ช็อกความรู้สึกสังคมไทยไปชั่วขณะ “มหาประลัยเพลิงมรณะ” ไหม้สถานบันเทิงย่านห้าแยกลาดพร้าว กทม. คร่าชีวิตนักท่องราตรีเกือบ 30 ศพ โศกนาฏกรรมซ้ำรอยซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่เคยจบสิ้นไปจากเมืองไทย เรื่องของเรื่อง ในภาพข่าวก็ได้เห็นผู้นำประเทศอย่าง “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะ รมว.มหาดไทย รุดไปยืนบัญชาการในที่เกิดเหตุด้วยตัวเองตาแดง ยังไม่หายงัวเงีย เพราะถูกปลุกจากที่นอนกลางดึกสภาพน่าจะอดนอนติดต่อกัน เพราะก่อนหน้านั้นผู้นำรัฐบาลก็เพิ่งไปตรวจเหตุฝนตกน้ำท่วมทะลักเข้าอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงย่านวงเวียนใหญ่ ฝั่งธนฯที่กำลังก่อสร้างแสดงถึงสุขภาพร่างกายที่แกร่งพอใช้ สนองตอบบทเด่นของผู้นำที่ไวต่อสถานการณ์“นายกฯอนุทิน” วาบไปวาบมาได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะคิวแทรกฉุกเฉิน หรืองานรูทีนตามตารางราชการ ไม่นับช็อตแวะเข้าร้านลาบเจ้าประจำ แบ่งเวลาว่างพา “มาดามจ๋า” ไปเต้นในคอนเสิร์ตผู้นำสายเกรียนอยู่ในโฟกัสสายตาสังคม แบบ 1 วันแทบจะ 25 ชั่วโมงณ ชั่วโมงนี้ ไม่มีใครเด่นไปกว่า “อนุทิน” แม้แต่ปริศนา “ศ” จ่อเสียบแทนเก้าอี้นายกฯหากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง เอาเข้าจริงก็หาที่มาที่ไปไม่ได้ ตอกย้ำโดย “นิด้าโพล” สถานะ “ผู้ยืนหนึ่ง” ในขบวนแห่ธงอนุรักษ์นิยมยังแน่นปึ้ก “นายกฯหนู” ยังเล่นได้ตามบท “ผู้ถูกเลือกใช้” ไร้สัญญาณเปลี่ยนแปลงมันจึงจำเป็นต้องแอ็กชัน กระตุกสัญญาณเตือน “ล้ำเส้น” กับอาการ “จงใจพลาด” ของโคตรเซียนโซเชียลฯอย่าง “นายกฯอนุทิน” ที่แกล้งทำเป็น “มือลั่น” แชร์ภาพของ 3 อดีตนายกฯตระกูลชิน “ทักษิณ–ยิ่งลักษณ์–แพทองธาร ชินวัตร” บินไปพบกับประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ผู้นำอินโดนีเซียแกล้งตีปี๊บ ปั่น“เฟกนิวส์” ในเพจกองเชียร์เสื้อแดง ที่อวย“ทักษิณ” ช่วย “สุริยะ”ปิดดีลกุ้งกับมาเลเซียเรียบร้อยก่อนที่ “อนุทิน” จะเดินทางไปหารือทวิภาคีกับผู้นำรัฐบาลเสือเหลืองอย่างเป็นทางการก่อนจะลบโพสต์ในอีกไม่กี่อึดใจต่อมา พร้อมขออภัย อ้างเผลอกดแชร์โดยไม่ตั้งใจ และให้สัมภาษณ์นักข่าวระบุการเดินทางเยือนผู้นำอินโดฯของ 3 อดีตผู้นำตระกูลชินเป็นเรื่องปกติ อดีตนายกฯทักษิณจะเดินทางไปไหนก็ได้ไม่ได้มองว่าเป็นการวัดพลังทางการเมืองแต่อย่างใดในลีลาล้ำลึก ดักกระแทกเหลี่ยมการเมืองแบบนิ่มๆแต่แรงในระดับที่รู้กันเฉพาะ“นายใหญ่” กับ “ลูกน้องเก่า” คนวงในเท่านั้นจะรู้ดีว่า “อนุทิน” ให้ความยำเกรง “ทักษิณ” เรียก “เจ้านาย” ทั้งต่อหน้าและลับหลังโดยมี “ช้อนรองเท้าทองคำ” เป็นที่ระลึกสายสัมพันธ์สังเกตได้ ไม่ว่าจะหักหลัง หักดิบ หักลำ ฟาดฟันในสนามเลือกตั้ง จุดไฟ ไล่หนู ตีงูเห่า กันแรงแค่ไหน “อนุทิน” ก็จะเป็นฝ่ายที่ยอมหลบต่ำให้ “เจ้านาย”สุดท้ายก็กลับมากอดคอร่วมรัฐบาลกันจนได้ ณ ปัจจุบันแต่โดยจังหวะที่ผู้นำรัฐบาลภูมิใจไทยกำลังโดนพายุกระแทก สารพัดปมร้อนกระหน่ำ กระแสเพลี่ยงพล้ำ ถึงขั้นมีปริศนา “ศ”เสียบแทนแผนเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี มันจึงเป็นเรื่องไม่บังเอิญพอดิบพอดีที่ “ทักษิณ” พา 3 อดีตผู้นำตระกูลชิน ไปโผล่วงสนทนากับประธานาธิบดีอินโดนีเซียเจตนาปล่อยภาพเป็นข่าวไปทั่วโลก ไม่สนว่าจะปาดหน้า “อนุทิน” ที่นำทีมบินไปเยือนรัฐบาลมาเลเซีย พร้อมเจรจาปัญหาส่งออกกุ้งแบบ “โปรโตคอล” ด้วยสถานะผู้นำรัฐบาลอย่างเป็นทางการไล่เลี่ยๆกัน มันทำให้แยกไม่ออก ใครจะเคลมผลงานเป็นฝ่ายเคลียร์ปมกุ้งได้โดยเจตนาล้อสถานการณ์ มันจงใจเบิ้ลบลัฟกันโต้งๆอยู่แล้ว แนวโน้มก็อย่างที่กองเชียร์เสื้อแดงก็ตีปี๊บ อวย “นายใหญ่”ยกเครดิตให้ 3 อดีตนายกฯตระกูลชิน โชว์ฟอร์มอินเตอร์สอนเชิง “นายกฯอนุทิน”แต่ตรงกันข้าม มันก็กระตุกฝ่ายต้าน “ทักษิณ” ด่าพวก “อยู่นิ่งไม่เป็น”จุดชนวนระแวง “นายใหญ่” ออกจากกรงมาป่วนเกมอำนาจ จากมุมที่เป็นตัวช่วย กลายเป็นสร้างความลำบากให้ทีมเพื่อไทยในสถานะพรรคร่วมรัฐบาล แทนที่จะปล่อยให้ทีมเพื่อไทยทำงานกับภูมิใจไทยได้ไหลลื่นตามกลไกปกติ แบบที่ “เดอะซัน” นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ ก็ทำงานเข้าขากับ “นายกฯอนุทิน”“ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” รองนายกฯและ รมว.การอุดมศึกษาฯก็กำลัง “เติมเชน” สะสมแต้มดีๆ“นายใหญ่” ตีปี๊บศักยภาพ 3 ผู้นำตระกูลชิน ช็อตเดียว สะดุดหมดเลย.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม