และแล้วการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 หรือฟีฟ่าเวิลด์คัพ ครั้งที่ 23 ก็ปิดฉากลงอย่างสวยงาม และเรียบร้อยโรงเรียนอเมริกัน เมื่อตี 4 กว่าๆเกือบตี 5 เช้าตรู่วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม ตามเวลาบ้านเราที่ผมใช้สำนวนว่า “เรียบร้อยโรงเรียนอเมริกัน” แม้เจ้าภาพร่วมครั้งนี้จะมีถึง 3 ประเทศอย่างที่ทราบๆกันอยู่ แต่เนื่องจากรอบ 8 ทีมสุดท้าย รอบ 4 ทีมสุดท้าย รวมทั้งรอบชิงที่ 3 และชิงแชมป์จัดในสหรัฐอเมริกาทั้งหมด...โดยเฉพาะนัดสุดท้ายที่จัด ณ สนาม “เมตไลฟ์สเตเดียม” นิวเจอร์ซีย์ สนามของทีมอเมริกันฟุตบอลดัง 2 ทีม อันได้แก่ นิวยอร์กไจแอนด์ส และนิวยอร์ก เจ็ตส นั้น จัดได้ยิ่งใหญ่มาก...จึงเหมือนกับว่า สหรัฐฯเป็นเจ้าภาพตัวจริงเสียงจริงแต่เพียงผู้เดียวผมไม่ได้ดูวันสุดท้ายครับ เพราะมาดึกมาก ช่วงตี 2 ซึ่งเป็นเวลาที่ผมต้องการ “นอน” มากที่สุด และจะนอนยาวไปจนถึงตี 4 กว่าๆหน่อยโน่นเลยตามความต้องการของร่างกายถ้าการแข่งขันจบลงด้วยการยิงลูกโทษ ผมคงลุกขึ้นมาดูแน่ๆ แต่เมื่อลืมตาขึ้นและสิ่งแรกที่ทำคือ เปิดมือถือดู Live Score พบว่า สเปน โดย เฟร์ราน ตอร์เรส ยิงนำไป 1-0 ในนาที 106 ของช่วงต่อเวลาครึ่งหลัง แม้จะยังเหลือเวลาแข่งอีกหลายนาที แต่ผมก็เชื่อใจว่า ยังไงๆก็น่าจะจบด้วยสกอร์นี้แหละ...ว่าแล้วผมก็งีบต่ออีกพักใหญ่ ซึ่งผลก็ลงเอยตามนั้นแต่ก็อย่างที่ผมเคยกราบเรียนไว้แหละครับ ไฮไลต์ของการแข่งขันก็ดี, ไฮไลต์ของพิธีปิดการแข่งขันก็ดี อีกแป๊บเดียวเท่านั้นก็จะหลั่งไหลออกมาเต็มยูทูบ...คราวนี้ก็เช่นกันเมื่อผมตื่นขึ้นในตอนเช้าก็มีมาครบถ้วน สามารถดูย้อนหลังเก็บตกได้ทุกๆประเด็น...เสมือนหนึ่งได้ตื่นขึ้นมาดูด้วยตนเองทุกประการต้องขอแสดงความยินดีกับทีมกระทิงดุ สเปนที่คว้าแชมป์บอลโลก 2026 มาครองได้สำเร็จ สมกับที่ AI ถึง 12 สำนัก จาก 15 สำนักคาดหมายไว้ก่อนลงเตะขอปรบมือให้ เฟร์ราน ตอร์เรส ฮีโร่ผู้ทำประตูชัย, โรดรี กัปตันทีมตัวหลักที่คุมจังหวะเกมในแดนกลางได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งรุกและรับ ส่วนดาวรุ่งยอดเยี่ยมอย่าง เปา กูบาร์ซี กองหลังวัย 19 ปี 6 เดือนโดยประมาณวันชิงแชมป์ และ ลามีน ยามาล กองหน้าวัย 19 ปีกับ 7 วัน วันชิงแชมป์ ก็เล่นได้ตามที่กองเชียร์คาดหวัง ถนอมตัวไว้ดีๆอีก 4 ปีข้างหน้าจะเป็นยุคของ 2 คนนี้ทางฝ่ายผู้แพ้ อาร์เจนตินา ก็เป็นไปตามที่เซียนทั้งหลายคาดไว้...แม้ในรอบน็อกเอาต์ จะผ่านมาได้แบบมีปาฏิหาริย์ช่วย รวมถึง รอบ 4 ทีมที่เจออังกฤษถูกยิงนำก่อนยังกลับมาแซงได้ 2-1แต่ปาฏิหาริย์ย่อมมีวันสิ้นสุด...อุตส่าห์ประคองตัวเสมอสเปน 0-0 มาได้ จนเหลือ 10 คนแล้ว ก็ยังประคองได้จนถึงนาทีที่ 106 จึงเสียให้กับตอร์เรส ก็ถือว่าทำได้ยอดเยี่ยมแล้วครับโดยเฉพาะ เมสซี ความยิ่งใหญ่ของเขาจะอยู่ในความทรงจำของแฟนบอลทั่วโลกตลอดไปขอบคุณอีกครั้งสำหรับ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ที่ยอมเสี่ยงทุ่มซื้อลิขสิทธิ์ครั้งนี้+ครั้งหน้าอีก 4 ปี ด้วยเงินก้อนมหาศาล...ขอบคุณอย่างยิ่งที่ให้คนไทยได้ดูฟรีนัดใหญ่ รอบ 4 ทีมท้าย รอบชิงที่ 3 และรอบชิงแชมป์...ตามสัญญารวมทั้งนัดชิงที่ สวนรถไฟ จัดจอยักษ์ให้แฟนๆไปดูได้หลายพันคน เห็นแล้วชื่นใจมากครับ! ทุกงานเลี้ยงย่อมมีเลิกรา...บัดนี้งานเลี้ยงใหญ่มากๆงานหนึ่ง “ฟุตบอลโลก 2026” ก็ได้เวลาเลิกราไปตามกฎแห่งความเป็นจริงที่ไม่มีทางหลีกเลี่ยงคนไทยเราคงขาดความสุขทางใจไปอีกนาน...และคงต้องกลับมาทนทุกข์ทรมานกับข่าวการเมืองเพียงสถานเดียวจากวันนี้เป็นงานเลี้ยงงานเดียวที่ไม่มีวันเลิกราว่างั้นเถอะครับ...สำหรับมหกรรมการเมืองของไทยแลนด์เรา เบื่อแค่ไหนก็ต้องทนดูต่อไปและต่อไป...แบบ “ไฟต์บังคับ” ทำไงได้ล่ะ!"ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม