อดีตกรรมการยกร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน อธิบายถึงเจตนารมณ์ของกฎหมาย พร้อมกับแก้ข้อกล่าวหาที่ว่าการแต่งตั้งตำรวจ ไร้กฎ กติกา มารยาท มาจากความเดิมคณะกรรมการได้วางหลักร่วมกันในอันที่จะยกร่างกฎหมายเพื่อบำบัดทุกข์ให้กับ “ประชาชน” และขณะเดียวกันต้องบำบัดทุกข์ให้กับ “ตำรวจ” ด้วย“สำหรับทุกข์ของตำรวจที่สำคัญประการหนึ่ง คือ การไม่ได้รับความเป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้าย มีการวิ่งเต้นเส้นสาย ซื้อขายตำแหน่ง ใส่ร้ายป้ายสี เล่นพรรคเล่นพวก กระโดดโลดเต้น ข้ามหัวข้ามห้วย สุดที่จะหาคำมาบรรยาย” พล.ต.ท.อำนวยระบุคณะกรรมการตกลงที่จะนำหลักเกณฑ์การแต่งตั้งมาบัญญัติไว้ในกฎหมายให้ชัดเจน (ป้องกันการใช้ดุลพินิจอย่างฟุ่มเฟือยจนอาจเกิดความไม่เป็นธรรม) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลักการให้ความสำคัญกับ “อาวุโสและความรู้ ความสามารถ”เห็นได้ว่า เจตนารมณ์ของกฎหมายให้ความสำคัญกับ “อาวุโส” เป็นลำดับแรก เพราะเป็นหลักเกณฑ์ที่มีความชัดเจนเป็นรูปธรรมไม่อาจโต้แย้ง คัดค้าน ตั้งข้อสงสัย เนื่องจากในอดีตเคยมีการแต่งตั้ง อ.ตร.ที่เกิดปัญหาจนต้องยึดหลักการพิจารณา พล.ต.ท.แสวง ธีระสวัสดิ์ และ พล.ต.ท.สวัสดิ์ อมรวิวัฒน์ คู่ชิงเก้าอี้ “แม่ทัพปทุมวัน”ปรากฏว่า คุณสมบัติความมีอาวุโสในการครองตำแหน่งต่างๆ จนถึงเป็นรอง อ.ตร.ทั้งสองท่านมีเท่ากัน แต่สุดท้าย พล.ต.ท.แสวง ธีระสวัสดิ์ รับราชการเป็นตำรวจก่อน (นายสิบพลตำรวจ) ถือเป็นผู้ที่มีอาวุโสกว่า และได้รับการแต่งตั้งเป็น อ.ตร.การแต่งตั้งครั้งนั้นถึงเป็นการแต่งตั้งที่ได้รับการยอมรับกลายเป็นที่มาในการยกร่างหลักเกณฑ์การแต่งตั้งใน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฉบับปัจจุบัน."สหบาท"คลิกอ่านคอลัมน์ “ส่องตำรวจ” เพิ่มเติม