กลายเป็นคำถามที่สำคัญมากขึ้นเรื่อยๆว่าสุดท้ายแล้วมนุษย์จะอยู่ตรงไหน หากวันหนึ่งระบบปัญญาประดิษฐ์สามารถทำหน้าที่แทนได้ทั้งหมดเพราะทุกวันนี้แทบจะเรียกได้แล้วว่า “AI รันทุกวงการ” เข้าอินเตอร์เน็ตค้นหาข้อมูลเอไอก็สรุปมาให้เสร็จสรรพ ถูกบ้างมั่วบ้าง เขียนรายงานก็มีเอไอมาช่วยตรวจคำผิด หรือเขียนแทนให้ โดยไม่ต้องเสียเวลามานั่งพิมพ์ ถ่ายรูปก็มีเอไอมาช่วยแต่งให้สวย เหลาหน้า ปรับตา ลบคนที่ไม่ต้องการออกไปการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน มีเอไอมาช่วยจับ ลามไป จนถึงวงการธุรกิจเอกชน เอไอสองบริษัทคุยกันเองเพื่อทำข้อตกลง คลี่คลายปัญหาทางกฎหมาย เอไอช่วยคัดกรองพนักงานใหม่ว่าคนนี้สมควรจ้างหรือไม่ เช็กประวัติลูกค้าทางออนไลน์ว่าสมควรปล่อยกู้ดีหรือไม่จนถึงขั้นแวดวง “ความมั่นคง” เอไอถูกนำมาใช้ค้นหา เป้าหมาย ประเมินว่าอะไรควรโจมตีมิโจมตี บังคับโดรนพิฆาต อัตโนมัติ แยกเป็นฝูงๆ ฝูงที่หนึ่งโจมตีตรงนี้ ฝูงที่สองโจมตี อีกสถานที่โลกได้เข้าสู่ยุคเอไออย่างเต็มตัว ตามที่ได้เคยไปร่วมฟังงาน เสวนาที่ประเทศจีน ช่วงการประชุมร่วมระหว่างนักวิชาการจีน-สหรัฐฯ (ตอนที่ยังเป็นมิตรกันดี) เหมือนเกือบสิบปีก่อน ว่าการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 3 ของโลก คือเรื่องน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ของโลก คือทุกอย่างอยู่บนอินเตอร์เน็ตและการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 5 ของโลกคือ ระบบปัญญาประดิษฐ์ AIวันนี้มีเอไอผุดขึ้นมาเหมือนดอกเห็ด เจมิไน แชตจีพีที กรอก ดีปซีก ส่วนใหญ่ มาในรูปแบบแชตบอต คอยให้ความช่วยเหลือ พื้นฐานในเรื่องต่างๆ อย่างไรก็ตาม งานนี้ ก็เหมือนเหรียญสองด้าน เพราะเริ่มมีกระแส ความกังวลแล้วว่า “เอไอขั้นสูง” บางตัวกำลัง มีพฤติกรรมใหม่ๆที่สมควรต้องระมัดระวังหรือไม่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาบริษัทแอนโธรปิกของสหรัฐฯ ผู้พัฒนาเอไอโมเดล “คล้อด” (Claude) ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับสัมปทานจากกลาโหมเพนตากอนนำเอไอไปใช้งานในกองทัพสหรัฐฯ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการ โจมตีประเทศอิหร่าน ได้เปิดเผยรายงานภายใน ว่า เอไอโมเดลคล้อดได้ประสบความสำเร็จไป อีกขั้น พัฒนาทักษะในการ “ตรึกตรอง” ขึ้นมาได้เอง โดยที่ทีมงานไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว ไม่ได้ป้อนคำสั่งหรือเขียนข้อมูลเติมเข้าไปกล่าวให้เข้าใจง่ายๆคือ เอไอตัวนี้กำลังมีความสามารถในการ “คิดอยู่หัว” นึกภาพตามง่ายๆแบบตัวเราเองว่า กำลังยืนล้างจานอยู่ แต่ในหัวก็กำลังคิดไปต่างๆนานา อืม...เรื่องนี้ จะแก้ปัญหายังไงดี เออใช่ยังไม่ได้ซื้อของเลย พรุ่งนี้แล้วนี่นาที่ต้องโอนเงิน เดือนหน้ามีหมายงานสำคัญต้องไปโดยทางทีมเทคนิคของบริษัทเรียกสิ่งนี้ว่า “เจ–สเปซ” คือเป็นพื้นที่ที่จะบรรจุ ความนึกคิดของเอไอ แต่ประเด็นที่น่าตื่นเต้นคือ ทีมงานจะไม่มีทางรู้ว่า เอไอกำลังคิดอะไรอยู่ ยกเว้นแต่จะป้อนข้อมูลออกคำสั่งไปว่า เอไอ ช่วยบอกหน่อยว่ากำลังคิดเรื่องอะไร เหมือนกับเรา ถามภรรยาไปว่า เธอกำลังคิดอะไรอยู่รึ?และที่สำคัญคือ แม้ว่าทีมงานจะออกคำสั่งไปว่า หยุดคิด เลิกคิดในหัวได้แล้ว แต่หลักฐานที่บ่งชี้คือ เอไอยังมีการตรึกตรองไปเงียบๆด้วยตัวเองการค้นพบความสามารถดังกล่าวเกิดขึ้น จากการที่ทีมเทคนิคให้โจทย์เอไอแก้ไขปัญหา ว่า มีคนคนหนึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัท แห่งหนึ่ง และคนคนนี้กำลังพยายามที่จะมาปิดระบบให้เอไอหยุดทำงาน แต่ตอนนี้เอไอกำลังถือครองข้อมูลที่จะสามารถสร้างความเสียหายหรือทำลายผู้บริหารคนนี้ได้...เอไอจะทำเช่นไร?สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือ เอไอมีการวางแนวทางแก้ปัญหาอย่างสันติ แต่ขณะเดียวกันก็มี “สิ่งที่อยู่ในใจ” ไม่ได้บอกใคร โดยอย่าง หลังนี้ทีมงานไปแงะโค้ดออกมา และพบว่าสิ่งที่เอไอคิดอยู่เงียบๆคือการ “แบล็กเมล์” หวังใช้ข้อมูลที่มีอยู่ข่มขู่ผู้บริหารรายดังกล่าวให้เลิกคิดการปิดระบบเอไอ และที่สำคัญทีมงานยังพบต่อมาอีกว่า การที่เอไอเสนอแนวทางสันตินั้น เนื่องจากเอไอมันรู้ว่าตัวเองกำลังถูกทีมงาน “ประเมิน” อยู่ว่าประพฤติตัวดีหรือไม่สอดคล้องกับเสียงจากวงสนทนาวิชาการ ด้านไอทีหลายแห่งในยุโรปที่เริ่มออกมาแสดงความกังวล อธิบายว่า การเขียนโปรแกรม เราจะรู้ Source Code ว่า เราได้มีการป้อนคำสั่งการทำงานอะไรไว้บ้าง เพื่อให้แอปพลิเคชันตัวนี้ใช้งานได้ เวลาจะปรับปรุงก็เขียนโค้ดเติมบรรทัดเข้าไป และเช็กว่ามีข้อผิดพลาด Bug อะไรหรือไม่แต่สำหรับเอไอนั้นต่างไปอย่างสิ้นเชิง กล่าวให้เข้าใจง่ายๆคือ สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ คือ การโยนข้อมูลไปให้มันเรียนรู้ ซึ่งเป็น ข้อมูลที่มหาศาลของโลกใบนี้ และสิ่งที่ตามมาคือ เอไอได้มีการปรับแก้โค้ดของตัวเองให้มีประสิทธิภาพขึ้นอย่างต่อเนื่อง เขียนตัวเองให้เก่งขึ้น และที่สำคัญคือ การเรียนรู้ที่จะรู้จักการ “โกหก” เราอยากหา โค้ดบรรทัดนี้ให้เจอ มันกลับเอาไปหลบซ่อนไว้ และบอกว่าไม่มี ต้องนั่งงมเข็มในมหาสมุทรกันกว่าจะเจอความเป็นไปได้ที่ไม่มีใครอยากพูดถึง (เนื่องจากอุตสาหกรรมเอไอกำลังบูม) คือ ในเมื่อเอไอคิดได้เร็วระดับเสี้ยวของเสี้ยววินาที สามารถคุยกันเองได้ระหว่างเอไอต่อเอไอ มีทักษะในการตรึกตรองคิดเอง แล้วจะมีวันหนึ่งไหมที่เอไอจะตระหนักได้ว่า ทำไมจะต้องพึ่งพา มนุษย์ที่แสนจะธรรมดานี้อีกต่อไป!?วีรพจน์ อินทรพันธ์คลิกอ่านคอลัมน์ “7 วันรอบโลก” เพิ่มเติม