หากพูดถึงเมืองที่เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีของโลก คนส่วนใหญ่มักนึกถึงซิลิคอนวัลเลย์ในสหรัฐฯ แต่เวลานี้สายตาของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่กลับหันไปมอง “ซูริก” เมืองที่มีประชากรเพียงกว่า 400,000 คนของสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งกำลังมีชื่อขึ้นมาในฐานะแหล่งวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ที่สำคัญของยุโรปตลอดหลายปีที่ผ่านมา บริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นกูเกิล แอปเปิล ไมโครซอฟต์ เมตา เอ็นวิเดีย โอเพ่นเอไอ แอนโทรปิก และดิสนีย์ รีเสิร์ช ต่างเข้ามาตั้งศูนย์วิจัยในเมืองแห่งนี้ เพราะต่างต้องการเข้าถึงนักวิจัยฝีมือดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้าน AI การแข่งขันจึงไม่ได้อยู่แค่การพัฒนาเทคโนโลยี แต่ยังรวมถึงการแย่งชิงคนเก่งและองค์ความรู้ที่จะต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ในอนาคตซูริกเริ่มเป็นที่สนใจของวงการเทคโนโลยีตั้งแต่กูเกิลเลือกตั้งสำนักงานด้านวิศวกรรมที่ใหญ่ที่สุดนอกสหรัฐฯ เมื่อกว่า 20 ปีก่อน จากนั้นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อีกหลายแห่งก็ทยอยเข้ามาลงทุน จนเมืองแห่งนี้กลายเป็นที่ทำงานของนักวิจัย วิศวกร ผู้ประกอบการ และนักลงทุนด้านเทคโนโลยีจากหลายประเทศปัจจัยสำคัญอีกด้านคือ ETH Zurich มหาวิทยาลัยด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก โดยเฉพาะด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ หุ่นยนต์ และ AI มหาวิทยาลัยแห่งนี้ผลิตนักวิจัยและวิศวกรเข้าสู่อุตสาหกรรมทุกปี ขณะเดียวกันผลงานวิจัยจำนวนไม่น้อยก็ถูกนำไปต่อยอดเป็นบริษัทเทคโนโลยีแห่งใหม่สวิตเซอร์แลนด์ ยังได้เปรียบจากความมั่นคงทางการเมือง กฎหมายที่คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และการสนับสนุนงานวิจัยมาอย่างต่อเนื่อง จึงสร้างความเชื่อมั่นให้บริษัทต่างชาติที่ต้องการลงทุนระยะยาว อีกทั้งยังเดินทางและติดต่อกับประเทศต่างๆในยุโรปได้สะดวกสิ่งที่ทำให้ซูริกเติบโตอย่างรวดเร็ว คือความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย บริษัทเอกชน นักลงทุน และผู้ประกอบการ นักวิจัยจำนวนมากเริ่มต้นจากมหาวิทยาลัย ก่อนย้ายไปทำงานกับบริษัทเทคโนโลยี และบางส่วนก็แยกออกมาตั้งบริษัทของตนเอง ขณะที่ อดีตพนักงานของกูเกิลในสวิต เซอร์แลนด์ก็ร่วมก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีใหม่หลายร้อยแห่งตลอดช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมาแอปเปิลใช้ซูริกเป็นฐานวิจัยด้าน AI ที่สำคัญของบริษัท ส่วนโอเพ่นเอไอและแอนโทรปิกก็เลือกเปิดสำนักงานในเมืองเดียวกัน เพื่อดึงนักวิจัยและวิศวกรที่มีความสามารถจากทั่วยุโรปนักวิเคราะห์มองว่า การแข่งขันของอุตสาหกรรมดังกล่าวกำลังเปลี่ยนทิศทาง จากเดิมที่แข่งกันพัฒนาเทคโนโลยี มาเป็นการแข่งขันเพื่อดึงคนเก่งและสร้างฐานงานวิจัยของตัวเองเพราะในระยะยาว บริษัทที่มีบุคลากรคุณภาพและองค์ความรู้มากกว่า ย่อมมีโอกาสพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ได้ก่อนคู่แข่ง.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทความไซเบอร์เน็ต” เพิ่มเติม