รัฐบาลชิงดับกระแสกลุ่มเปราะบางไม่พอใจ “พลพีร์” นำแถลงทบทวนตัดสิทธิบัตรคนจน ยืดเวลาอุทธรณ์ถึง 20 ก.ย. ตั้งเป้าคืนสิทธิภายใน 1 ต.ค. ปรับกฎเกณฑ์ที่ซับซ้อนรถยนต์-จยย.บุโรทั่ง เร่งช่วยคนถูกสวมสิทธิเป็น กก.บริษัทและบัญชีม้า มท.สั่งตั้งจุดวันสต็อปเซอร์วิส มท.-พณ.-ตร.ร่วมตรวจสอบส่งทีม “อำเภอพึ่งได้” บริการถึงที่ “สิริพงศ์” เบรกนักเรียน สกร.-อาชีวะนอกระบบแห่ลาออก สศค.เผยยื่นทบทวนแล้วกว่า 2.9 ล้านราย ปลอบใจคนชวดบัตรคนจนชดเชยให้ไทยช่วยไทยพลัส “ไหม” จวกยับระบบคัดกรองเละเทะ “อนุทิน” ปลื้ม “หลี่ เฉียง” นำตรวจแถวกองเกียรติยศ ยกระดับร่วมมือทุกด้าน ลงนามเอ็มโอยู 15 ฉบับ ปชน.ผุดแคมเปญ “เกิด-แก่-เจ็บ-โกง” “ลิซ่า” ดักคอตัดจบโกงสอบท้องถิ่นไม่ถึงตัว “ลาสต์บอส” “เท้ง” จับตาคดีฮั้ว สว.ผลัดกันเกาหลังรัฐบาลรีบดับกระแสกลุ่มเปราะบางไม่พอใจ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นำทีมแถลงทบทวนการตัดสิทธิผู้มีสิทธิได้รับสวัสดิการจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พร้อมปรับกฎเกณฑ์ที่ซับซ้อนไม่ชัดเจน รวมถึงยืดระยะเวลาการยื่นขออุทธรณ์ไปจนถึงวันที่ 20 ก.ย. จากเดิมสิ้นสุดภายในสิ้นเดือน ก.ค.นี้ยืดอุทธรณ์บัตรคนจนถึง 20 ก.ย.เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 20 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย พร้อมนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง และนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ร่วมแถลงมาตรการอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นายพลพีร์กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมาก หลังเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ยอมรับว่าหลักเกณฑ์บางประการอาจไม่สะท้อนข้อเท็จจริงของชีวิตประชาชนทั้งหมด รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางแก้ไขปัญหาให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด แม้ตอนนี้ยังเปิดให้ยื่นอุทธรณ์ แต่รับทราบว่าประชาชนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล หรือผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตและแอปพลิเคชัน ยังประสบปัญหา กระทรวงมหาดไทยจึงเตรียมจัดตั้งจุดวันสต็อปเซอร์วิส อำนวยความสะดวกในการยื่นอุทธรณ์ ใช้กลไกนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ส่วนระยะเวลาเดิมต้องยื่นอุทธรณ์ภายในสิ้นเดือน ก.ค. แต่เตรียมเสนอ ครม.ขยายเวลาไปจนถึงวันที่ 20 ก.ย. ให้ประชาชนมีเวลารวบรวมเอกสารหลักฐานประกอบได้ครบถ้วนเร่งช่วยคนถูกสวมสิทธิ–บัญชีม้านายพลพีร์กล่าวว่า อีกประเด็นสำคัญที่รัฐบาลเตรียมนำมาใช้ประกอบการพิจารณาอุทธรณ์ คือกรณีประชาชนโดยเฉพาะผู้พิการ พบว่าตนเองมีชื่อเป็นผู้รับจ้างงาน หรือเป็นกรรมการและผู้บริหารบริษัท ทั้งที่ไม่เคยรับรู้หรือยินยอมมาก่อน ข้อมูลนี้สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานยื่นอุทธรณ์ได้ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จะร่วมกันตรวจสอบป้องกันไม่ให้ประชาชนถูกนำชื่อไปสวมสิทธิ เปิดบริษัท เปิดบัญชีม้า เชื่อมโยงธุรกิจสีเทา ส่วนผู้ที่ตรวจสอบแล้วพบว่ายังไม่เข้าเกณฑ์รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ได้ ขออภัยพี่น้องประชาชนที่อาจไม่เป็นที่พอใจ ปค.ผุด “อำเภอพึ่งได้” บริการถึงที่นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า สำหรับผู้ที่ผ่านการรับรองสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว จะมีการประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงสิทธิที่จะได้รับเพิ่มเติม เช่น สนับสนุนค่าไฟฟ้าเดือนละ 315 บาท สิทธิใช้น้ำประปาฟรีตามเงื่อนไข ส่วนกลุ่มที่ไม่ผ่านการพิจารณายังสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ มีบริการ“อำเภอพึ่งได้” ให้เจ้าหน้าที่อำเภอ หรือเจ้าหน้าที่ อปท. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ลงไปอำนวยความสะดวกให้ถึงพื้นที่ที่ไม่สะดวกเดินทาง และมอบหมายผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ผู้ตรวจกรมการปกครอง และปลัดจังหวัดลงพื้นที่ไปติดตามคมนาคมปรับเกณฑ์รถยนต์–จยย.นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวว่า ต้องกราบขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น เมื่อพบปัญหากระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบกพยายามเต็มที่ในการอำนวยความสะดวกเรื่องรถยนต์ที่เกณฑ์ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีเกณฑ์อยู่ 1 ข้อ ที่ระบุว่า ผู้รับสิทธิต้องไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ ยกเว้น 4 ข้อนี้ ดังนี้ 1.มีรถจักรยานยนต์ความจุไม่เกิน 300 ซีซี 2.รถสามล้อ 3.มีรถยนต์ 4 ล้อเหล็กรับจ้าง และ 4.รถใช้งานเพื่อการเกษตร มีได้ไม่เกินคนละ 1 คัน ได้รับเรื่องร้องเรียนมีประชาชนจำนวนมากที่มีรถยนต์ลักษณะนี้ ทั้งรถเก่าไม่ได้ใช้งานแล้ว มีรถที่สูญหาย มีรถสิ้นสภาพการใช้งาน แต่ยังไม่ได้ตีทะเบียนออกจากระบบ ขายด้วยวิธีโอนลอยแต่ยังไม่จดโอนกรรมสิทธิ์ และมีการนำชื่อไปสวมสิทธิในการซื้อรถของคนอื่นปลดล็อกปรับเกณฑ์อายุการใช้งานรถนายสิริพงศ์กล่าวว่า นายกฯให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ขอปรับเกณฑ์การพิจารณารถเก่า ดังนี้ 1.รถยนต์ต้องมีอายุใช้งานเกิน 20 ปี 2.รถมอเตอร์ไซค์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 15 ปี 3.การถือครองมอเตอร์ไซค์ จะเพิ่มเกณฑ์ว่าหากประชาชนมีมอเตอร์ไซค์ขนาดไม่เกิน 300 ซีซี 2 คัน มีภาระในการผ่อนอยู่ถือว่าไม่ตกเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ส่วนข้อท้วงติงว่าอายุของรถอาจไม่ถึง 15 ปี แต่สิ้นสภาพไปแล้ว ขนส่งทั่วประเทศจะตรวจสอบให้ แจ้งไปที่ขนส่งได้ หรือรถบางคันจอดเอาไว้ไม่ได้ใช้ ไม่ได้มีการต่อทะเบียน สามารถแจ้งขนส่งทำบันทึกให้ได้ ข้อมูลเหล่านี้นำมายื่นอุทธรณ์ได้ด้วย หรือรถที่ขายด้วยวิธีโอนลอย ยังไม่จัดการเรื่องกรรมสิทธิไปลงบันทึกที่ขนส่งได้ ถ้ามีหลักฐานการขายด้วยจะเป็นประโยชน์มาก แต่ถ้าไม่มีใช้การบันทึกถ้อยคำได้ และ 4.กรณีที่ไม่เคยซื้อรถ แต่ถูกแอบอ้างนำชื่อไปใช้ สามารถนำเรื่องไปอุทธรณ์กับทางขนส่งได้เช่นกันเบรกนักเรียน สกร.อย่าแห่ลาออกนายสิริพงศ์กล่าวต่อว่า ยังมีข้อร้องเรียนจำนวนมากกรณีเป็นนักเรียนนักศึกษานอกระบบของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) และอาชีวศึกษานอกระบบ ถือเป็นนักศึกษาที่เข้ามาเรียนรู้เพิ่มเติม ไปเสริมสร้างทักษะชีวิตประกอบอาชีพ รัฐบาลเข้าใจความจำเป็นนี้ จึงมีการปรับหลักเกณฑ์กลุ่มบุคคลเหล่านี้ ไม่ว่า สกร. อาชีวศึกษานอกระบบ หรือนักเรียนนักศึกษาลักษณะอื่นที่ยากจน และเข้าข่ายได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะไม่ถูกตัดสิทธิด้วยเกณฑ์ แต่กระทรวงการคลังจะพิจารณาองค์ประกอบอื่นด้วย ให้สบายใจได้ บางคนจะลาออกจากระบบ ไม่มีความจำเป็นต้องลาออก เพราะสุดท้ายแล้วกระทรวงการคลังจะพิจารณาเกณฑ์อื่นประกอบเพิ่มเติมยื่นทบทวนสิทธิกว่า 2.9 ล้านรายนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า จนถึงขณะนี้มีประชาชนยื่นขอทบทวนสิทธิแล้วประมาณ 2.9 ล้านราย กว่า 40% เป็นเรื่องรถยนต์ กระทรวงการคลังรับเรื่องแล้วจะนำเข้าคณะกรรมการบัตรสวัสดิแห่งรัฐ เมื่อคณะกรรมการพิจารณากำหนดรายละเอียด ดูข้อมูลถี่ถ้วนแล้ว จะเร่งเสนอ ครม.ให้ความเห็นชอบ เพิ่มเงื่อนไขให้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น ตั้งใจเร่งให้ทันสำหรับคนที่เข้าใหม่ให้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐภายในวันที่ 1 ต.ค. ส่วนคนที่ได้รับต่อเนื่องก็ให้ต่อเนื่องไป ส่วนที่มีนักเรียนในสังกัด สกร.บางส่วนไม่ผ่านเกณฑ์นั้น เบื้องต้นยื่นอุทธรณ์เข้ามาแล้ว 4.5 หมื่นราย อยู่ระหว่างพิจารณาปรับหลักเกณฑ์นักเรียนนักศึกษาที่อยู่นอกระบบ ยืนยันกลุ่มคนเหล่านี้ที่มีความยากจนจะไม่ถูกตัดสิทธิแน่นอนชวดบัตรคนจนได้ไทยช่วยไทยนายวินิจกล่าวว่า ตัวเลขการลงทะเบียนครั้งนี้ มีคนที่ไม่เคยได้สิทธิ ไม่เคยลงทะเบียนเลย 2.3 ล้านราย ยืนยันตัวตนแล้ว 814,000 ราย อธิบดีกรมการปกครอง และ รมช.มหาดไทย รับปากจะเร่งลงพื้นที่ช่วยยืนยันตัวตน และเป็นโอกาสได้ข้อมูลสมบูรณ์มากขึ้นเกี่ยวกับผู้เดือดร้อน ตอนนี้เราสามารถระบุความเดือดร้อนได้หลายระดับ เพื่อกำหนดและเร่งจัดหามาตรการที่เหมาะสมดูแลแต่ละกลุ่มต่อไป คงไม่ใช่แค่การใช้บัตรสวัสดิการแล้วจบอยู่แค่นี้ ส่วนสิทธิโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) จะมีการถ่ายโอนสิทธิ 60/40 สำหรับกลุ่มเดิมที่ไม่เคยมีสิทธิลงทะเบียน เพราะรับบัตรสวัสดิการอยู่ วันนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน มาขอลงทะเบียนต่อแต่ไม่ได้ และไม่ได้มาลง เดิมมี 13.18 ล้านราย มาลง 12.7 ล้านราย เราจะคืนสิทธิ 60/40 ให้อีก 2 เดือน (ส.ค.-ก.ย.) เดือนละ 1,000 บาท กลุ่มนี้มีประมาณ 6 ล้านราย จะสลับงบที่ใช้อยู่เดิมในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เปลี่ยนมาเป็น 60/40 กระทรวงการคลังจะเสนอเรื่องเข้า ครม.วันที่ 21 ก.ค. ไม่ต้องกังวลหากไม่ได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐก็จะได้สิทธิไทยช่วยไทยพลัส ทั้งนี้ ยังพบมีผู้ทุจริตขโมยชื่อมาเป็นลูกจ้างปลอม ใช้หักภาษี เลี่ยงภาษี ส่งผลให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์กลายเป็นผู้มีรายได้ในระบบกรมสรรพากร จนถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปโดยปริยาย รอบนี้พบมากหน่อย ยืนยันพร้อมรับเรื่องร้องเรียนผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ เราจะเร่งไล่ล่าตัวมาดำเนินคดี และเร่งคืนสิทธิให้กับผู้เสียหาย ตั้งเป้าคืนสิทธิให้ได้ภายในวันที่ 1 ต.ค.ปชน.จวกระบบคัดกรองเละเทะน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า การแถลงของรัฐบาลสะท้อนให้เห็นว่าระบบเละเทะมีปัญหามากจริงๆ การไปคัดคนออกให้ได้มากที่สุดจากการใช้เกณฑ์ที่แข็งเกินไป ทำให้คนเดือดร้อนจริงๆตกหล่น รัฐบาลจึงรีบกลับลำ เช่น เรื่องรถยนต์ นักศึกษาที่ยากจน แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่ไปตรงไหนก็เจอ กระทรวงการคลังไม่เช็กข้อมูลจากกระทรวงอื่นว่าถูกต้องแค่ไหน กลายเป็นภาระประชาชนต้องไปอุทธรณ์เอง รัฐบาลไม่ควรใช้เกณฑ์ตายตัวว่าต้องผ่านคุณสมบัติทุกข้อ ถ้าอยากคัดกรองคนจริง ควรใช้ระบบคะแนนมากกว่าให้ผ่านทุกคุณสมบัติ เพื่อประเมินว่าควรได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือไม่ ด้วยข้อมูลที่แม่นยำพอ ไม่เช่นนั้นคนจนจริงจะไม่ได้รับการช่วยเหลือ ถึงจะกำหนดงบประมาณไว้ 4.2 หมื่นล้านบาทจี้รัฐเร่งเคลียร์ฐานข้อมูลให้ชัดน.ส.ศิริกัญญากล่าวว่ารัฐบาลยอมรับว่า สามารถขยายงบประมาณออกไปได้ หากมีคนที่เข้าคุณสมบัติมากกว่านี้ ขอให้กลับมาทบทวนหลักเกณฑ์จริงๆจังๆ การมุ่งเป้าที่ตระหนี่ถี่เหนียวมากๆ เหวี่ยงแหโดยไม่แคร์อะไร ไม่ใช่นโยบายที่รัดกุมรอบคอบ ทำให้มีปัญหาตามมาเยอะแยะ ส่วนการเปิดสิทธิให้ยื่นอุทธรณ์เป็นอีกหนึ่งปัญหา แต่โชคดีที่ขยายเวลายื่นอุทธรณ์ไปจนถึงวันที่ 20 ก.ย. แต่ปัญหาอยู่ที่ตัวข้อมูลของรัฐบาล ความผิดพลาดไม่ได้อยู่ที่ประชาชน ถ้ารัฐบาลไม่สามารถเคลียร์ข้อมูลของตัวเองได้จบสิ้นก็ไม่มีทางแก้ปัญหาได้ชาวน่านแห่ตรวจสอบทะเบียนรถที่สำนักงานขนส่งจังหวัดน่าน มีประชาชนราว 300 คน มารอคิวขอตรวจสอบทะเบียนรถจากขนส่งจังหวัด หลังถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลายคนเป็นรถจักรยานยนต์ที่ในระบบทะเบียนยังปรากฏอยู่ แต่รถอาจเป็นซากไปแล้ว แต่ไม่ได้ยื่นเรื่องจดแจ้งไม่ใช้รถ นางกรรนิกา เผือกโสภา หัวหน้าฝ่ายทะเบียน สำนักงานขนส่งจังหวัดน่าน กล่าวว่า ส่วนใหญ่เป็นผู้ไม่ได้จดแจ้งขอยกเลิกการใช้รถ ทำให้มีชื่อเป็นผู้ครอบครองรถอยู่ในระบบ ทั้งนี้สำนักงานฯขยายเวลาให้บริการเฉพาะฝ่ายทะเบียนเป็นเวลา 08.00-18.00 น. วันจันทร์-ศุกร์ และยังขยายวันเสาร์ที่ 25 ก.ค. อีก 1 วัน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานอยุธยา–แปดริ้วมารอกันตั้งแต่เช้าส่วนจังหวัดอื่นๆที่ จ.พระนครศรีอยุธยา มีประชาชนที่ถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มานั่งรอกันตั้งแต่เช้าที่บริเวณหน้า ธนาคารออมสิน ต.หัวรอ อ.พระนครศรีอยุธยา จำนวนมาก และที่ จ.ฉะเชิงเทรา มีชาวบ้านตำบลหัวสำโรง อ.แปลงยาว จำนวนมาก มารวมตัวกันยื่นเรื่องอุทธรณ์และร้องขอความเป็นธรรม ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังไม่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องกรรมสิทธิ์ในยานพาหนะเกินเกณฑ์ที่กำหนด ทำให้พลาดโอกาสได้รับสวัสดิการที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ และผู้ที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ผู้พิการ และครัวเรือนยากจน มีบางรายเป็นรถบุตรหลานที่เสียชีวิตแล้ว แต่ยังไม่ได้ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ออกจากทะเบียน ยังมีบางส่วนโอนรถออกจากชื่อครอบครองไปนานแล้ว แต่ข้อมูลในระบบยังคงแสดงชื่อเป็นเจ้าของรถ เป็นปัญหาความคลาดเคลื่อนของฐานข้อมูล พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าบางคนมีฐานะดีกว่ามีทั้งที่ดินและรถยนต์หลายประเภท กลับผ่านการพิจารณาและได้รับสิทธิระนองขี่ จยย. 70 กม.ยกเลิกทะเบียนที่สำนักงานขนส่งจังหวัดระนอง มีชาวระนองมาขอตรวจสอบและยกเลิกทะเบียนรถจนแน่นสำนักงาน ส่งผลให้สำนักงานต้องระดมเจ้าหน้าที่จากทุกฝ่ายมาร่วมกันให้บริการ นางถาวร ศรีทอง ผู้มาติดต่อกล่าวว่า ขี่รถ จยย.มาจากบ้าน ต.ปากจั่น อ.กระบุรี ระยะทางกว่า 70 กิโลเมตร มีกลุ่มเพื่อนบ้านมาด้วยกันนับสิบคน ต้องมาขอตรวจสอบและยกเลิกทะเบียนรถ เป็นรถยนต์ 2 คัน และรถ จยย. 1 คัน ผุพังไปหมดแล้ว แต่ทะเบียนยังค้างอยู่ ทำให้ไม่ได้รับสิทธิ วันนี้จึงต้องมาดำเนินการยกเลิกทะเบียน คนน่าจะได้รับความเดือดร้อนกันทั้งจังหวัด รอบก่อนนี้ตนและเพื่อนบ้านยังได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ“อนุทิน” กระชับมิตรประธานสภาจีนวันเดียวกันเวลา 09.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นกรุงปักกิ่ง เร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เข้าร่วมพิธีวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชน จัตุรัสเทียนอันเหมิน จากนั้นพบหารือกับนายจ้าว เล่อจี้ ประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน ณ มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายก รัฐมนตรี แถลงว่าทั้งสองฝ่ายยืนยันความมุ่งมั่นสานต่อมิตรภาพไทย-จีน ก้าวเข้าสู่ปีที่ 51 ความสัมพันธ์ทางการทูต พร้อมผลักดันความร่วมมือ โดยเฉพาะในสาขาใหม่ๆ อาทิ อวกาศ ยานยนต์ไฟฟ้า ปัญญาประดิษฐ์ การรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน นายอนุทินระบุว่าไทยและจีนจะขับเคลื่อนความร่วมมือใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ การเมืองและความมั่นคง จัดตั้งกลไกความร่วมมือ 2+2 ระหว่างกระทรวงการ ต่างประเทศและกระทรวงกลาโหม ร่วมปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและแก๊งหลอกลวงออนไลน์ เศรษฐกิจและการลงทุน ส่งเสริมการค้าที่สมดุล การลงทุนคุณภาพสูงสร้างงานและมูลค่าเพิ่มในไทย“หลี่ เฉียง” นำตรวจกองเกียรติยศต่อมาเวลา 10.45 น. ที่ห้อง North Hall ชั้น 1 มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง นายอนุทินเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ในโอกาสเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ มีนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ให้การต้อนรับและทักทายอย่างอบอุ่น สะท้อนมิตรภาพ ความไว้วางใจ และความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยกับจีน จากนั้นทั้งสองฝ่ายร่วมถ่ายภาพก่อนขึ้นแท่นรับความเคารพ ร่วมพิธีบรรเลงเพลงชาติของทั้งสองประเทศ และร่วมพิธีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ จากนั้นนายอนุทินพบหารือแบบเต็มคณะกับนายหลี่ เฉียงเห็นพ้องร่วมมือกันใกล้ชิดมากขึ้นน.ส.รัชดาแถลงว่าทั้งสองยืนยันความมุ่งมั่นยกระดับความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านไทย-จีน ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ผลักดันความร่วมมือทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีแห่งอนาคต ความมั่นคง และการรับมืออาชญากรรมข้ามชาติ นายอนุทินขอบคุณนายหลี่ เฉียง สำหรับการต้อนรับอันอบอุ่น พร้อมแสดงความเสียใจต่อความสูญเสียจากเหตุสภาพอากาศรุนแรงในหลายพื้นที่ของจีน ขณะที่นายหลี่ เฉียงกล่าวว่า ไทยและจีนมีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและเกื้อกูลกันมาตลอด มีพื้นฐานจากความไว้วางใจและความเคารพซึ่งกันและกัน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่าในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ไทยและจีนจำเป็นต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้นยกระดับร่วมมือด้านข่าวกรองน.ส.รัชดากล่าวอีกว่า นายอนุทินยังกล่าวอีกว่า ไทยตั้งตารอการมาเยือนอย่างเป็นทางการของประธานา ธิบดีสี จิ้นผิง และเชิญนายกฯจีนเยือนไทยอย่างเป็นทางการอีกครั้ง พร้อมสนับสนุนจีนในการเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมเอเปก ที่นครเซินเจิ้น ในเดือน พ.ย.เสนอให้ทั้งสองประเทศเร่งผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจใน 3 สาขาหลัก ได้แก่ การค้าและการลงทุน การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต หวังให้จีนเพิ่มการนำเข้าสินค้าไทยที่มีศักยภาพ เพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคชาวจีน และสร้างความมั่นคงทางอาหารร่วมกัน ยืนยันความมุ่งมั่นในการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน บนพื้นฐานผลประโยชน์ร่วมกัน เร่งขยายความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยเฉพาะเศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จัดตั้งกลไกหารือด้านการต่างประเทศและกลาโหมไทย-จีน ไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการปราบปรามเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ พร้อมแสดงความกังวลต่อการเพิ่มขึ้นของอาชญากรรมตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ไทย-ลาว และไทย-กัมพูชา เสนอให้เพิ่มความร่วมมือแลกเปลี่ยนด้านข่าวกรอง ข้อมูลการสืบสวนพยานร่วมลงนามเอ็มโอยู 15 ฉบับผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังหารือนายกฯของ 2 ประเทศ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงและบันทึกความเข้าใจระหว่างหน่วยงาน 2 ประเทศ รวม 15 ฉบับ อาทิ บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกรรมทางการเงินเพื่อป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และอาชญากรรมข้ามชาติ พิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดการกักกันและสุขลักษณะสำหรับสัตว์น้ำเพื่อการบริโภคที่จะส่งออกจากประเทศไทยไปยังจีน บันทึกความเข้าใจด้านการจัดการน้ำในพื้นที่ชนบท พลังงานน้ำ และการชลประทาน บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือด้านนิวเคลียร์ฟิวชันโชว์ลูกคอเพลงดังอมตะ “เถียนมีมี่”ช่วงเที่ยง นายหลี่ เฉียง เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารกลางวัน ทั้งนี้ นายอนุทินทำเซอร์ไพรส์ระหว่าง การรับประทานอาหาร โดยร่วมร้องเพลงจีนอมตะชื่อดัง “เถียนมีมี่” (Tian Mi Mi) ท่ามกลางคณะผู้บริหารระดับสูงและคณะรัฐมนตรีของทั้งสองฝ่าย สร้างรอยยิ้ม เสียงปรบมือ และบรรยากาศที่เป็นกันเอง สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและใกล้ชิดเสมือนพี่น้องระหว่างไทย-จีนได้เป็นอย่างดีชมสำนักงานใหญ่ Alibaba Groupจากนั้นเวลา 14.00 น. นายอนุทินและคณะ เข้าเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ Alibaba Group ต่อยอดความร่วมมือด้านการลงทุนและการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทย ยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลและสร้างโอกาสใหม่ให้กับประชาชน นาย Fan Luyuan ประธานและซีอีโอกลุ่มธุรกิจสื่อและความบันเทิงดิจิทัล ให้การต้อนรับ นายอนุทินกล่าวชื่นชมบทบาทของ Alibaba ในฐานะบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก ปัจจุบันมีธุรกิจในไทยทั้งด้านคลาวด์ อีคอมเมิร์ซ โลจิสติกส์ และได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและศูนย์กระจายสินค้า ไทยมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางธุรกิจของภูมิภาค รัฐบาลยังให้ความสำคัญการลงทุนในไทยด้าน AI คลาวด์ และโลจิสติกส์ รวมถึงอยากเห็นความร่วมมือผ่านแพลตฟอร์มที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย รวมทั้งการพัฒนาทักษะดิจิทัลขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นประตูยุทธศาสตร์สู่อาเซียน“สีหศักดิ์” ฟุ้งเยือนจีนสำเร็จสุดยอดนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ว่า การเยือนจีนครั้งนี้ประสบความสำเร็จมาก มีการหารือกับผู้นำระดับสูงของจีน ทั้งสองฝ่ายยืนยันความสัมพันธ์ไทย-จีนในฐานะหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน เป็นระดับความสัมพันธ์สูงสุด ครอบคลุมทั้งความร่วมมือทวิภาคี ความมั่นคงในภูมิภาค และความร่วมมือในกรอบอาเซียน รวมถึงเตรียมการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ในปี 2570 ฝ่ายไทยหวังว่านายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนจะเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการตามคำเชิญของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประกาศปิดประตูเลิกคุยกับเขมรนายสีหศักดิ์ยังกล่าวถึงการหารือประเด็นความมั่นคงในภูมิภาค โดยเฉพาะการปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ สำหรับสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ฝ่ายจีนแสดงความพร้อมช่วยอำนวยความสะดวกในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ แต่ไทยยืนยันควรเริ่มต้นจากการเจรจาแบบทวิภาคีเหมาะสมที่สุด ขณะนี้การพูดคุยยังไม่สามารถเดินหน้าได้ เพราะฝ่ายกัมพูชาเลือกนำประเด็นข้อพิพาท เข้าสู่กระบวนการระงับข้อพิพาทภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) เมื่อถามว่ากระบวนการดังกล่าวทำให้โอกาสพูดคุยลดลงใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ตอบว่า “ขณะนี้ก็ปิดประตูนะครับ ยังไม่มีโอกาสที่จะคุยกันทางด้านเกี่ยวกับเขตแดนทางบก มันก็คงลำบากเหมือนกัน” และไทยยังได้แจ้งข้อกังวลต่อรัฐบาลจีนเกี่ยวกับการส่งมอบรถถังให้กัมพูชา ขอให้จีนคำนึงถึงผลกระทบต่อเสถียรภาพในภูมิภาคและความรู้สึกของทุกฝ่ายแคมเปญ ปชน. “เกิด–แก่–เจ็บ–โกง”ช่วงเช้าที่โรงแรมโนโวเทล พรรคประชาชน (ปชน.) จัดงาน “Forum ผู้นำฝ่ายค้าน : เกิด แก่ เจ็บ โกง” มีแกนนำพรรค และ สส. เข้าร่วมคึกคัก อาทิ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรค ปชน. นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค ปชน. น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรค นายณัฐพงษ์กล่าวเปิดงานด้วยการตั้งคำถามว่า ข่าวการทุจริตคอร์รัปชันใหญ่ที่อยู่ตามหน้าข่าว ประเด็นแรกที่ผุดขึ้นมาในใจทุกคนคืออะไร โครงการรับจำนำข้าว GT-200 นาฬิกายืมเพื่อน ล่าสุดเป็นโครงการ TH-AI Passport ทุจริตสอบท้องถิ่น ความจริงเรื่องทุจริตคอร์รัปชันเกี่ยวข้องกับคนไทยทุกคน กัดกินชีวิตคนไทยและสังคมไทย หากจะแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันที่มาก กว่าการจัดซื้อจัดจ้าง มากกว่านักการเมืองที่โกงกิน เราจะแก้กันอย่างไร“ขบวนการพ่อทิพย์” ภัยมั่นคงชาตินายปิยรัฐ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. กล่าวว่า ปัญหาขบวนการพ่อทิพย์ ตอนนี้ตัวเลขในมือพบว่ามีมากกว่า 6 โรงพยาบาล ในกทม. ทำคลอดเด็กเหล่านี้มาแล้ว 150-200 คน มีสูติบัตรไทยเรียบร้อย นี่เป็นเพียงข้อมูลตัวเลขเบาะแสที่ได้มาเองเท่านั้น ตัวเลขที่ได้คุยกับเจ้าหน้าที่ล่าสุดน่าจะเฉียดหลายพันคน นี่ไม่ใช่คดีอาญาเล็กน้อยทั่วไป แต่นี่คือภัยความมั่นคงของชาติ มีความน่ากลัวเข้ามาเพื่อสร้างอาณาจักร สร้างเครือข่าย และสร้างระบบนิเวศที่ไม่ต้องมีคนไทยบังหน้า เข้ามาด้วยทุนขนาดใหญ่ที่เรียกว่าทุนสีเทา ร้ายแรงกว่านั้นในอนาคต 10-20 ปีข้างหน้า เด็กเหล่านี้จะโตขึ้นมามีสถานะโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย เป็นคนไทยมีสิทธิสอบราชการ ลงสมัครรับเลือกตั้งบริหารประเทศ ต้องมีข้อเสนอเชิงรุกอย่างเป็นระบบ ให้รัฐบาลเร่งผลักดันมาตรการคู่ขนานคือใช้ระบบนิติวิทยาศาสตร์ หรือการตรวจ DNA เข้ามาควบคู่กัน ในกลุ่มเสี่ยงก่อนอนุมัติสูติบัตร ก่อนจะสายเกินไป“ลิซ่า” ดักคอตัดจบโกงไม่ถึงลาสต์บอสน.ส.ภคมน หนุนอนันต์ โฆษกพรรค ปชน. กล่าวว่า ระบบจัดสอบบรรจุข้าราชการ ถ้าเปรียบเหมือนหนังน่าติดตามมาก เพราะไม่รู้ตอนจบสุดท้ายจะได้เห็นผู้ร้ายตัวจริงหรือไม่ แต่ระหว่างทางผู้กำกับพยายามตีวงให้แคบ กลัวไปถึง “ลาสต์บอส” ตัวสำคัญเป็นประเด็นล้มรัฐบาลได้ การทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น มีเสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่ว่ามีทุกปี สะท้อนทั้งระบบอุปถัมภ์อิทธิพลในต่างจังหวัดว่าใหญ่จริงๆ และทำกันมานาน เชื่อว่าเงินจะจัดการได้ทุกอย่าง สิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้เลยคือเป็นเรื่องการเมือง เป็นไปได้อย่างไรที่มีแค่ข้าราชการในกระทรวงมหาดไทย 5 คนเท่านั้นถูกสอบวินัยร้ายแรง โดนดำเนินคดีแค่ 3 คน ไม่มีการแจ้งใครเพิ่มเติม ยิ่งไปกว่านั้นคือ ยังไม่มีหน่วยงานไหนทำหนังสือขอให้ตรวจเส้นทางเงิน ต้องถามว่ามีเหตุผลอะไรถึงไม่ทำ “อนุทิน 1 นายกฯ ช่วยโทร.หาอนุทิน 2 รมว.มหาดไทย แจ้งไปยัง ปปง. สอบเส้นเงินให้หน่อย” วันนี้ประชาชนเห็นเจตนาพอทายออกแล้วว่าตอนสุดท้ายหนังเรื่องนี้จะจบแบบไหน เลวร้ายที่สุดคือประชาชนเชื่อไปแล้วว่า ไม่สามารถตามหาตัวละครสำคัญได้ สะท้อนถึงความไม่เชื่อมั่นในรัฐบาล การฝังรากลึกระบบใช้เงินเมื่อไหร่ก็รอดตีโจทย์รัฐสมัยใหม่สู้ระบอบน้ำเงินนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคปชน. กล่าวว่า ปัจจุบันเครือข่ายอุปภัมภ์ไม่ใช่แบบดั้งเดิม แต่ข้ามเครือข่ายจังหวัดได้แล้ว ตอนนี้เครือข่ายการเมืองเข้มแข็งเพราะดูแลกันระยะยาว ตั้งแต่เกิดจนตาย ระบอบสีน้ำเงินเก่งในการใช้กระทรวงที่กระจายไปสู่การครองอำนาจของโหวตเตอร์ นำเครือข่ายชุมชนมาผูกพันกับเครือข่ายของรัฐ มีการจ่ายเงินเดือนประจำ มีการเช็กรายหัว แต่โจทย์สำคัญที่จะสู้กับระบอบอุปถัมภ์นี้คือการทำรัฐสมัยใหม่ ให้ คนสัมพันธ์กับรัฐแบบตรงไปตรงมา ไม่จำเป็นต้องผ่านหัวคะแนนหรือตัวกลาง เพราะสุดท้ายระบบนี้ไม่ยั่งยืน ทำให้ทรัพยากรไปไม่ถึงเพราะหักกินหัวคิวอยู่ตลอดจับตาคดีฮั้ว สว.ผลัดกันเกาหลังจากนั้น นายณัฐพงษ์กล่าวปิดท้ายงานว่า อีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่สังคมจับตาว่ารัฐบาลเอาจริงเอาจังแค่ไหนกับการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน คือคดีฮั้ว สว. ตามไทม์ไลน์ช่วงต้นเดือน ก.ย. กกต.ต้องมีมติออกมาชัดเจน ตอนนี้เห็นกระบวนการเลือกองค์กรอิสระ และเสียงส่วนใหญ่ใน กกต.ชุดปัจจุบัน ถูกเลือกมาจาก สว.ที่ถูกกล่าวหาในคดีฮั้ว สว. เรียกว่าผลัดกันเกาหลัง แม้รัฐบาลจะปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับองค์กรอิสระ แต่อย่าลืมว่าคนที่กำลังถูกตั้งคำถามคือ สว. ที่เป็นคนเลือก กกต. และ สว.หลายคนมีประวัติเกี่ยวข้องกับคนในรัฐบาล ต้องจับตามองไว้ ส่วนเรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจ พร้อมดำเนินการอย่างเข้มข้น แต่ต้องตัดสินใจบนบริบทของการเมือง คิดว่าครั้งนี้มีผลสะเทือนทางการเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล หลายคดีที่เกิดขึ้นทั้งเรื่องช่วยสีน้ำเงินด้วย ทุจริตสอบท้องถิ่น การพยายามยัดไส้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท สุดท้ายวนเวียนรอบตัวคนที่ชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูลรัฐบาลตีปี๊บลดค่าไฟภาคครัวเรือนที่สำนักงานใหญ่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย แถลงถึงการปฏิรูปโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือน ปี 2569-2573 มาตรการเร่งด่วนตามนโยบายรัฐบาล เพื่อยกระดับความเป็นธรรม และลดค่าครองชีพประชาชนของ กฟภ. และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ว่า ให้ กฟภ.และ กฟน.จัดทำโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) พิจารณาดำเนินการเร่งด่วนที่เกี่ยวข้องกับค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือน ประกอบด้วย การกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย พร้อมทบทวนนิยามผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยให้สอดคล้องกับสภาพการอยู่อาศัยในปัจจุบัน โดยขยายสิทธิให้ครอบคลุมผู้ใช้ไฟฟ้าในกิจการหอพัก อพาร์ตเมนต์ และบ้านเช่า รวมถึงบ้านที่ใช้ทะเบียนบ้านชั่วคราว รวมถึงประชาชนกลุ่มเปราะบาง (ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ) จะได้รับการสนับสนุนค่าไฟฟ้าไม่เกิน 315 บาท/เดือน/ครัวเรือน ค่าไฟสาธารณะที่ได้คำนวณแล้วเฉลี่ยในบิลครัวเรือนละ 9 สตางค์/หน่วย จะหาแนวทางการใช้งบประมาณจากส่วนอื่นของรัฐในค่าใช้จ่ายดังกล่าวนายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการ กฟภ. และนายดิชวัฒน์ จันทร์อี่ ผู้ว่าการ กฟน. ร่วมแถลงยืนยันความพร้อมโครงการว่า จะเริ่มดำเนินการในเดือน ส.ค.นี้ ปรากฏในยอดบิลเดือน ก.ย.“โต้ง” โต้ครหา “แก๊งลูกเทพ” บ่มิไก๊นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงข้อครหา “ก๊วนลูกเทพ” ไม่มีผลงานว่า เพิ่งทำงานมาได้แค่ 3 เดือน แต่ละคนก็ทำงานของตัวเอง ต้องยอมรับว่าคนไม่มีผลงานมีทุกรัฐบาล เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรที่ลูกเทพถูกจับตาเป็นพิเศษ นายสิริพงศ์ตอบว่า รู้สึกได้รับความสำคัญ แต่มั่นใจว่าทุกคนทำงานเต็มที่ ทุกคนมีผลงาน อยู่ที่จะหยิบยกขึ้นมาพูดถึงหรือไม่ ปัญหาหลายอย่างเมื่อผลการแก้ไขออกมา อย่างเรื่องค่าไฟ และการจัดการต่างๆอาลัย “หรั่ง ธุระพล” สส.อุดรธานีอีกเรื่อง นางปัญญสิริย์ ธุระพล นายก อบต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ภรรยานายหรั่ง ธุระพล สส.อุดรธานี เขต 3 พรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์เฟซบุ๊กเป็นภาพนายหรั่งโบกมือขณะปั่นจักรยาน พร้อมระบุว่า “เช้านี้ท่าน สส.ได้จากเราไปอย่างสงบแล้วนะคะ 20 ก.ค.69 เวลา 08.15 น. รักและอาลัยยิ่ง หรั่ง ธุระพล คนบ้านเฮา ต้นโพธิ์ใหญ่ของเรา” ทั้งนี้ มีผู้เข้ามาคอมเมนต์แสดงความเสียใจจำนวนมาก มีรายงานว่าญาติได้เคลื่อนย้ายร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านพัก บ้านสระใคร ต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ นายหรั่ง อายุ 69 ปี เสียชีวิตหลังเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งปอด ที่โรงพยาบาลกรุงเทพอุดรธานี เมื่อเวลา 08.15 น.วันที่ 20 ก.ค.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่