ในที่สุด การโกงข้อสอบบรรจุเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สังกัดกระทรวงมหาดไทย ถูกฆ่าตัดตอน ในส่วนของผู้เข้าสอบคัดเลือกไปเรียบร้อย คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ กสถ. มีมติครั้งล่าสุดหลังจากพบความผิดปกติของข้อสอบจำนวนมาก สั่งให้ยกเลิกประกาศการขึ้นบัญชีข้าราชการท้องถิ่นทั้งหมด เท่ากับว่าไม่มีการบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งได้มีการเพิกถอนการสอบบรรจุในรอบแรกไปแล้วจำนวน 3,621 คน ซึ่งเป็นกลุ่มที่พบว่าคะแนนมีความผิดปกติชัดเจนทั้งนี้ วันชัย จันทร์พร ประธาน กสถ. ระบุว่า กสถ.มีอำนาจที่จะยกเลิกการบรรจุได้เลย ซึ่งหลังจากการประชุมของคณะกรรมการที่มีปลัดมหาดไทย อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ เข้าร่วมประชุมด้วย ได้มีมติยกเลิกบัญชีบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นปีการสอบ 2568 จำนวน 5,924 คน ที่คะแนนผิดปกติ โดยจะจัดให้มีการประกาศบัญชีใหม่ โดยไม่มีการสอบใหม่ ซึ่ง ณ จุดนี้ เป็นการตัดจบเบื้องต้นการโกงสอบของ สถ.ไปเรียบร้อยจากผู้สมัครเข้าสอบ 4 แสนราย มาสอบจริง 2.7 แสนราย และพบความผิดปกติจำนวน 5,924 ราย หลังจากนี้ไปแล้วจะมีผู้เข้าสอบบรรจุออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมและอ้างว่าสอบเข้าได้ด้วยตัวเอง และประเด็นการยกเลิกบัญชีเก่าทั้งหมดโดยจะมีการตรวจสอบใหม่ในการประกาศบัญชีใหม่ ซึ่งอ้างว่าได้มีการตรวจสอบถูกต้องแล้ว จะมีหลักประกันความโปร่งใสได้อย่างไร ปัญหานี้ ติดกระดุมผิดเม็ดมาตั้งแต่เม็ดแรกจะมาแก้เม็ดสุดท้ายก็ไม่สะเด็ดน้ำอยู่ดีการเอาผิดทั้งทางวินัยและทางอาญาของผู้ที่เกี่ยวข้องจะถูกตัดตอนด้วยหรือไม่ต้องยอมรับว่า เรื่องนี้กำลังจะกลายเป็น ความหวาดระแวงในระบบราชการ ที่จะไม่ได้รับความน่าเชื่อถืออีกต่อไป ยกตัวอย่างในการประชุมกรรมาธิการงบประมาณปี 2570 คณะกรรมาธิการได้มีการตั้งข้อสังเกตและวิจารณ์การทำงานของ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร หรือ อ.ต.ก. อย่างดุเดือด ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริหารที่เข้าขั้นล้มละลาย มีตัวเลขการขาดทุนมาตลอดรวมหนี้สินกว่า 8 พันล้าน แล้วก็ไปตั้งคำถามถึง การสร้างตลาดกลางภาคเหนือ ที่ จ.พะเยา งบประมาณ 168 ล้านด้วย 2 คำถามคือทำไมต้องที่พะเยา และจะสู้เอกชน เช่น ตลาดไท สี่มุมเมือง ได้หรือไม่ รวมทั้งการโปรโมตสินค้าที่ไปซ้ำซ้อนกับพาณิชย์ซึ่งรักษาการ ผอ.อ.ต.ก.อภิพัฒน์ เลิศฤทธิ์ศิริกุล ชี้แจงว่าสาเหตุที่ขาดทุนเพราะการรถไฟขึ้นค่าเช่าที่ 5% ทุกปี ส่วนการที่ไปสร้างตลาดกลางที่พะเยาเพราะจะใช้เป็นจุดศูนย์กลางยุทธศาสตร์เชื่อมต่อสินค้าการเกษตรในภาคเหนือและรองรับเส้นทางรถไฟความเร็วสูงลาว-จีนในอนาคต ซึ่งน่าจะหมายถึงการที่จะต้องเป็นคู่แข่งหรือคู่ค้ากับจีน ส่วนงบ 10 ล้าน ที่จะต้องไปโรดโชว์ในต่างประเทศก็เพื่อขายตรงผลไม้เมืองร้อนโดยเฉพาะ คนละเป้าหมายกับพาณิชย์ชี้ให้เห็นว่า ความหวาดระแวงทางการเมืองกำลังเป็นความ หวาดระแวงที่อยู่เหนือเหตุผล.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม