ศาลอาญายกคำร้องไม่ออกหมายจับ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.พรรคประชาชน ตามคำร้องของ ดีเอสไอ จากจำนวนผู้ขอให้ออกหมายจับกว่า 20 ราย ศาลอนุมัติให้มีการออกหมายจับเพียง 2 รายเท่านั้น โดยเฉพาะกรณีของ สส.พรรคประชาชน แม้จะไม่ได้อยู่ในสมัยประชุม แต่ไม่มีพฤติกรรมที่จะหลบหนีและ ในวันที่ขอให้ศาลออกหมายจับ ภาวุธ ได้เดินทางไปพบ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งเจ้าตัวได้แสดงความเห็นว่า กรณีนี้ ดีเอสไอ เร่งรัดคดีเป็นพิเศษ เพราะมีหลายคดีในลักษณะเดียวกันยังใช้เวลา ในการดำเนินการตามขั้นตอนปกติ และคดีนี้มีผู้ถูกกล่าวหาหลายคน แต่กลับมีชื่อตนที่ถูกออกหมายจับแค่คนเดียว ถือเป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่ และยืนยันว่าที่มีการสอบสวนพบเส้นทางเงินจำนวน 833 ล้านบาทไม่ใช่ 28 ล้านบาทนั้น ก็เป็นข้อที่น่าสังเกตว่ามาจากไหนและมีจุดประสงค์อย่างไร และทุกอย่างอยู่ในสำนวนที่เคยเข้าให้การไปแล้วถึงเส้นทางการเงินที่มาอย่างถูกต้องคดี Forex ที่ดีเอสไอนำพยานหลักฐานพร้อมคำร้องขอให้ศาล ออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวน 24 หมาย ในจำนวนนี้มีชื่อของ สส.พรรคประชาชน ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ รวมอยู่ด้วย แต่ไม่ปรากฏรายชื่อผู้ต้องหาคนอื่นที่ดีเอสไอตั้งข้อหาดำเนินคดี และศาลได้พิจารณา ออกหมายจับเพียง 2 ราย ส่วนอีก 22 ราย ให้ยกคำร้อง ศาลให้เหตุผล ว่า ยังอยู่ในวิสัยที่จะออกหมายเรียกได้ ซึ่งในเหตุผลของศาลน่าสนใจคือ ศาลอาญามีการพิจารณาพยานหลักฐานอย่างละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้ ตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง แสดงให้เห็นจุดยืนความชัดเจนในกระบวนการยุติธรรมของศาลยุติธรรมที่มีความเป็นอิสระและเที่ยงธรรมคดีฮั้วเลือก สว. เป็นอีกคดีที่อยู่ในความสนใจและเพ่งเล็งถึงการใช้อำนาจระหว่างฝ่ายนิติบัญญติ ฝ่ายบริหารกับฝ่ายตุลาการ การสอบสวนของดีเอสไอที่ผ่านมา มีทั้งพยานหลักฐานที่ชัดเจน ไม่ว่า จะเป็นพยานวัตถุหรือพยานบุคคล ครบองค์ประกอบ ถึงช่วงที่ดีเอสไอ จะส่งเรื่องเข้าสู่การพิจารณาตามกระบวนการศาล กลับมีข้อโต้แย้งว่า ให้เป็นอำนาจของ กกต. ในการส่งสำนวนให้ ศาลยุติธรรม เป็นผู้พิจารณา เรื่องนี้ที่ชัดเจนกว่าทุกคดีที่ผ่านมา คือ มีพยานบุคคล ที่เปิดเผยตัวเองต่อสาธารณะ และยืนยันถึงการเข้าร่วมกระบวนการดังกล่าวตั้งแต่ต้นจนจบ ขยายความไปถึงตัวบุคคลและเส้นทางเงิน ที่ทั่วไปแล้วไม่มีความชัดเจนถึงขนาดนี้เช่นเดียวกับ คดีที่ดินเขากระโดง คดีนี้ศาลปกครองได้ชี้ขาด ประเด็นความเห็นที่ขัดแย้งระหว่างหน่วยงานรัฐ ได้แก่ กรมที่ดิน และ การรถไฟแห่งประเทศไทย วินิจฉัยแล้ว ชี้ว่า ที่ดินเป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย แต่กรมที่ดินที่จะเป็นผู้ดำเนินการเพิกถอนการครอบครองที่ดินเขากระโดง กลับมีความเห็นแย้งว่า ไม่สามารถดำเนินการถอดถอนได้ถ้ายึดตามกฎหมายที่ดิน กลายเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับการบุกรุกที่ดินของรัฐวกไปวนมา ในขณะที่ คดีการบุกรุกที่ดินทำนองเดียวกันนี้ ภาครัฐได้เข้าไปดำเนินการรื้อถอนตามคำสั่งศาลโดยทันทีทั้งหมดนี้ก็เพื่อจะฉายภาพให้เห็นว่า ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายตุลาการอยู่บนเส้นบางๆ ที่มีองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ขวางกั้นอยู่ซึ่งวันหนึ่งย่อมหนีความจริงไม่พ้น ยุติธรรมต้องอยู่เหนืออยุติธรรมเสมอบ้านเมืองที่ปกครองโดยไม่มีขื่อไม่มีแปจะนำไปสู่กลียุค.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม