“ครม.เงา” ปชน.จับตาศาล รธน.ชี้ขาด พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน “เท้ง” ดักคอถ้าขัด รธน.-เสียหายร้ายแรงจากจ่ายเงินก้อนแรกไปแล้ว “อนุทิน” ต้องรับผิดชอบลาออก “วีระยุทธ” เตือนระวังแร้งรุมทึ้งแย่งชิงเงินกู้ “พริษฐ์-สว.อิสระ” บี้ “โสภณ” ยื่นศาลฎีกาฟัน ป.ป.ช.ฟอกขาว “ศักดิ์สยาม” เฉ่งรับเรื่อง 33 วัน แช่แข็งไม่ขยับ ขู่เข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่ “นันทนา-สุนทร” จี้เลิกเกรงใจบริษัทซิโน-ไทย เร่งซ่อมรัฐสภาหรูชำรุด 1 พันรายการ มูลค่า 10 ล้าน ก่อนหมดสัญญารับประกัน 15 ก.ค. สภาฯไฟเขียวร่าง พ.ร.บ.สังคมสันติสุข เสียงท่วมท้น 306 เสียงต่อ 141 ไหลตามวุฒิสภาแก้ไขไม่นิรโทษฯเด็กอายุ 18 ผิดมาตรา 112 นายกฯเคลียร์ “วันนอร์” ไม่ยุบ กอ.รมน. คดียิง “สส.กมลศักดิ์” ยึดตามกฎหมาย “รุทธพล” ยันย้ายปลัด ยธ.ไม่เกี่ยวการเมือง “พงษ์สวาท” ไม่ไปนั่งตบยุง ยื่นลาออกจากราชการกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดลงมติคำร้องของ สส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ยื่นให้วินิจฉัยว่ารัฐบาลออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่ ในวันที่ 9 ก.ค.โดยพรรคประชาชน (ปชน.) ประเมินแนวทางคำวินิจฉัยที่จะออกมาพร้อมเรียกร้องความรับผิดชอบทางการเมืองจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทยปชน.ส่องฉากทัศน์ชะตา พ.ร.ก.กู้เงินเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 ก.ค. ที่รัฐสภา พรรคประชาชน (ปชน.) จัดประชุม ครม.เงา มีแกนนำ พรรคเข้าร่วม นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้า พรรค จากนั้น น.ส.ศิริกัญญาแถลงถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญ นัดประชุมวันที่ 9 ก.ค. ลงมติคำร้อง สส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นให้วินิจฉัยรัฐบาลออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาท ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่ว่า เราวางฉากทัศน์ที่จะเกิดขึ้นไว้ 2 ฉากใหญ่และ 2 ฉากย่อย คือ 1.พ.ร.ก.ผ่านทั้งฉบับและ 2.พ.ร.ก.ไม่ผ่าน หาก พ.ร.ก.ไม่ผ่านทั้งฉบับจะนำไปสู่ความยุ่งยากต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น เนื่องจาก 2 แสนล้านบาทแรกมีการอนุมัติและเบิกจ่ายไปเรียบร้อยแล้วกับโครงการไทยช่วยไทยพลัส และการเติมเงินเข้ากองทุนประชารัฐที่ยังขาดอยู่ น่าจะสร้างความยุ่งยากให้รัฐบาลที่จะหาแหล่งเงินใหม่เข้ามาทดแทน อย่างไรก็ตาม แม้จะบอกว่า พ.ร.ก.ไม่ผ่าน แต่อาจจะไม่ผ่านเฉพาะ 2 แสนล้านบาทหลัง เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต ในส่วน 2 แสนล้านบาทหลังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ไม่กระทบกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังส่อที่จะปั้นโครงการต่างๆยัดไส้และใช้วิกฤติประชาชนมาบังหน้าพ่วงไปกับการช่วยเหลือเยียวยา ที่ประชาชนจะได้รับใน 2 แสนล้านบาทแรกอีกด้วยเตือนแรงระวังแร้งรุมทึ้งแย่งชิงเงินกู้ด้านนายวีระยุทธกล่าวว่า เมื่อมีการออกเป็นพ.ร.ก.แต่มีเงื่อนไขผูกมัดตัวเองว่าต้องรีบใช้เงินภายในเดือน ธ.ค.ปี 70 เพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงานครั้งใหญ่ กังวลว่าจะเกิดการแร้งทึ้งเข้ามาแย่งชิงการใช้เงิน จะเกิดประสิทธิภาพเปลี่ยนผ่านพลังงานมากน้อยแค่ไหน เป็นเงินกู้ก้อนสำคัญทำให้เราติดเพดานหนี้สาธารณะ หากใช้ไม่มีประสิทธิภาพจะเสี่ยงเงินหมด ไม่เกิดการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างที่ตั้งใจ จึงยื่นไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ การใช้เงินก้อนนี้เป็นปัญหาจริงๆ จะรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เรียกร้องความรับผิดชอบต่อรัฐบาลกรณีเกิดความเสียหายขึ้น“เท้ง” ดักคอรับผิดชอบทางการเมืองนายณัฐพงษ์กล่าวว่า หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าการออก พ.ร.ก.ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ต้องเป็นโทษร้ายแรงมากกว่าผลงานไม่เข้าเป้าหรือไม่ ต้องรอคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญออกมาเป็นฉากทัศน์ใด เรายืนยันหลักรับผิดรับชอบทางการเมือง ต้องได้สัดส่วนต่อความเสียหาย ตอนนี้ยังไม่เห็นความเสียหายที่เกิดขึ้น เพราะยังไม่รู้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ พรรคพร้อมจะแสดงท่าทีมากยิ่งขึ้นหลังมีคำวินิจฉัย ไม่อยากให้โฟกัสเฉพาะเรื่อง พ.ร.ก.เพียงอย่างเดียว ยังมีอีกหลายเรื่องที่ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล ทั้งการทุจริตสอบท้องถิ่น ปัญหายาเสพติด ฮั้ว สว. ป.ป.ช.และการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลไม่ได้แสดงความจริงใจเลยว่าตกลงแล้วที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกมาให้ความเห็นชัดเจนแล้วว่ามี ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนได้ แต่กลับมีข้ออ้างว่าเสนอไปอาจถูกปัดตก ติดขัดเอาหัวชนฝาทำให้ไม่ผ่าน ทำให้เห็นรัฐบาลขาดความจริงใจบี้ลาออกเซ่นขัด รธน.เสียหายร้ายแรง“ประชาชนสะท้อนผลโพลล่าสุดที่ความนิยมนายกฯตกลง ถ้าถามว่ารัฐบาลต้องรับผิดชอบอย่างไร คนที่ควรต้องตอบคือนายกฯเพราะพูดออกจากปากเองว่าพร้อมประเมินผลงาน ครม. พร้อมจะปรับ ครม. ในเมื่อประชาชนประเมินท่านแล้วสะท้อนผลโพลว่าทำงานไม่ผ่าน นายกฯจะทบทวน ปรับปรุงตัวเองอย่างไร” นายณัฐพงษ์กล่าว เมื่อถามว่าความรับผิดชอบสูงสุดนายกฯ ต้องถึงขั้นต้องยุบสภาหรือลาออกใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ถ้าเป็นฉากทัศน์ที่ร้ายแรงที่สุดและเกิดเสียหายกับการใช้จ่ายเงินของรัฐบางส่วนจ่ายไปแล้ว เอากลับคืนมาไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย รัฐบาลต้องรับผิดชอบตามที่ได้สัดส่วนถึงขั้นลาออก อาจจะเป็นสิ่งที่ควรต้องทำที่ความเสียหายเกิดขึ้นถึงขั้นนั้น แต่ต้องรอดูคำวินิจฉัยขยี้ รบ.ไร้ความชอบธรรมตั้งแต่แรกเมื่อถามว่าพรรค ปชน.ได้ประเมินผลงานของรัฐมนตรีหรือไม่ว่ามีกระทรวงไหนที่ไม่เข้าเป้า นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ปัญหาที่ประชาชนไม่เชื่อมั่นรัฐบาล ไม่ได้เป็นปัญหาที่กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง แต่รากเหง้าของมันคือที่มาของอำนาจที่ไม่ถูกต้อง เช่นกรณีฮั้ว สว.หรือการทุจริตคอร์รัปชัน ที่ไม่ได้พัวพันเฉพาะราชการ แต่ยังมาถึงนักการเมืองด้วย หากจะให้ประเมินหรือให้คำตอบชัดๆ รัฐบาลชุดนี้ขาดความชอบธรรมในการเข้าสู่อำนาจตั้งแต่แรก จึงเป็นหน้าที่ของเราที่จะผลักดันเต็มที่ใช้เสียงของสภาฯ และเสียงภายนอกสภาฯกดดันรัฐบาลอย่างเต็มที่ที่สุดจี้แก้ปัญหาไม่ให้ไทยเป็นฮับยาเสพติดนายณัฐพงษ์กล่าวถึงกรณีปัญหากัญชาและยาเสพติดว่า วันนี้ไทยกำลังจะกลายเป็นฮับส่งออกกัญชาของโลก ถูกมองจากรัฐบาลทั่วโลกว่าเป็นฐานปฏิบัติการให้แก๊งอาชญากรข้ามชาติ ผู้ค้ายาเสพติด จากที่มีการสกัดจับการขนยาเสพติดและกัญชาจากไทยไปประเทศปลายทางหลายกรณี ความเสื่อมเสียเกิดขึ้นมานับแต่ปี 2565 สมัยนายอนุทิน ดำรงตำแหน่งเป็น รมว.สาธารณสุข ที่ปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติด ขณะที่หลายประเทศปลายทางยังจัดให้กัญชาเป็นยาเสพติดผิดกฎหมาย พรรค ปชน.ไม่ได้เห็นค้านการใช้กัญชาทางการแพทย์ แต่การมีกฎหมายกำกับควบคุมดูแลที่เข้มงวดและดีเพียงพอ เป็นสิ่งที่นายอนุทินและพรรค ภท.ละเลยใน 4 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 65-69 จึงขอเรียกร้องไปถึงรัฐบาลระยะสั้นนายกฯต้องลงไปกำกับดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ไม่ว่า ป.ป.ส. หน่วยงานด้านความมั่นคง กรมศุลกากร จะต้องสกัดกั้นไม่ให้ส่งออกกัญชาจากไทย รวมถึงยาเสพติดชนิดอื่นๆ ไปยังประเทศปลายทาง เพื่อไม่ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศเสื่อมเสียไปมากกว่านี้ ส่วนระยะกลางและระยะยาวจะต้องเร่งผลักดันกฎหมาย เพื่อควบคุมกัญชาในประเทศฝ่ายค้าน–สว.บี้ “โสภณ” ยื่นฟัน ป.ป.ช.เมื่อเวลา 09.00 น.ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ปชน. พร้อมนางนันทนา นันทวโรภาส สว. กลุ่ม สว.อิสระ ร่วมแถลงทวงความคืบหน้ากรณีฝ่ายค้านยื่นเรื่องต่อประธานรัฐสภาให้ส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาเอาผิดคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ยกคำร้องคดีซุกหุ้นของนายกศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม นายพริษฐ์กล่าวว่า ฝ่ายค้านและ สว.ยื่นเรื่องดังกล่าวต่อประธานรัฐสภา ตั้งแต่วันที่ 5 มิ.ย.69 จึงมาทวงความคืบหน้าว่าจะตัดสินใจเมื่อไร ผ่านมาแล้ว 33 วัน เทียบกรณีสว.เคยเข้าชื่อยื่นต่อประธานวุฒิสภายื่นเรื่องให้ประธานศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวนกรรมการป.ป.ช.กรณีรับสินบนทองคำใช้เวลาตรวจสอบ 41 วัน ขอเรียกร้องประธานรัฐสภาดำเนินการเรื่องนี้ให้เสร็จในสัปดาห์นี้ก่อนปิดสมัยประชุม หากไม่ส่งเรื่องประธานรัฐสภาอาจเป็นเพียงไม่กี่คนในโลกที่ไม่มีข้อสงสัยการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช.กรณีนี้ จากการตรวจสอบพบว่าขณะนี้ตรวจสอบรายชื่อเสร็จแล้ว เอกสารอยู่บนโต๊ะทำงานประธานรัฐสภาแล้ว33 วันนิ่งหรือจะฟอกขาวพรรคพวกน.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. กล่าวว่า ขณะนี้ ผ่านมา 33 วันแล้วยังไม่ดำเนินการใดๆ สงสัยประธานรัฐสภาพยายามฟอกขาวให้พรรคพวกตัวเองหรือไม่ หากเลือกใช้วิธีไม่ส่งคำร้องไปยังประธานศาลฎีกา ต้องตอบประชาชนให้ได้ว่า คำร้องฝ่ายค้านและ สว. ไม่สมเหตุสมผลอย่างไร หากยังดึงเวลา หรือไม่ส่งคำร้องอาจเข้าข่ายละเว้นปฏิบัตินหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157จี้ซ่อมสภาฯก่อนหมดประกัน 15 ก.ค.นอกจากนี้ น.ส.นันทนา พร้อมนายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ สว. แถลงกรณีอาคารรัฐสภาจะหมดประกันกับผู้รับเหมาก่อสร้างในวันที่ 15 ก.ค.69 ว่า บริษัทซิโน-ไทย คอนสตรัคชั่น เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง อาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ก.ค. วุฒิสภาแถลงผลงาน 2 ปี แต่ไม่พูดจะแก้ไขปรับปรุงอาคารรัฐสภาอย่างไร อีก 7 วัน จะหมดสัญญารับประกัน แต่ไม่ซ่อมอะไรเลย หลังวันที่ 15 ก.ค. หมดสัญญา รัฐสภาจะซ่อมอะไร ต้องจ่ายเงินเอง ช่วงนี้ยังอยู่ในสัญญาแต่กลับไม่เจรจา ให้แก้ปัญหา ถ้าเป็นรายอื่นจะนิ่งขนาดนี้หรือไม่ ทำไมเงียบขนาดนี้ ฝนตกน้ำรั่ว ส้วมแตกใช้ไม่ได้ แต่ไม่ดำเนินการอะไร ปิดกลบช่วยเหลือกันหรือไม่ เราปกป้องภาษีประชาชน แต่ผู้มีอำนาจไม่ดำเนินการนายสุนทรกล่าวว่า จากการตรวจสอบสภาพอาคารรัฐสภาที่ต้องซ่อมบำรุงฝั่ง สว. มี 500 รายการ ฝั่ง สส.อีก 500 รายการ หรืออาจมากกว่า ตัวเลขค่าซ่อมจุดละ 10,000-30,000 บาท คิดเป็นเงิน 10 ล้านบาท ยังอยู่ในระยะรับประกัน หวังว่าบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างชื่อเสียงโด่งดังจะมาซ่อมตรงนี้ หวังว่าประธานรัฐสภาจะกำชับเจ้าหน้าที่เอาจริงกับผู้รับเหมา ไม่ให้ประชาชนมาเสียภาษีในเรื่องไม่จำเป็น อย่าเกรงใจผู้รับเหมารายนี้มากนักปชป.ชงตั้ง กมธ.ศึกษาตั้ง “Data Center”ที่รัฐสภา นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงว่า พรรครวมรายชื่อ สส.ยื่นญัตติด่วนขอให้สภาฯ พิจารณาตั้งคณะ กมธ.วิสามัญของสภาฯ พิจารณาประเมินความคุ้มค่าการลงทุนก่อสร้างโครงการเกี่ยวกับ Data Center หรืออาคารรวบรวมเซิร์ฟเวอร์ระบบจัดเก็บฐานข้อมูลและอุปกรณ์เครือข่าย คอมพิวเตอร์จัดเก็บประมวลผลและกระจายข้อมูลดิจิทัลขนาดมหาศาล มีคำขอจากต่างชาติมาขอสร้าง Data Center ในไทย ขอรับสิทธิประโยชน์การลงทุน จาก BOI เพื่อก่อสร้าง Data Center ในไทยมีมูลค่าราว 1.7 ล้านล้านบาท แม้มีมูลค่ามหาศาล แต่สังคมไทยควรตระหนักและรู้ว่าการลงทุนในระบบ Data Center มีผลกระทบต้องใช้ทรัพยากรน้ำและ กระแสไฟฟ้าจำนวนมากรองรับ บางประเทศต้องมีคำสั่งห้ามหรือสั่งยุติโครงการนี้ชั่วคราว เพื่อพิจารณาความรอบคอบคุ้มค่า ผลดีผลเสียที่อาจเกิดขึ้น ทำให้การลงทุนสร้าง Data Center พุ่งเป้ามาที่ไทย เพราะเราเปิดรับโดยไม่มีเงื่อนไข ไม่มีเกณฑ์หรือหลักการประเมิน ส่วนได้ส่วนเสีย และผลกระทบที่ตามมา ซ้ำยังไม่มีมาตรการควบคุม หรือแม้กระทั่งมาตรการทางภาษี เปิดอ้ารับการลงทุนเพียงด้านเดียว ต่างชาติได้สิทธิพิเศษและเงื่อนไขทางภาษี ประเทศไทยเกือบไม่ได้อะไรเลย ทั้งการจ้างแรงงานหรือบุคลากรเทียบกับอุตสาหกรรมอื่นสภาเห็นต่างถก ก.ม.สังคมสันติสุขเมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาฯ มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯทำหน้าที่ประธานการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือกฎหมายนิรโทษกรรม หลังจากวุฒิสภาแก้ไขส่งกลับมาให้สภาฯยืนยันหรือไม่ สมาชิกแสดงความเห็นกันหลากหลายทั้งเสียงเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรค ปชน. อภิปรายว่าไม่เห็นด้วยที่ สว.แก้ไขไม่ให้นิรโทษกรรมเด็กอายุ 18ปี ที่ทำผิดมาตรา 112 การตัดความผิดมาตรา 112 ตั้งแต่ต้นไม่ใช่การปรองดอง เลือกปรองดองเฉพาะบางฝ่าย ให้อภัยเฉพาะบางคน ความขัดแย้งไม่เคยแก้ได้ด้วยการเอาคนเห็นต่างไปขังคุกนายธงธรรม เวชยชัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคพท. กล่าวว่า เข้าใจความผิดหวังที่ สว.แก้ไข ไม่ให้เด็กอายุ 18 ปีได้รับนิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 แต่ การเมืองในโลกแห่งความจริง ไม่มีกฎหมายใดที่ทุกฝ่าย ได้ทุกอย่างตามที่ต้องการ แต่หากตั้งกรรมาธิการร่วมฯ ต้องรอคอยไปอย่างน้อย 1 ปี ประชาชนหลายพันคน ไม่มีโอกาสกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ ข้อเท็จจริงวันนี้ไม่มีเยาวชน 18 ปีถูกคุมขังตามความผิดมาตรา 112 การรอ 1 ปีอาจไม่มีผลลัพธ์ตามที่หลายฝ่ายคาดหวัง จึงต้องเลือกจะให้ประเทศเดินหน้าทันทีหรือทุกอย่างหยุดรอ โดยไม่มีหลักประกันสิ่งที่หวังจะเกิดขึ้นจริง จุดยืนพรรค พท.หาทางที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกันได้“อภิสิทธิ์” ห่วงพ่วงฮั้ว สว.ได้อานิสงส์นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ปชป. อภิปรายว่า สิ่งที่ สว.แก้ไขเนื้อหาไม่ให้เด็กอายุ 18 ปีได้รับนิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 ไม่ใช่เรื่องถกเถียงว่าใครจะจงรักภักดีมากกว่ากัน แต่การเปิดให้มีช่องให้เยาวชนเข้าสู่กระบวนการ จะทำให้ความขัดแย้งเกี่ยวกับสถาบันลดลง ส่วนกรณี สว.เพิ่มบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว.อยู่ในร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข แปลกใจเหตุการณ์ขัดแย้งทางการเมืองไปเกี่ยวข้องกับการเลือก สว.อย่างไร หากใส่ไว้ให้กรรมการที่มีนายกฯเป็นประธาน ชี้ขาดได้ว่าสมควรนิรโทษกรรมหรือไม่ เช่น กรณีพรรคที่เกี่ยวข้องสนับสนุน สว. หากพบหลักฐานชัดเจนมีคนในพรรคการเมืองเกี่ยวข้อง อาจได้รับอานิสงส์นิรโทษฯ ตนอาจตีความผิด แต่สภาฯต้องพิจารณาให้ถ่องแท้ สบายใจ ถ้าไม่พิจารณาสุดท้ายจะสร้างปมขัดแย้งอีกโหวตเห็นชอบท่วมท้น 306 ต่อ 141นายบุญรวี ยมจินดา สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรครวมใจไทย กล่าวว่า การไม่นิรโทษกรรมเด็กอายุ 18 ปี ที่มีความผิดมาตรา 112 เป็นเรื่องละเอียดอ่อน น่าเห็นใจ แต่เยาวชนมีกฎหมายเฉพาะคอยช่วยเหลืออยู่แล้ว ที่ผ่านมาศาลตัดสินยกฟ้องเยาวชนจำนวนมาก การนิรโทษกรรมต้องไม่ช่วยทุกคนทุกฝ่าย หมวด 2 ของรัฐธรรมนูญระบุว่าสถานะของพระมหากษัตริย์ ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิด กล่าวหาหรือฟ้องร้องในทางใดๆมิได้ การไปนิรโทษกรรมเยาวชนเหล่านี้ มั่นใจได้อย่างไรว่าในอนาคตจะไม่สร้างปัญหาความขัดแย้ง มาตรา 112 จึงเป็นกำแพงป้องกันไม่ให้ใครมาเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันกระทั่งเวลา 17.50 น. หลัง สส.อภิปรายครบถ้วนแล้ว ที่ประชุมลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ตามที่วุฒิสภาแก้ไขมาด้วยคะแนน 306 ต่อ 141 งดออกเสียง 2“อนุทิน” มั่นใจไทยเป็นฐานผลิตอาวุธเมื่อเวลา 08.30 น. ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว. มหาดไทย เป็นประธานเปิดการจัดงานนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย 2569 หรือ THAILAND Defence Industry Exhibition 2026 : THAIDEF-EX 2026 มีรัฐมนตรี อาทิ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.การอุดม ศึกษาฯ คณะทูตานุทูต ผู้บริหารระดับสูงหน่วยงานภาครัฐ ผบ.เหล่าทัพ เข้าร่วม มี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม และ พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหมต้อนรับ นายกฯได้ขึ้นรถหุ้มเกราะล้อยาง First win ของบริษัท ชัยเสรีเม็ททอลแอนด์รับเบอร์ จำกัด ตรวจดูภายใน ยืนบนรถตรวจแถวกองทหาร ช่วงหนึ่งทดลองยิงปืนแอนตี้โดรนกับเป้ากระดาษ นายอนุทินกล่าวว่า การจัดนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยแสดงให้เห็นว่า ไทยมีความพร้อมป้องกันประเทศการรักษาอธิปไตย พร้อมพึ่งพาตัวเอง การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ไม่เพียงแต่เสริมความมั่นคงและเพิ่มการพึ่งพาตัวเอง แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยียกระดับภาคอุตสาหกรรม สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศ เชื่อว่าไทยมีศักยภาพก้าวขึ้นมาเป็นฐานการผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันประเทศที่สำคัญแห่งหนึ่งของภูมิภาคลั่นต่อไปซื้อยุทโธปกรณ์ของคนไทยจากนั้นเวลา 09.30 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า ไทยไม่ต้องพึ่งพาการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์จาก ต่างประเทศ จนยืนอยู่บนขาของตัวเองไม่ได้ คนในรัฐบาลได้มาชมเห็นถึงความสามารถ ความพร้อมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต่างประเทศของไทย จากนี้ รัฐบาลจะให้กองทัพ หรือหน่วยงาน ที่ต้องใช้ยุทโธปกรณ์ เหล่านี้ จัดหาของไทยมาใช้เอง ผู้ประกอบการจะพัฒนา และยกระดับคุณภาพขึ้นไปเรื่อยๆ จากการพูดคุยกับ ผู้ประกอบการ ทราบว่ามีการส่งออกยุทโธปกรณ์ไป ต่างประเทศ บางบริษัทไม่ได้ขายในประเทศไทย ในหลักการจึงควรต้องให้การสนับสนุนเพื่อความมั่นคง ของคนไทยด้วย รัฐบาลต้องดูแลงบฯเพื่อนำมาสนับสนุน นอกจากมีไทยช่วยไทยที่ดูแลค่าใช้จ่ายประชาชน ต้องมีไทยดูแลคนไทยเพื่อป้องกันประเทศ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลมั่นใจว่าหากมีเหตุการณ์ที่เราไม่อยาก ให้เกิดแต่ต้องเกิด เรามีความพร้อม ตามหลักการ แม้หวังตั้งสงบต้องเตรียมรบให้พร้อมสรรพใครขนกัญชาออกนอก ปท.ต้องรับกรรมผู้สื่อข่าวถามถึงการลักลอบขนกัญชาจากไทย ออกนอกประเทศหลายกรณี นายอนุทินย้อนถามว่า น้องถามว่าลักลอบใช่หรือไม่ ลักลอบก็คือการตั้งใจทำผิดกฎหมาย ต้องดำเนินคดี สินค้าเหล่านี้เป็นสินค้า ควบคุม ไม่สามารถนำเข้าหรือส่งออกได้อย่างเสรี คนที่ลักลอบคือคนตั้งใจทำผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ต้องจับตัวดำเนินคดี และหากไปที่ปลายทางแล้วถูก จับตัว ต้องเป็นไปตามกรรมที่ตัวเองได้ก่อไว้ กระทรวงสาธารณสุขได้ร่างและนำเสนอกฎหมาย เพื่อที่ควบคุม การใช้กัญชา เนื่องจากก่อนหน้านี้ไม่สามารถผลักดัน กฎหมายดังกล่าวได้ จึงมีความไม่ชัดเจนเกิดขึ้น แต่หลังกฎหมายฉบับนี้ผ่าน ทุกอย่างก็จะมีความชัดเจน และสามารถควบคุมกัญชา ให้การใช้กัญชาอยู่ในหมวด สุขภาพ ทางการแพทย์ และเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของประชาชน ไม่ใช่การใช้เพื่อสันทนาการ หรือสูบเสพเคลียร์ “วันนอร์” ย้ำไม่ยุบ กอ.รมน.นายอนุทินกล่าวอีกว่า กรณีวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกฯ เสนอให้ยุบหน่วยงาน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ว่า บอกไปแล้วว่าไม่ยุบ กอ.รมน. ก็ไม่ต้อง กังวล ไม่มีทางยุบ กอ.รมน. เพราะเป็นกลไกขับเคลื่อนนโยบายความมั่นคงได้คล่องตัว กองทัพเน้นการดูแล ป้องกันประเทศและประชาชน กอ.รมน.ดูแลทั้งประชาชน และสาธารณูปโภคทุกอย่าง เป็นอีกหนึ่งกลไกที่รัฐบาล ต้องมีไว้ในการประสานงานกับกองทัพ ให้ขับเคลื่อนความช่วยเหลือและบริการต่างๆให้ประชาชนได้ทราบดี ว่าผู้ใหญ่อย่างอาจารย์วันนอร์แสดงความรู้สึก เพราะอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อาจได้รับแรงกดดันต่างๆ บางทีเราต้องให้ท่านได้บ่นได้ระบายบ้าง แต่ความเป็นจริงแล้ว กอ.รมน. เปรียบเสมือนหน่วยงาน ราชการ เป็นสถาบันความมั่นคงที่เป็นหลักของการดำเนินการด้านความมั่นคงของประเทศ มาเป็นระยะ เวลานานแล้ว เดี๋ยวไปปรับความเข้าใจคดียิง “กมลศักดิ์” รัฐต้องยึดตาม ก.ม.เมื่อถามถึงความคืบหน้าคดีลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ที่จับกุมผู้ก่อเหตุได้หลายคน ทราบเหตุแรงจูงใจก่อเหตุแล้วหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เป็นไปตามกฎหมาย เราไม่เข้าไปก้าวก่าย ต้องปล่อยให้พนักงานสอบสวนและให้เจ้าหน้าที่ของรัฐได้ดำเนินการไป เมื่อถามว่าคดีนี้ผ่านมานานแล้ว เหตุใดจึงยังไม่ทราบแรงจูงใจ นายอนุทินกล่าวว่า มีการจับกุมผู้ต้องหาได้หลายคนแล้ว เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ที่นี่ไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อน เมื่อมีคนไม่เคารพกฎหมาย แต่รัฐต้องเคารพกฎหมาย ไม่ใช่ว่ารัฐจะไม่เคารพกฎหมาย ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นประเทศที่ไม่มีการใช้กฎหมายที่คนเคารพ จะเป็นเช่นนั้นไม่ได้ รัฐจึงต้องทำตาม กฎหมายเท่านั้น แต่รัฐจะไม่มีการยกเว้นหากมีคนกระทำผิดใดๆ ก็ต้องถูกนำตัวมาลงโทษเสธ.ทบ.ยันไม่ป้อง ใครทำผิดถูกลงโทษช่วงบ่ายที่ บก.ทบ. พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ กอ.รมน.แถลงยืนยันว่า ยังจำเป็นในการมี กอ.รมน.อยู่ กอ.รมน.ได้พัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ในอดีตจากภารกิจต่อสู้ เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์จนปัจจุบัน ภารกิจใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอด 22 ปีที่ผ่านมาสูญเสียกันมามากแล้ว ตนตระหนักเรื่องเหล่านี้ มากกว่า เรื่องที่อาจารย์วันนอร์วิพากษ์วิจารณ์เป็นปกติ ยอมรับว่าจากกรณีลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ อาจมีข้อผิดพลาดบกพร่องเรื่องของรถยนต์ กอ.รมน.ที่นำไปใช้ก่อเหตุ ต้องปรับปรุงแก้ไขต่อไป ไม่ได้ปัดความรับผิดชอบ จะไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก ส่วนภาพรวมทางคดีใครทำผิดต้องถูกลงโทษ เชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมต้องทำงาน และมีผลออกมาว่าเป็นอย่างไร“ปกรณ์” ชี้ยุบ กอ.รมน.–ป.ย.ป.ไม่ง่ายนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯให้สัมภาษณ์กรณีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เสนอในที่ประชุม กมธ.งบฯปี 2570 ให้ยุบ กอ.รมน. และนายวีระ ธีระภัทรานนท์ ที่ปรึกษา กมธ. เสนอยุบสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ว่า ไม่ทราบ เห็นจากข่าว การยกเลิกหน่วยตามกฎหมายทำได้ แต่ควรยุบหรือไม่ยุบเป็นอีกเรื่องหนึ่ง มีเหตุผลยุบก็อีกเรื่องหนึ่ง ต้องหาเหตุผลมาว่าเดิมดีไม่ดีอย่างไร จะยกเลิกแล้วจะมีอะไรมาใหม่มาแทนหรือไม่ แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะมาบอกว่าเลิกแล้วเลิก ก่อนหันไปแซวผู้สื่อข่าวว่า เวลาคุณเลิกกับแฟน คุณกล้าพูดไหม มันต้องคิดหน้าคิดหลังก่อนใช่หรือไม่ย้ำแนวคิด 40 ปีสมัครใจเออร์ลี่รีไทร์นายปกรณ์ให้สัมภาษณ์ ถึงแนวคิดเออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการพลเรือนอายุ 40 ปีขึ้นไป ว่า เพื่อให้บุคคลเหล่านี้อัปสกิล รีสกิล และปรับตัวกับการทำงานในยุคใหม่ได้ ต้องดูตัวเลขอีกครั้งหนึ่ง เพราะเกี่ยวข้องกับบำเหน็จบำนาญด้วย หากให้ผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไป เขาไม่รู้ว่าออกไปแล้วจะทำอะไร เพราะการเปลี่ยนสกิลเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะสกิลปัจจุบันเราอยู่ในยุค AI หลายคนตกงานปัญหานี้ไม่ได้เกิดเฉพาะไทย สิงคโปร์ก็ประสบปัญหานี้เช่นกัน จบมหาวิทยาลัยมาโดน AI แย่งงาน หากเราเอาคนอายุมากแล้วไปเปลี่ยนอาชีพใหม่อาจสร้างความลำบาก มีครอบครัวต้องดูแล หากสมัครใจจะเออร์ลี่รีไทร์หมายความว่าพวกเขาพร้อม มีทางไป กลุ่มข้าราชการอายุ 40 ปีขึ้นไป เท่าที่ทราบมีประมาณหลักหมื่นคนขึ้นไป แต่จำนวนยังไม่ชัดเจน ที่สำคัญการเออร์ลี่รีไทร์ต้องเตรียมตัวให้พร้อมกับโลกอนาคต ไม่ใช่ปุบปับ เพิ่งคิดจะทำ ต้องคิดให้รอบคอบ แต่หากไม่ทำวันนี้รอไปอีก 10 ปี ปัญหาจะเกิด กลายเป็นว่าคนรุ่นตนเป็นคนทิ้งปัญหาไว้กับคนรุ่นหลัง เราต้องพูดความจริงกัน ปัญหาเหล่านี้หมกมานานแล้ว ฉะนั้นต้องยอมรับ และต้องดูว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ประเภทมาด่ามาแซะกัน ไม่ขอรับฟัง แต่ถ้าเสนอแนวคิดว่าให้ทำแบบนี้แบบนั้นชอบ ขอแบบนั้นดีกว่า“รุทธพล” ชี้คดีฟอเรกซ์ได้ข้อมูลเยอะแล้วพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรมกล่าวถึงกรณีนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.เข้าชี้แจงกรณีคดีฟอเรกซ์ต่อดีเอสไอ เมื่อวันที่ 6 ก.ค.ว่า ดีเอสไอยังไม่รายงานมา แต่ได้สอบปากคำผู้เสียหายประมาณ 100 คนแล้ว ควบคู่กับการรวบรวมพยานหลักฐาน ข้อมูลธุรกรรมต่างๆได้มาเยอะแล้ว น่าจะทันปิดสมัยประชุมสภาฯ เมื่อถามว่าแต่จะปิดสมัยประชุมสภาฯ วันที่ 11 ก.ค. พล.ต.ท.รุทธพลตอบว่าดีเอสไออาจอัปเดตความพร้อมสอบพยานมีกี่ปาก ข้อมูลที่ได้รับ รายละเอียดไม่ได้เข้าไปแทรกแซงหรือก้าวก่าย เมื่อถามว่านายภาวุธชี้แจงดีเอสไอแล้ว ยังมีข้อสงสัยอะไรหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพลตอบว่า ยังไม่ได้สอบถามประเด็นนี้ รายละเอียดคงให้เจ้าหน้าที่ชี้แจง เมื่อถามว่าดีเอสไอเล็งแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องสงสัยได้วันใด พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า ไม่ทราบจริงๆ รายละเอียดต่างๆขอให้ดีเอสไอชี้แจง เมื่อถามว่า ก่อนแจ้งข้อกล่าวหาต้องแจ้งให้นายกฯทราบหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า ต้องทำตามระเบียบตามข้อกฎหมาย เชื่อว่าต้องรับทราบอยู่แล้วแจงย้ายปลัด ยธ.ไม่เกี่ยวการเมืองพล.ต.ท.รุทธพลกล่าวอีกว่า กรณีที่ประชุม ครม. วันที่ 7 ก.ค. มีมติรับโอนนางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯ สำนักเลขาธิการนายกฯ (สลน.) สำนักนายกฯและแต่งตั้งนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศอ.บต.มาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรมแทนว่า ยืนยันไม่มีเรื่องการเมืองเกี่ยวข้อง นางพงษ์สวาทปฏิบัติหน้าที่ครบ 4 ปี วันที่ 18 ก.ค. ต้องปรับย้ายตามวงรอบ ข้าราชการทั่วไปแม้กระทั่งตำรวจเมื่อครบ 4 ปีต้องย้าย เมื่อถามว่าไม่สามารถปฏิบัติงานต่อเป็นปีที่ 5 ได้ พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า สามารถทำงานต่อได้ เป็นดุลพินิจของรัฐมนตรี ขณะที่นายปิยะศิริเคยอยู่ในกระทรวงยุติธรรมมาหลายตำแหน่งแล้ว เชื่อมีความเข้าใจเนื้องานพอสมควร และเป็นตำแหน่งเทียบเท่าด้วย เมื่อถามว่ามีการมองว่าการย้ายนางพงษ์สวาทครั้งนี้เหมือนแช่แข็ง พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า ที่อื่นมีผู้ปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้ว ส่วนนี้เป็นตำแหน่งเทียบเท่า ไม่ได้เสียสิทธิ์อะไร“พงษ์สวาท” ยื่นลาออกจากราชการต่อมาเวลา 15.30 น. มีรายงานว่านางพงษ์สวาท นีละโยธิน อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม ที่ดำรงตำแหน่งครบวาระ 4 ปี และยังเหลืออายุราชการอีก 1 ปี ได้ตัดสินใจยื่นหนังสือลาออกต่อ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เนื่องจากไม่ประสงค์ขอรับตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯตามมติ ครม. วันที่ 7 ก.ค. รับโอนจากปลัดกระทรวงยุติธรรม ไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี โดยหวั่นว่าจะไม่ได้ใช้ความรู้ความสามารถในงานด้านราชการตามที่มี ลักษณะคล้ายไปแขวนให้นั่งตบยุงด้าน พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ได้ยื่นลาออกจากราชการด้วยเหตุผลส่วนตัว แต่ตนยังไม่ได้เซ็นอนุมัติ ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าสามารถอนุมัติได้หรือไม่ เพราะมีชื่อถูกยื่นตรวจสอบไปยัง ป.ป.ช.กรณีคดีชั้น 14 รพ.ตำรวจอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่