มันจะมีอะไรที่ภาพฉาวกลิ่นเน่าไปกว่านี้อีก ถ้ากระแสข่าวที่ กมธ.พรรคภูมิใจไทยเปิดออกมาเองว่า มีประเด็น “จ่ายรอบใหม่” สำหรับผู้ที่ผ่านการสอบบรรจุรับราชการองค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ที่กำลังถูกเช็กผลคะแนนสอบประเภทอยู่ในข่ายโดนเพิกถอนบรรจุรับราชการ 5.6 พันราย เริ่มขยับ อาจยอมควักจ่ายอีกรอบ เขี่ยชื่อตัวเองให้พ้นแบล็กลิสต์ ถ้าเป็นเรื่องจริง มีคนจ่าย มีนายหน้า มีคนรับเคลียร์จริงในคิว “ลบโกง”ปล่อยให้ฉาวอีกรอบ มหาดไทยก็จะยิ่งเสื่อมทรุดเดิมพันที่ทีมจัดการแก๊งโกง โดยเฉพาะชุดใหญ่ ที่มี “ปลัดป๊อป” อรรษิษฐ์สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย คุมทีม พ่วงด้วย “รองปลัดเซ็มเบ้” นิรัตน์พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดมหาดไทย รักษาการอธิบดี สถ.“สองสิงห์ดำ” จะร่วมกันต่อกร “สิงห์สีน้ำเงิน” กู้ชื่อฟื้นศรัทธา หรือพลิ้วปล่อยมหาดไทยเละไปกว่านี้เพราะตอนนี้ ประเด็นฉาวสอบท้องถิ่นถูกจับตาจากประชาชนทั้งประเทศ รับรู้และเสื่อมศรัทธา ขณะที่ฝ่ายค้าน พรรคประชาชนตามบี้ติด เอาแค่พิรุธที่ว่าถึงวันนี้ทั้งทีมมหาดไทย ทีมรัฐบาลที่ “นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” ตั้งขึ้น ก็ยังไม่มีวี่แววจะรวบให้ถึงตัวใหญ่ ล่อแค่ปลาซิวปลาสร้อย นายหน้าม้าใช้สั่งเด้งสั่งสอบลากโยงถึงแค่ระดับอธิบดี ขณะที่ผู้บงการยังลอยนวลไม่มีการสอบบิ๊กๆข้าราชการมหาดไทย และระดับบิ๊กๆนักการเมืองฝ่ายบริหารเพิ่มเติม ไม่ประสาน ปปง.ให้มาตรวจเส้นทางการเงิน ฯลฯกระทั่งปลัดกระทรวงมหาดไทยหรือรายอธิบดีกรมการปกครอง สารตั้งต้นการสอบท้องถิ่น สมัยเป็นอธิบดี สถ.เริ่มต้นทำเงื่อนไขทีโออาร์การจัดสอบ ไปจนกระทั่ง “นายกฯอนุทิน” ในฐานะ รมว.มหาดไทยประเภทชื่อเฉี่ยวปมร้อน อำนาจหน้าที่รับผิดชอบตรง ย่อมรับรู้ปัญหานี้ แต่ยัง “อยู่รอดปลอดภัย”คิวนี้ฝ่ายค้านจี๊ดจ๊าด “ลิซ่า” ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อค่ายส้ม ถึงต้องออกโรงกระตุกแรงๆ มหกรรมโกงระดับประเทศ เงินมหาศาล 4–5 พันล้านบาทไม่ใช่แค่ตัวเล็กตัวน้อยจะทำได้จี้ให้โยงเอาผิดไปถึงตัวการใหญ่ ไม่ใช่ “ตัดจบ” แค่แพะแต่ต้องลากให้ถึง “คนเลี้ยงแพะ”อย่างไรก็ดี คนไทยมองแล้วก็คาดการณ์ได้ไม่ยาก เรื่องนี้จะให้เป็นอย่างที่ฝ่ายค้านกระตุกให้นายกฯสั่งเอาผิด รมว.มหาดไทย จะให้ “ปลัด มท.” กุดหัว ปลัดมหาดไทยไล่บี้อธิบดีน้อยใหญ่ที่เกี่ยวข้องถ้าทำจริง ไม่บ้าก็คงเพี้ยนไปแล้วเพียงแต่สังคมก็ยังอดคาดหวังไม่ได้ โดยเฉพาะกับ “นายกฯน.หนู” รายการนี้ก่อนไปเยือนจีนก็ย้ำหลายรอบ รายการนี้ไม่มี “มวยล้มต้มคนดู”ไม่มีเรื่อง “บุญคุณ” ให้ต้องชดใช้ใครหน้าไหนเหมือนให้คนฟังตีความ โยงไปถึงบรรดากลุ่มก๊ก “บ้านใหญ่” ในภูมิใจไทย ที่รวมเสียง สส.จนได้ขึ้นเป็นผู้นำ อีกมุมก็พูดดักทางไม่ให้ “พี่มีแต่ให้” ทวงบุญคุณไม่เลิกทำดื้อกับ “ผู้บงการนอกรัฐบาล” แต่ก็ตามมาด้วยคำถาม“วัวงาน” อย่าง “อนุทิน” กล้า “ปลดแอก” จริงหรือไม่เพราะสภาพการณ์จริงก็เริ่มเข้าตำรา “รบไป เจรจาไป” ในระบอบสีน้ำเงิน ทางหนึ่งก็ได้จังหวะดีมีแบ็กหนุน “พลังแฝง” ช่วยเล่นเกม “ตีเมืองขึ้น” ฉวยทุบนิ่มๆบ้านใหญ่ในภูมิใจไทยที่ถูกพาดพิงคิวโกงสอบท้องถิ่นจนร้อนระอุตั้งแต่สตูล เพชรบูรณ์ ไปยันบุรีรัมย์ ต่างได้รู้ฤทธิ์ผู้นำรอบนี้“อนุทิน” ขยับ “ดึงดุลอำนาจ” หนีสภาวะ “ถูกครอบงำ”ในห้วง “อำนาจซ้อนอำนาจ” ในรัฐบาลชักเยอะแต่ถ้า “อนุทิน” ทำเข้มแล้วก็ดีลเคลียร์ ทุบแล้วคุย สุดท้ายตัดจบที่ “ฮั้ว” กลบขี้ให้เชื้อโกง “หมักหมม” ในกระทรวงมหาดไทยแผลจะยิ่งเน่าเฟะและลุกลามภาพรวมรัฐบาลเพราะเมื่อนายกฯมีอำนาจ แต่ไม่จัดการล้างโกงเด็ดขาด สุดท้ายก็จะหนี “กรรมร่วม” ไม่พ้นเลอะเกรอะกรังทั้งพี่ทั้งน้อง เปรอะไปทั้งระบอบสีน้ำเงิน.ทีมข่าวการเมือง รายงานคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม