นายกฯเปิดทำเนียบฯต้อนรับ “เนเน่ รอยัล” โชว์โซโล่กีตาร์ไฟฟ้าเล่นเพลง zombie คึกคัก ยกเป็นศิลปินเยาวชนสร้างชื่อให้ประเทศ เขย่าเวทีประกวดระดับโลก “America’s Got Talent” “อนุทิน” นำทีม ครม. แจมดวลไมค์ร้องเพลงซมซานของ “เสก โลโซ” ครึกครื้น รบ.เปย์ค่าใช้จ่ายลุยประกวดให้ทั้งหมด พร้อมช่วยพีอาร์โกยเสียงโหวตชาวอเมริกัน “รุทธพล” ยันออกหมายเรียก “ภาวุธ” รับข้อหาคดีฟอเร็กซ์ไม่ได้กลั่นแกล้งการเมือง ดีเอสไอย้ำคลำเส้นเงินโอนต่อ ทอดเชื่อมโยง 833 ล้านบาท รวบแล้ว “โค้ชเจมส์” ผู้ต้องหาชักชวนลงทุนสอนเทรด ฟันผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ-ฉ้อโกง ทนายความแจงลูกความ ปฏิเสธทุกข้อหา “รมว. ยุติธรรม” อ้อมแอ้มรอรวมสำนวน กกต.คดีฮั้ว สว. ชี้หลักฐานดีเอสไอส่งฟ้องตรง ได้แค่ 8 รายนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย เปิดทำเนียบรัฐบาล ต้อนรับ น.ส.รัตติกานต์ อำลอย หรือ “น้องเนเน่ รอยัล” ศิลปินเยาวชน จ.ภูเก็ต ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยในการประกวดดนตรีเวทีระดับโลกรายการ America’s Got Talent โดยรัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการประกวด และช่วยประชาสัมพันธ์ให้ชาวอเมริกามาโหวตเลือกเนเน่ในการแข่งขัน“อนุทิน” ทำบุญ 94 ปีสำนักนายกฯเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 14 ก.ค. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย เป็นประธานพิธีเจริญ พระพุทธมนต์ วันสถาปนาสำนักนายกรัฐมนตรี ปีที่ 94 มีสมเด็จพระพุฒาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออกและเจ้าอาวาสวัดไตรมิตร วิทยาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์และมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ข้าราชการการเมือง หัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ สังกัดสำนักนายกฯ หน่วยงานภาครัฐ เอกชนเข้าร่วม จากนั้นนายอนุทินนำ ครม.เยี่ยมชมนิทรรศการเนื่องในวันสถาปนาสำนักนายกฯ ที่โถงกลางตึกสันติไมตรี แล้วให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ทำบุญสำนักนายกฯ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) เลยถือโอกาสทำบุญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ภายหลังพิธีทำบุญ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกฯ นิมนต์สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) ขึ้นไปพรมน้ำมนต์บนตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนนายกฯ เดินตามขึ้นไป จากนั้นเวลา 09.58 น. เป็นประธานการประชุม ครม.ก่อนเริ่มประชุมผู้สื่อข่าวถามว่า ประเทศไทยประสบเหตุใหญ่หลายเหตุการณ์ ต้องทำบุญหรือไม่ นายกฯ กล่าวสั้นๆว่า “ทำความดีพอ”“เนเน่ รอยัล” โชว์เพลง zombieเมื่อเวลา 10.00 น. ที่โถงกลาง ตึกบัญชาการ 1 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวฯ พร้อมคณะผู้บริหารและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เข้าพบนายกฯ ประชาสัมพันธ์การแสดงดนตรีของ น.ส.รัตติกานต์ อำลอย หรือน้องเนเน่ รอยัล ศิลปินเยาวชน จ.ภูเก็ต ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยในการประกวดดนตรีเวทีระดับโลกรายการ America’s Got Talent (AGT) มีรัฐมนตรี เข้าร่วมคึกคัก อาทิ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.การอุดมศึกษาฯ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน นายนิกร โสมกลาง รมว.การพัฒนาสังคมฯ น้องเนเน่โชว์ร้องเพลงซมซานของ “เสก โลโซ” นายกฯ และรัฐมนตรี โยกตามจังหวะเพลง ปรบมือตาม ก่อนนายกฯหยิบไมโครโฟน ยื่นให้นายยศชนันร่วมร้องเพลง แล้วคว้าไมค์มาร้องต่อก่อนส่งไมค์ต่อให้นายจุลพันธ์ นายประเสริฐ เมื่อจบเพลงซมซาน น.ส.รัตติกานต์โชว์โซโล่กีตาร์ไฟฟ้า และเล่นเพลง zombie ที่ใช้แข่งออดิชันรอบแรกในรายการ AGT ซีซัน 21 กวาด 4“YES” จากคณะ กรรมการ นายกฯ และรัฐมนตรี ยืนชมการแสดงจนจบรบ.สนับสนุนค่าใช้จ่ายประกวดเต็มที่จากนั้นนายกฯมอบเข็มกลัดและชุดของที่ระลึก Amazing Thailand เป็นกำลังใจแก่ น.ส.รัตติกานต์ สู่การแข่งขันในรอบต่อไป ชื่นชมความสามารถ ความ มุ่งมั่น ความทุ่มเทที่นำพาศักยภาพเยาวชนไทยไปสู่ การยอมรับระดับนานาชาติ และพร้อมสนับสนุน ต่อมานายสุรศักดิ์ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นความตั้งใจของ นายกฯ หลังเห็นคลิปวิดีโอการประกวด AGT ของ น้องเนเน่ เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ระหว่างปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ ประเทศมาเลเซีย พอเห็นว่าสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ รีบให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯไปดูว่าจะมีวิธีช่วยประชาสัมพันธ์ สนับสนุนน้องเนเน่ด้านใดได้บ้าง จนเป็นที่มาของงานวันนี้ รัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่าย ทั้งหมดในการประกวดและช่วยประชาสัมพันธ์ให้ชาวอเมริกามาโหวตเลือกเนเน่ในการแข่งขัน“เนเน่” บอกดังไวเกินชีวิตเปลี่ยนไปมากน้องเนเน่กล่าวว่า ขอฝากคนไทยช่วยติดตามช่องทางโซเชียลมีเดียของตนและช่วยเป็นกำลังใจให้ด้วย เมื่อถามว่าตกใจหรือไม่ที่ดังชั่วข้ามคืน น้องเนเน่กล่าวว่า ยังไม่รู้ตัวเลยว่าดังขนาดนี้มันเร็วเกินไป ตอนนี้ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะมาก เวลาไปไหนก็มีแต่คนทัก พร้อมกล่าวติดตลกว่า ตอนนี้ไปซื้อลูกชิ้นไม่ได้แล้ว ความฝันสูงสุดคืออยากเป็นศิลปินระดับโลก ทำเพลงของตัวเองทัวร์คอนเสิร์ต ตอนนี้มีเพลงอยู่แล้ว 2-3 เพลงขอให้รอติดตามจะออกมาเร็วๆนี้ เมื่อถามว่าทำไมเลือกที่จะสื่อสารย้ำว่ามาจากภูเก็ต แทนที่จะบอกแค่ว่ามาจากประเทศไทย น้องเนเน่กล่าวว่า อยากให้ทุกคนรู้ว่าตนเป็นคนใต้เป็นคนภูเก็ต ที่มีคนมาอ้างว่าตนเป็นคนกัมพูชาขอย้ำว่าเป็นคนภูเก็ตไทยแลนด์ ยืนยันเป็นคนไทย 100%ไม่มีเชื้อสายอื่นยันหมายเรียก “ภาวุธ” ไม่ได้แกล้งเมื่อเวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์กรณีศาลอาญาอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาคดีฟอเร็กซ์ 2ราย จาก 24 ราย อีก 22 ราย ให้ออกเป็นหมายเรียกว่า ล่าสุดเจ้าหน้าที่ดีเอสไอรายงานว่าได้จับกุมนายธีรพงษ์ คงแก้ว หรือ “โค้ชเจมส์” หนึ่งในกลุ่มแม่ทีมและผู้ชักชวนลงทุนฟอเร็กซ์หรือ IB ได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เป็นคนที่ศาลออกหมายจับ 1 ใน 2 คนหลังกลับจากต่างประเทศ ช่วงเวลา 09.00 น. วันที่ 14 ก.ค. นำตัวไปสอบสวนต่อไปที่ดีเอสไอ หากไม่ให้ประกันตัวจะส่งศาลฝากขังต่อไป กรณีนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.ที่ศาลไม่อนุมัติหมายจับ ดีเอสไอบอกว่ามีหลักฐานและมีน้ำหนักขอออกหมายจับได้ แต่เมื่อศาลเห็นว่าให้ออกหมายเรียก ดีเอสไอต้องออกหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 1 ให้มารับทราบข้อกล่าวหา ไม่ได้กลั่นแกล้งทางการเมือง ดำเนินการปกติตามพยานหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะเส้นทางการเงิน ดีเอสไอสืบสวนมาตลอด เมื่อถามว่ามีข่าวยอดรวมมูลค่าธุรกรรมโอนเงินและรับเงินที่เกี่ยวข้องกับนายภาวุธ 833 ล้านบาทไม่ใช่ 28 ล้านบาทจริงหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า ต้องไปถามพนักงานสอบสวนดีเอสไอสาวเส้นเงินโอนเชื่อมโยง 833 ล้านผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสืบสวนของดีเอสไอที่ขอศาลอาญารัชดาภิเษกออกหมายจับเป็นข้อมูลธุรกรรมทางการเงินและพฤติการณ์ธุรกรรมการเงิน ผ่านการทำธุรกรรม 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มโบรกเกอร์ 2.กลุ่มผู้ชักชวน (IB) และ 3.กลุ่มช่องทางการรับเงิน โดยกลุ่มนิติบุคคลช่องทางชำระเงิน มีบริษัท เรนนี่ คอปเปอเรชั่น จำกัด และบริษัท เพย์ โซลูชั่น จำกัด ทำหน้าที่เป็นนิติบุคคลบังหน้าเป็นทางผ่านของเงิน ธุรกรรมการเงิน เชื่อมโยงจากกลุ่มนิติบุคคลเหล่านี้ไปยังบัญชีบุคคลในเครือข่ายอย่างมีนัยสำคัญ ตรวจพบการโอนเงินเป็นทอดถัดมาจากกลุ่มรับชำระเงินผ่านบริษัท เอแอลพีเอฟเอ็กซ์ พลัส จำกัด และบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด ก่อนเข้าสู่บัญชีส่วนบุคคล กลุ่มมีพฤติการณ์แปรสภาพทรัพย์สิน พบธุรกรรมโอนเงินจากบัญชีธนาคารเข้าสู่ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล ในช่วงปี 2564-2567 ส่วนธุรกรรมการเงินของบุคคลเชื่อมโยงกับกลุ่มเครือข่าย พบบุคคลที่มีบทบาทสำคัญรับและส่งต่อกระแสเงินสด คือนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ (ผู้ถูกตรวจสอบลำดับที่ 1) พบรายการรับโอนเงินจากบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด 14 รายการ รายการละ 2,000,000 บาท รวม 28,000,000 บาท ภายในวันเดียวเมื่อวันที่ 18 ก.ค.67 ตรวจสอบฐานข้อมูลเพิ่มเติมยังพบยอดรวมมูลค่าธุรกรรมโอนเงินและรับโอนเงินสะสมรวม 833,217,192.60 บาทรวบ “โค้ชเจมส์” หลังกลับจากดูไบก่อนหน้านี้เวลา 09.00 น. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่ชุดศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสืบสวนปราบปราม กองบังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 2 (กก.สส.ปป.บก.ตม.2) ร่วมกันจับกุมนายธีรพงษ์ คงแก้ว หรือโค้ชเจมส์ 1 ใน 2 ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีซื้อขายฟอเร็กซ์ โดยไม่ได้รับอนุญาต ฐานความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตาม ป. อาญา มาตรา 343 หลังเดินทางเข้าประเทศไทยจากประเทศสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ทนายแจงลูกความปฏิเสธทุกข้อหาเจ้าหน้าที่ทำบันทึกจับกุมก่อนควบคุมตัว ผู้ต้องหา ส่งให้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ที่ศูนย์ราชการฯ อาคารซี เวลา 11.25 น. โดยได้บันทึกภาพและเสียงต่อเนื่องขณะจับ ควบคุมตัว ส่งมอบตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ “โค้ชเจมส์” อยู่ในกลุ่มผู้แนะนำโบรกเกอร์หรือไอบี ให้คำแนะนำหรือใช้วิธีสอนเทรด เมื่อมีคนสนใจเทรดหรือลงทุน จะแนะนำให้ไปพบโบรกเกอร์ หรือซื้อขายที่โบรกเกอร์ในกลุ่มเดียวกัน และปรากฏเส้นทางการเงินของกลุ่มไอบี (IB) เชื่อมโยงกันหมดกับกลุ่มบริษัทโบรกเกอร์และบริษัทเพย์เมนต์รับชำระเงิน เป็นกลุ่มบริษัทที่ผู้เสียหายส่วนใหญ่ร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า “มีอะไรอยากจะพูดชี้แจงหรือไม่ โดยเฉพาะการเทรดลงทุนฟอเร็กซ์ มีประโยชน์กับผู้ลงทุนอย่างไรบ้าง โค้ชเจมส์ยิ้มและพยักหน้าตอบรับคำถาม แต่ไม่ได้ตอบอธิบายใดๆ ขณะที่นายอมร กุศล ทนายความของโค้ชเจมส์ ขอผู้สื่อข่าวงดสัมภาษณ์เนื้อหาภายในคดีจะให้สัมภาษณ์แทนลูกความ เราพร้อมชี้แจง ก่อนหน้านี้ ได้มีหนังสือคำร้องขอประเด็นการสอบสวนไปยังพนักงานสอบสวนแล้ว แต่แปลกใจทำไมมีการขอศาลออกหมายจับ ลูกความปฏิเสธทุกข้อหา ทั้ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนเตรียมหลักทรัพย์ยื่นขอประกันตัวต่อมานายอมร กุศล ทนายความของโค้ชเจมส์ เปิดเผยหลังร่วมฟังการสอบสวนปากคำว่า พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาและพฤติการณ์ทางคดีเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินเกินกฎหมายกำหนด การฉ้อโกงประชาชน พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 การฟอกเงิน เป็นต้น มองว่าไม่ควรออกหมายจับเลย วันที่ 8 ก.ค.มีหนังสือถึงดีเอสไอแล้วว่าในวันที่ 24 ก.ค.จะพาลูกความเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริง นัดหมายพนักงานสอบสวนไว้เรียบร้อยแล้ว ลูกความจึงไปเที่ยวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่สังคมสื่อสารว่าลูกความตนหนีไม่เป็นความจริง แปลกใจว่าเหตุใดต้องรีบขอศาลออกหมายจับ ทราบว่าพนักงานสอบสวนจะควบคุมตัวลูกความไว้ภายใน 48 ชม. วันที่ 15 ก.ค.จะนำตัวไปฝากขังต่อศาลอาญา จะเตรียมยื่นขอประกันตัวชั่วคราว เสนอศาลว่าลูกความเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องอย่างไร และไม่มีพฤติการณ์จะหลบหนี ไม่ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ที่ศาลอนุมัติ 2 หมายจับ ผู้ต้องหาอีก 1 รายทราบว่าน่าจะเป็นผู้หญิง ไม่ทราบชื่ออะไรเป็นใครหรือมีพฤติการณ์ทางคดีอย่างไร เมื่อถามว่าผังการสืบสวนของดีเอสไอเปิดเผยเส้นทางการเงินโค้ชเจมส์เชื่อมโยงไปยังบริษัทโบรกเกอร์หลายราย นายอมรตอบว่า เป็นเรื่องในสำนวนขออนุญาตสงวนไว้ก่อน จะเป็นข้อต่อสู้ของทางเราด้วย“รุทธพล” ชี้ฮั้ว สว.รอรวมสำนวน กกต.อีกเรื่อง ที่ศูนย์ราชการฯ อาคารเอ ถนนแจ้งวัฒนะ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าคดีอั้งยี่-ฟอกเงินในการเลือกสว.ว่า ดีเอสไออยู่ระหว่างรอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้ขาดว่าจะมีบุคคลใดบ้างที่กระทำความผิดฮั้วเลือก สว. เป็นหนึ่งในคำแนะนำของพนักงานอัยการคดีพิเศษ ที่ให้ไปรวบรวมกับสำนวนของกกต. ดีเอสไอต้องรอ กกต.วินิจฉัยชี้ขาด เพราะเป็นข้อสั่งการตามหนังสือสั่งการของพนักงานอัยการคดีพิเศษ เพื่อให้ดีเอสไอต้องดำเนินการเช่นนั้น จึงมองว่าดีเอสไอต้องดำเนินการตามข้อสั่งการ เมื่อถามว่าหากท้ายสุด กกต.มีมติชี้ขาดว่าทั้ง 229 ราย ไม่มีการกระทำความผิดฮั้วเลือก สว. ดีเอสไอต้องเห็นด้วยตามนั้นหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้น อย่างไรก็ต้องรอผลมาวิเคราะห์ส่วนนี้ด้วย หนังสือคำสั่งพนักงานอัยการคดีพิเศษขอให้ดีเอสไอนำผลการพิจารณาของกกต. มาประกอบในสำนวนของดีเอสไอ หลังจากนั้นดีเอสไอจะนำมาพิจารณาประกอบกับพยานหลักฐานหลายส่วน เป็นรายละเอียดภายในสำนวน จึงยังไม่ทราบอู้อี้หลักฐานดีเอสไอฟ้องได้แค่ 8 รายเมื่อถามว่าสำนวนของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง คณะที่ 26 มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอไปร่วมสอบสวนกับ กกต.มีมติดำเนินคดีถึง 229 ราย คดีฮั้ว สว. ขณะที่ดีเอสไอดำเนินคดีผู้ต้องหาคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว.ได้เพียง 8 ราย แตกต่างจากพยานของดีเอสไอกว่า 2,000 รายก่อนหน้านี้ รมว.ยุติธรรมตอบว่า มันขึ้นอยู่กับว่าพยานหลักฐานไปถึงมากน้อยเพียงใด ดีเอสไอต้องดูว่าพยานหลักฐานถึงแค่ไหน จึงได้สั่งฟ้องตรง เมื่อถามว่าแสดงว่าปัจจุบันพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงแค่ 8 ราย พล.ต.ท.รุทธพลตอบว่า ก็คงเป็นอย่างนั้น ดีเอสไอสั่งฟ้องไปเพียงเท่านี้กกต.แจงเก็บข้อมูล 4 พยานไว้แล้วเมื่อเวลา 13.00 น. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารชี้แจงกรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านจัดเสวนา “พรรคร่วมฝ่ายค้านจัดเสวนา” ครบรอบ 2 ปีเลือก สว.-เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว. “ดึงกลุ่มอดีตผู้สมัคร สว. อดีตผู้ช่วย สว.ร่วมกันแฉสารพัดกลโกง หักหัวคิวคนละครึ่ง 2 แสนบาทเหลือ 1 แสนบาท บังคับให้เลือกตามโพย แถมยังวางเกมโกงไปถึงเลือกตั้ง สส.สมัยหน้าว่า คำร้องคัดค้านการเลือก สว.อยู่ระหว่างดำเนินการ กกต.ได้รวบรวมข้อเท็จจริง พยานหลักฐานและข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากทุกฝ่ายประกอบการพิจารณารอบด้าน เป็นธรรมและเป็นไปตามกฎหมาย ผู้เข้าเวทีเสวนาทั้ง 4 ราย คือนายดิเรก พรสีมา นายธารินทร์ พันธุมัย นายสนั่นชัย ช่วยอุดมธนิกิจและนายมนตรี เฉียบแหลมได้ให้ข้อมูลและถ้อยคำในฐานะพยานต่อ กกต.คดีฮั้วเลือก สว.แล้ว กกต.จะพิจารณาข้อมูลคำให้การและพยานหลักฐานของบุคคลดังกล่าวร่วมกับพยานหลักฐานอื่นทั้งหมดในสำนวน ยึดหลักข้อเท็จจริง กฎหมายและความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย เมื่อแล้วเสร็จจะเผยแพร่ผลการพิจารณาให้ประชาชนได้รับทราบต่อไปฉะกองทุนฟื้นฟูเกษตรกรซุกลูกหนี้ผีเมื่อเวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 70 มีนายอนุรักษ์ จุรีมาศ สส.ร้อยเอ็ด พรรคภูมิใจไทย (ภท.) รองประธาน กมธ.ทำหน้าที่ประธานการประชุมพิจารณางบฯกระทรวงเกษตรฯ กมธ.ซักถามรายละเอียดกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรมีปัญหาการตรวจสอบบัญชี นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร กมธ.ถามว่า รายงานตรวจเงินแผ่นดินบ่งบอกว่ากองทุนฟื้นฟูฯ มีปัญหาหนักบริหารจัดการ ยิ่งกว่าเล่นขายของ เงินเข้าไม่รู้มาจากไหน เกษตรกรบางรายไม่มีตัวตนจริง บัญชีลูกหนี้เกษตรกร 8,482 ล้านบาท ตรวจสอบหลักฐานได้แค่ 708 ล้านบาท อีก 7,773 ล้านบาท ไม่สามารถตรวจสอบได้ สตง.ตรวจสอบพบอาการหนักมากลูกหนี้เกษตรกรไม่มีอยู่จริง พบแก้ไขบัญชีย้อนหลัง 10 ปี รวม 12 เรื่อง เงินที่โอนเข้ามา 1,262 ล้านบาท ไม่ทราบผู้โอน อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูล ต้องพิจารณาว่าองค์กรจะอยู่ต่อไปหรือไม่นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภท.ในฐานะ กมธ.อภิปรายว่า ขอเสนอให้ กมธ.แขวนงบกองทุนฟื้นฟูฯไว้ก่อน ข้อมูล สตง.พบการทำผิด ทำไมไม่แจ้งความดำเนินคดี เอาเกษตรกรเป็นตัวประกัน ตัดตอนหาประโยชน์ ไม่ได้ฟื้นฟูเกษตรกร เป็นกลุ่มผลประโยชน์ต่อรองอำนาจรัฐ ใช้การเดินขบวนต่อรองยอมไม่ได้ต้องหาคนผิดเลขาฯรับบัญชีมีปัญหาแต่ไม่ได้ทุจริตด้านนางวรรณี มหานีรานนท์ เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ชี้แจงว่า ยอมรับรายงานบัญชีมีปัญหาจริง แต่เป็นความบกพร่องทางข้อมูลและการบริหารจัดการ ไม่ใช่การทุจริต ตั้งแต่ตั้งกองทุนฟื้นฟู เริ่มแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกรได้ในปี 49 ซื้อหนี้เข้ากองทุนและให้เงินกู้ยืมกลุ่มองค์กร มีเกษตรกรเข้ากองทุน 4 หมื่นคน มีโครงการมากกว่า 1.3 หมื่นโครงการ มีสาขาจังหวัด 81 แห่ง สำนักงานใหญ่ 1 แห่ง ระยะเริ่มต้นกองทุนไม่มีระบบการเงินการบัญชีที่ออกแบบครอบคลุมทุกสาขา ทำให้มีปัญหา แต่ได้แก้ไขปรับปรุงปี 64 เริ่มใช้ได้ในปี 65 มีรายละเอียด ความเคลื่อนไหวข้อมูล มีรายการรับ-จ่ายรวมกว่า 2 แสนรายการ ตั้งแต่ปี 65 ถึงปัจจุบันมีข้อมูลที่ตรวจสอบได้ แต่ยังมีข้อมูลต้องสะสางอีกกว่า 2แสนรายการ ขณะนี้มี สตง.เป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษา ภายในก.ย.นี้จะคืบหน้าสะสางหลายรายการ ยอมรับว่าการบริหารจัดการมีปัญหา แต่ไม่ใช่การทุจริต“อนุทิน” บินเยือนจีน 16–20 ก.ค.น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายก รัฐมนตรีกล่าวอีกว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย มีกำหนดเยือนสาธารณรัฐ ประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 16-20 ก.ค.ตามคำเชิญของนายหลี่ เฉียง นายกฯสาธารณรัฐ ประชาชนจีน สานต่อพลวัตของความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีนก้าวเข้าสู่ปีที่ 51 และเป็นโอกาสสำคัญกระชับความสัมพันธ์ ต่อยอดความเป็นหุ้นส่วนความ ร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน โดยจะเยือน 3 เมืองสำคัญ ได้แก่ นครเซี่ยงไฮ้ เข้าเยี่ยมคารวะนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก ค.ศ.2026 นครเฉิงตู จะเป็นประธานพิธีเปิดงานสัมมนาThailand-China (Sichuan Investment and Economic Forum 2026) และพิธีเปิดฝ่าย การลงทุนประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตูและ กรุงปักกิ่ง จะประชุมทวิภาคีแบบเต็มคณะกับนายหลี่ เฉียงและพบหารือกับนายจ้าว เล่อจี้ ประธานสภาประชาชนแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมเป็น สักขีพยานพิธีลงนามความตกลงที่สำคัญระหว่างหน่วยงานภาครัฐของไทยกับจีน ขับเคลื่อนความร่วมมือ ในมิติต่างๆ อาทิ การค้า การลงทุน การเกษตร สาธารณสุข วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การศึกษาอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่