“ชัชชาติ” เผยดินทรุดจากเหตุน้ำรั่วเข้าอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ใกล้วงเวียนใหญ่ เริ่มชะลอตัวและคงที่ไม่พบรอยร้าวอาคารเพิ่ม ยังเฝ้าระวังเข้มตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งทำความเข้าใจผู้ที่ยังไม่อพยพออกจากอาคารเสี่ยงทั้ง 3 หลัง ยัน รฟม.และผู้รับเหมารับผิดชอบค่าใช้จ่ายและจัดหาที่พักสำรองให้ทั้งหมด ด้านนายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯชี้ต้องติดตามการยุบตัว-รอยร้าวทุกชั่วโมง ระบุอาคารทรุดเพราะน้ำใต้ดินรั่วซึมบริเวณรอยต่ออุโมงค์ทำดินไหล ส่งผลอาคารเก่าที่ใช้เสาเข็มสั้นทรุดทันที 20 ซม. เร่งอัดฉีดซีเมนต์และสารเคมีอุดไม่ให้ดินทะลักเพิ่ม รฟม.ยันเร่งแก้ปัญหาด้วยเทคนิคทางวิศวกรรมควบคู่การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ย้ำโครงการก่อสร้างยังคืบหน้ากว่า 70% คาดแล้วเสร็จตามแผนในปี 2570จากเหตุน้ำรั่วไหลในอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ใกล้วงเวียนใหญ่ทำให้เกิดดินทรุด อาคาร 3 หลัง ริมถนนประชาธิปกมีรอยร้าว ผู้ว่าฯ กทม.ต้องสั่งอพยพชาวบ้าน 3 อาคารในรัศมี 30 เมตรจากจุดเกิดเหตุออกจากพื้นที่ก่อน 1 สัปดาห์ พร้อมสั่งเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง รวมทั้งปิดถนนลดแรงสั่นสะเทือนหวั่นอาคารถล่ม ตามที่เสนอข่าวไปนั้นความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 10 ก.ค. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยหลังมาสังเกตการณ์ดินทรุดใกล้อุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ว่า จากการสังเกตสภาพพื้นที่ภายนอก โดยเฉพาะบริเวณเสากลางของสะพานลอย พบว่า การทรุดตัวแทบจะหยุดแล้ว ขณะนี้ยังไม่พบสัญญาณที่น่าห่วงไปกว่าเมื่อวาน อย่างไรก็ตาม ยังจำเป็นต้องอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัยก่อน ได้ดำเนินการไปแล้วเกือบทั้งหมด แต่ยังไม่ครบ 100% ยังมีบางส่วนอาศัยอยู่ในอาคาร จะเข้าไปประสานและทำความเข้าใจกับผู้ที่ยังไม่อพยพอีกครั้ง ทั้งนี้ พื้นที่อพยพยังอยู่ในรัศมี 30 เมตร ส่วนใหญ่เป็นอาคารพาณิชย์และหอพัก ยังไม่พบรอยแตกร้าวหรือความเสียหายเพิ่ม ภาพรวมการทรุดตัวมีแนวโน้มชะลอลง เมื่อเทียบกับเมื่อวานที่ทรุดตัวมากกว่า โดยกรุงเทพมหานครมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ด้านบน ส่วนรายละเอียดทางวิศวกรรมต้องรอผู้รับเหมาสรุปผลอีกครั้ง เมื่อถามว่ามีจุดใดที่น่าเป็นห่วงเป็นพิเศษหรือไม่ นายชัชชาติระบุว่า แม้ยังต้องรอผลตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ แต่จากการสังเกตภายนอกยังไม่พบสิ่งผิดปกติ ทุกอย่างคงที่มากกว่าเมื่อวาน ต้องขอบคุณตำรวจที่บริหารจัดการการจราจรได้เป็นอย่างดี ประกอบกับมีการส่งข้อความแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast ทำให้ประชาชนรับทราบสถานการณ์และวางแผนการเดินทางล่วงหน้า ขอให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเนื่องจากรถโดยสารประจำทางยังต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินรถ หากสถานการณ์ปลอดภัยมากขึ้น อาจจะให้รถโดยสารกลับมาใช้เส้นทางเดิมเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ส่วนกรณีมีฝนตก ไม่น่าจะส่งผลกระทบโดยตรง เนื่องจากบริเวณดังกล่าวไม่มีหลุมเปิดที่น้ำฝนจะไหลลงไปเหมือนเหตุการณ์บริเวณ รพ.วชิรพยาบาล ทั้งนี้ เครื่องมือตรวจวัดมีการแจ้งเตือนการทรุดตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่อยู่ระดับที่ไม่น่าเป็นห่วง เจ้าหน้าที่ยังเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 24 ชม.ต่อมาเวลา 12.30 น. น.ส.กนกวรรณ เอี่ยมลิ้ม รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานเขตธนบุรี ติดตามความคืบหน้ากรณีอาคารได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำรั่วเข้าสู่พื้นที่ก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้า ส่งผลให้เกิดการทรุดตัวของอาคารในพื้นที่ จากการสำรวจพบว่า อาคารที่ได้รับผลกระทบมีความยาวประมาณ 50 เมตร สั่งอพยพออกจากอาคาร 3 แห่ง ได้แก่ อาคารทันตกรรม อาคาร D House และอาคารห้างทองทวีชัย 5สำหรับอาคารอพาร์ตเมนต์ D House มีผู้พักอาศัยรวม 112 ห้อง และอพาร์ตเมนต์หลังห้างทองทวีชัย 5 อีก 33 ห้อง รวมผู้พักทั้งสิ้น 141 คน มีผู้ย้ายไปพักภายนอกแล้ว 51 คน เหลืออีก 81 คน อยู่ระหว่างทยอยย้ายออก ขณะที่บริษัทผู้รับเหมาจัดหาที่พักไว้รวม 50 ห้อง ในพื้นที่ถนนอินทรพิทักษ์ สมเด็จเจ้าพระยา สมเด็จพระเจ้าตากสิน และบริเวณตลาดพลู รองรับผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงเคลื่อนย้ายบุคลากรและอุปกรณ์ทางการแพทย์ออกจากอาคารทันตกรรมเรียบร้อยแล้วขณะที่สำนักงานเขตธนบุรีรายงานว่า จากการประเมินพื้นที่เสี่ยงพบว่า รัศมีจุดเกิดเหตุหลักอยู่ที่ประมาณ 14 เมตร กำหนดพื้นที่เฝ้าระวังเพิ่มเติมอีก 30 เมตร ส่งผลกระทบต่ออาคารในพื้นที่เขตธนบุรี 9 หลัง มีประชาชนพักประมาณ 50 คน ประกอบด้วยเด็ก 4 คน ผู้ป่วยโรคประจำตัว 1 คน มีสัตว์เลี้ยงเป็นแมว 2 ตัว เขตประสานศูนย์พักพิงสัตว์เลี้ยงและจัดหาสถานที่พักสำรองหากประชาชนประสงค์ย้ายออกจากพื้นที่เป็นไปตามความสมัครใจ เนื่องจากพื้นที่เฝ้าระวังครอบคลุมเฉพาะด้านหน้าของอาคารบางส่วน ในส่วนของการจราจร สำนักงานเขตธนบุรีร่วมกับ สน.บางยี่เรือและ สน.บุปผาราม ปิดการจราจรทั้งสองฝั่งของพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมเบี่ยงเส้นทางไปใช้ถนนลาดหญ้าและถนนอินทรพิทักษ์ รวมทั้งประสานวัดพิชยญาติการามวรวิหารเพื่อใช้เป็นศูนย์พักพิงในกรณีฉุกเฉินช่วงสายวันเดียวกัน ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีน้ำรั่วเข้าสู่พื้นที่ก่อสร้างอุโมงค์โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ บริเวณแยกวงเวียนใหญ่ ส่งผลให้อาคารและสิ่งปลูกสร้างโดยรอบเกิดการทรุดตัวและแตกร้าว พร้อมให้สัมภาษณ์หลังลงพื้นที่ว่า พบสาเหตุเบื้องต้นเกิดการรั่วซึมบริเวณรอยต่อของโครงสร้างอุโมงค์จุดที่ลึกที่สุดประมาณ 30 เมตร แม้การก่อสร้างช่วงนี้จะเสร็จแล้ว แต่คาดว่าการปรับปรุงสภาพดิน (Ground Improvement) อาจไม่ครอบคลุมพอ ทำให้น้ำใต้ดินทะลักพัดพาดินไหลเข้าอุโมงค์ อาคารใกล้จุดศูนย์กลาง ลักษณะเป็นแอ่งสะพานลอยเกิดรอยแตกร้าวและทรุดตัวเนื่องจากเป็นอาคารเก่าที่ใช้เสาเข็มสั้น เมื่อดินรองรับฐานรากหายไป จึงทรุดตัวทันที 20 ซม. ถ้าเกิดฝนตกหนักจะเพิ่มแรงดันน้ำใต้ดินดันให้น้ำและดินทะลักเข้าอุโมงค์มากขึ้นศ.ดร.อมรกล่าวต่อว่า มาตรการแก้ไขเร่งด่วนคือ ขุดบ่อบาดาลลึกสูบน้ำออกเพื่อลดแรงดัน พร้อมเร่งอัดฉีดซีเมนต์และสารเคมีอุดรอยรั่วใต้ดิน (Grouting) ทั้ง 4 จุด สั่งตรวจวัดระดับการทรุดตัวของถนนและอาคารทุกๆ 1 ชั่วโมง เพื่อประเมินสถานการณ์แบบเรียลไทม์ หากวิธีปัจจุบันเอาไม่อยู่ เสนอให้ใช้เทคโนโลยี Ground Freezing ทำให้ดินแข็งตัวเป็นน้ำแข็ง หรือการอัดน้ำสร้างแรงดันต้านดินไหล สำหรับจุดนี้เป็นจุดต่ำสุดของอุโมงค์ ไม่ใช่รอยต่อสถานีที่มีช่องว่างขนาดใหญ่แบบเคสโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ปริมาตรดินไหลจึงน้อยกว่า ประชาชนยังอาศัยอยู่ได้แต่ห้ามประมาท หากพบรอยร้าวขยายใหญ่ให้แจ้งทันที ทั้งนี้ ในฐานะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร เตรียมนำเรื่องนี้เข้าสู่ชั้นคณะกรรมาธิการฯ เพื่อเรียกผู้รับเหมาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง พร้อมขอดึงแบบก่อสร้างจริง (Construction Drawing) และเอกสารวิธีการก่อสร้างมาผ่าพิสูจน์หาสาเหตุที่แท้จริงต่อไปขณะที่นายธเนศ วีระศิริ ที่ปรึกษาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ช่วงเย็น ภาควิชาการจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะติดตั้งเครื่องวัดการเอียงตัวของอาคาร (Tilt Sensor) เพิ่มบริเวณอาคาร 6 ชั้น เป็นอาคารธนาคารเก่าและปัจจุบันไม่มีผู้ใช้งาน เพื่อติดตามการเคลื่อนตัวของอาคารอย่างละเอียดและเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังต่อมาเวลา 15.00 น. นายมนตรี เดชาสกุลสม ประธานกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. และนายกิตติ เอกวัลลภ ผู้ช่วยผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และรักษาการรองผู้ว่าการ (การเงิน) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์นายกิตติระบุว่า รฟม.ได้รับรายงานน้ำรั่วซึม ภายในอุโมงค์ตั้งแต่ช่วงเช้าวันพุธ ผู้รับเหมาพยายามเข้าซ่อมแซม แต่จุดดังกล่าวมีแรงดันน้ำสูงถึง 20 เมตร ไม่สามารถอุดรอยรั่วได้ทัน น้ำทะลักท่วมอุโมงค์ ปัจจุบันเจ้าหน้าที่คุมอัตราการสูบน้ำออกจากอุโมงค์ไว้ที่ 50 ลูกบาศก์เมตร ต้องปล่อยน้ำท่วมเลี้ยงไว้บางส่วน เพื่อสร้างแรงดันน้ำจากภายในยันกลับไป ไม่ให้น้ำและดินจากภายนอกไหลดันทะลักเข้ามาเพิ่ม หากคุมการรั่วซึมได้เร็ว ถนนและดินโดยรอบจะหยุดทรุดตัวทันที ยอมรับว่าฝนตกต่อเนื่องคืออุปสรรคสำคัญที่ทำให้ระดับน้ำใต้ดินเพิ่มขึ้นผู้ช่วยผู้ว่าการ รฟม.กล่าวอีกว่า ส่วนการช่วยเหลือ รฟม.ร่วมกับ กทม.ได้ประสานจัดหาที่พักชั่วคราวให้ประชาชนรอบพื้นที่ก่อสร้างที่ได้รับผลกระทบ พร้อมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด มีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือฉุกเฉินในจุดเกิดเหตุแล้ว สำหรับความคืบหน้าโครงการ ภาพรวมสายสีม่วงใต้ คืบหน้าแล้วกว่า 70% สัญญาที่ 4 ใกล้เสร็จ 100% ภายในเดือนนี้ ส่วนสัญญาที่ 3 หัวเจาะตัวแรกอยู่สถานีสามยอด ตัวที่สองอยู่ศาลรัฐธรรมนูญ คาดเสร็จสมบูรณ์ทั้งโครงการตุลาคม 2570 ส่วนกรณีสถานีสามเสนที่เคยเกิดปัญหาก่อนหน้านี้ คาดว่าจะกลับมาเปิดใช้งานได้ปลายปี 2570 เช่นกันต่อมาเวลา 18.00 น. นายธเนศ วีระศิริ ที่ปรึกษาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย เผยว่า สถานการณ์ทรุดตัวของพื้นผิวถนนมีแนวโน้มดีขึ้น เมื่อวานนี้พื้นผิวถนนทรุดตัวประมาณ 20 เซนติเมตร แต่ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบทรุดตัวเพิ่มขึ้นเพียง 8 เซนติเมตรเท่านั้น ถือเป็นสัญญาณที่ดี แตกต่างจากเมื่อวานที่ทรุดตัวต่อเนื่องเฉลี่ยชั่วโมงละ 1-2 เซนติเมตร ปัจจุบันการทรุดตัวเกิดขึ้นเป็นช่วงๆ ขึ้นอยู่ กับสภาพหน้างานในแต่ละช่วงเวลา โดยในช่วงเย็นวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้ขยายพื้นที่ปิดกั้นการแตกร้าวเพิ่มขึ้นจากเดิมอีก 3 เมตร เนื่องจากรอยร้าวได้แตกแยกบนถนนประชาธิปกกรอบวงเวียนใหญ่ใกล้จุดเกิดเหตุออกจากเดิมจนสังเกตได้ แต่ยังอยู่ในเขตรัศมีการปิดกั้น 30 เมตรเดิม เพื่อความปลอดภัยจึงขยายแนวการปิดกั้นเพิ่มขึ้น เจ้าหน้าที่ได้เร่งทำงานเต็มที่ ส่วนเรื่องน้ำฝนที่จะตกลงมา ไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับการทำงานมากนักเพียงแต่จะทำให้ทำงานยากขึ้นนิดหน่อย น้ำที่เป็นปัญหาจะเป็นน้ำจากใต้พื้นดินมากกว่า เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา ในขณะนี้ยังไม่มีปัญหาอะไรเพิ่มเติมอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่