้ากระทำผิดกฎหมาย ชุดสืบสวนตรวจสอบพบมีการจัดตั้งบริษัทอำพราง โดยมี น.ส.ปิยนุช และนางสาคร แม่ของ น.ส.ปิยนุช เป็นผู้ถือหุ้นและกรรมการ ขณะที่ผู้สั่งการและเจ้าของตัวจริง คือ นายห่าว เติ้ง (Mr.Hao Deng) ชาวจีน จากการตรวจสอบพบว่า มีการจัดตั้งบริษัทรวม 33 แห่ง นำไปถือครองบ้านพักหรู 33 หลัง มูลค่ารวมกว่า 1,275 ล้านบาท เงินทุนทั้งหมดเป็นของนายห่าว เติ้งจากการตรวจค้นชุดจับกุมตรวจยึดพยานหลักฐานสำคัญ ได้แก่ โฉนดที่ดิน 3 ฉบับ สัญญาซื้อขายและเอกสารสิทธิ์ 30 ชุด หนังสือเดินทางหลายสัญชาติ 15 เล่ม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 13 รายการ ธนบัตรไทยและต่างประเทศมูลค่ารวมประมาณ 1.4 ล้านบาท เอกสารบริษัทและงบการเงิน 24 ชุด รวมถึงตราประทับบริษัทอีก 6 ชิ้นด้าน พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิกล่าวว่า ขบวนการดังกล่าวใช้วิธีจัดตั้งบริษัทให้คนไทยเป็น “นอมินี” เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกฎหมายในการถือครองอสังหา ริมทรัพย์ให้ชาวต่างชาติ แบ่งรูปแบบการดำเนินการ คือ ใช้บริษัทนอมินีซื้อบ้านไว้ก่อน 2 หลัง เปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นให้ชาวจีนเข้าครอบครองเมื่อมีผู้ซื้อ 3 หลัง และใช้บริษัทนอมินีซื้อบ้านก่อนปล่อยเช่า หรือขายผ่านเอเจนซีชาวจีน 28 หลัง เจ้าหน้าที่ยังพบเอกสารโอนลอยหุ้นจำนวน 30 ชุด ที่ น.ส.ปิยนุช และนางสาคร ลงนามไว้ล่วงหน้า เตรียมเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นตามคำสั่งของนายห่าว เติ้ง ทำให้เห็นว่าบุคคล ทั้งสองมีหน้าที่เพียงนำชื่อมาใช้ในการจัดตั้งบริษัทเท่านั้น เจ้าของเงินทุนทั้งหมดเป็นของนายห่าว เติ้งเบื้องต้นพนักงานสอบสวนเตรียมขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ตามความผิด พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ฐานใช้คนไทยเป็นตัวแทนถือหุ้น (นอมินี) และความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน พร้อมเตรียมรายงานผลการสืบสวนไปยังกรมที่ดิน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับการจำหน่ายที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่