“ตราไก่” ฝรั่งเศส โชว์ฟอร์มสมราคาเต็งแชมป์ไล่ถล่ม “บลัว กุลต์” สวีเดน ขาดลอย 3-0 ตบเท้าเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเจอปารากวัย ด้าน “จังโก้” เม็กซิโก หนึ่งในเจ้าภาพร่วมยังฮอตต่อเนื่องไล่อัดเอกวาดอร์แบบไม่ยากเย็น 2-0 ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมไปรอพบผู้ชนะระหว่างอังกฤษ กับดีอาร์ คองโก ส่วน “ไวกิ้ง” นอร์เวย์ เฉือนชนะ ไอวอรีโคสต์ หวุดหวิด 2-1 ไปเจอ “แซมบ้า” บราซิล อดีตแชมป์โลก 5 สมัย โปรแกรมศึก “เวิลด์ คัพ 2026” วันนี้เป็นรอบ 32 ทีมสุดท้าย มีฟาดแข้ง 3 คู่ 3 สนาม ไฮไลต์ “กระทิงดุ” สเปน แชมป์ยูโร 2024 ดวล “เดอะ บอยส์” ออสเตรีย เกมนี้หลุยส์ เด ลา ฟวนเต กุนซือกระทิงดุ จัดหนักจัดเต็มวางลามีน ยามาล ซุปเปอร์สตาร์ของทีมผนึกกำลังมิเกล โอยาร์ซาบัล, อเล็กซ์ บาเอนา ลงล่าตาข่าย ด้าน “ฝอยทอง” โปรตุเกส อดีตแชมป์ยูโร 2016 ที่มี “ป๋าโด้” คริสเตียโน โรนัลโด กัปตันทีมจอมเก๋าวัย 41 ปี นำทัพดวล “ตาหมากรุก” โครเอเชีย ที่มีลูกา โมดริช กองกลางวัย 40 ปีบัญชาเกม ปิดท้าย “นาฬิกา” สวิตเซอร์แลนด์ พบกับ “จิ้งจอกทะเลทราย” แอลจีเรีย ทั้งคู่ใส่กันไฟแลบเพื่อหวังเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้าย เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. เวลา 17.00 น. ตรงกับเวลาไทยวันที่ 1 ก.ค. เวลา 04.00 น.“ตราไก่” ฝรั่งเศส รองแชมป์เก่าและเต็งแชมป์ พบกับ “บลัวกุลต์” สวีเดน เพื่อนร่วมทวีปยุโรป ผู้ชนะจะผ่านเข้ารอบไปเจอกับปารากวัยที่หักปากกาเซียนโค่นเยอรมนีมาได้เปิดฉากเกมยังคู่คี่สูสีทั้งสองทีมเปิดเกมแลกกันอยู่ตลอดเวลา จนถึงช่วงท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 45 คีเลียน เอ็มบัปเป ยิงให้ฝรั่งเศสขึ้นนำก่อน 1-0 จากนั้นนาทีที่ 53 แบรดลีย์ บาร์คอลา ยิงให้ “ตราไก่” นำห่าง 2-0 ก่อนนาทีที่ 74 เอ็มบัปเป มากดเบิ้ลประตูที่สองของตัวเองเป็นประตูปิดกล่อง จบเกม ฝรั่งเศสชนะสวีเดน สบายเกือก 3-0 ชัยชนะในเกมนี้ทำให้ “เลอ เบลอส์” ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายไปเจอกับปารากวัย ทีมแกร่งจากอเมริกาใต้ ในวันที่ 4 ก.ค.นี้ด้านไอวอรีโคสต์ ทีมแกร่งจากแอฟริกา รองแชมป์กลุ่มอี ดวลกับ “ไวกิ้ง” นอร์เวย์ ทีมดังจากยุโรปรองแชมป์กลุ่มไอ เกมนี้ใครชนะจะผ่านเข้าไปเจอของแข็งอย่าง “แซมบ้า” บราซิล อดีตแชมป์โลก5สมัยเริ่มเกมมาเป็นทางนอร์เวย์ที่เปิดเกมรุกเข้าใส่ แต่ไอวอรีโคสต์ยังตั้งรับได้อย่างเหนียวแน่น กระทั่งมาพังทลายลงในนาทีที่ 39 เมื่ออันโตนิโอ นูซา ปั่นสุดสวยให้นอร์เวย์ขึ้นนำ แต่ไอวอรีโคสต์มาตามตีเสมอได้จากอาหมัด ดิยัลโล ที่บุกกระชากเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนซัดบอลซุกก้นตาข่ายในนาทีที่ 74 ช่วงท้ายเกมนอร์เวย์พยายามเจาะยิงประตูเพิ่มให้ได้แต่ก็แค่เฉียด จนมาถึงนาทีที่ 86 เออร์ลิง ฮาแลนด์ ได้โอกาสซัดเหน่งๆเข้าไปตุงตาข่ายเป็นประตูชัยให้นอร์เวย์ชนะไอวอรีโคสต์ไปได้ 2-1 ตบเท้าเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายไปเจอกับทีมชาติบราซิล ในวันอาทิตย์ที่ 5 ก.ค.นี้ปิดท้ายคู่สุดท้ายของวัน “จังโก้” เม็กซิโก หนึ่งในเจ้าภาพร่วมพบกับ “ลา ตริโคโลร์” เอกวาดอร์ ทีมดังจากอเมริกาใต้ เกมนี้ฟาดแข้งกันที่เม็กซิโก ซิตี้ สเตเดียมเริ่มเกมมาเป็นเม็กซิโกเจ้าภาพเดินเกมรุกกดดันเข้าใส่ ก่อนนาทีที่ 22 สาวก “จังโก้” ได้เฮกันสนั่นเมื่อฮูเลียน กิโญเนส ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายให้เม็กซิโกขึ้นนำ 1-0 จากนั้นนาทีที่ 31 ราอูล ฆิเมเนซ กองหน้าจอมเก๋า บวกสกอร์เพิ่มให้เจ้าภาพฉีกหนีไป 2-0 ช่วงเวลาที่เหลือไม่สามารถยิงประตูเพิ่มได้ จบเกมเม็กซิโกเอาชนะเอกวาดอร์ไปได้ 2-0 พร้อมทำสถิติยังไม่เสียประตูเลยในฟุตบอลโลกหนนี้ หลังลงเล่นไป 4 นัด ทัพ “จังโก้” จะผ่านเข้าไปรอพบผู้ชนะระหว่างอังกฤษหรือดีอาร์ คองโกสำหรับโปรแกรมศึก “เวิลด์ คัพ 2026”วันนี้ยังคงเป็นรอบ 32 ทีมสุดท้ายมีฟาดแข้งกัน 3 คู่เหมือนเดิม คู่แรก “กระทิงดุ” สเปน แชมป์ยูโร 2024 และแชมป์กลุ่มเอช ดวลกับ “เดอะ บอยส์” ออสเตรียตัวแทนจากยุโรปและรองจ่าฝูงกลุ่มเจ เกมนี้ฟาดแข้งกันที่ลอสแอนเจลิส สเตเดียม รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา วันที่ 2 ก.ค. เวลา 12.00น. ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับประเทศไทยวันที่ 3 ก.ค. เวลา 02.00 น. ช่องโมโนแม็กซ์ถ่ายทอดสดหลุยส์ เด ลา ฟวนเต กุนซือชาวกระทิงของทีมชาติสเปน ไม่มีปัญหาตัวหลักๆอยู่กันพร้อมหน้า เกมนี้จะยึดผู้เล่นจากเกมชนะอุรุกวัย 1-0 เป็นแกนหลัก แนวรับวางอายเมอริค ลาปอร์ต, เปา กูบาร์ซิ ยืนเป็นคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ โรดรี ปักหลักตัดเกม เปดรี,ดาเนียล โอโม ขับเคลื่อนเกมกลางสนาม แดนหน้ายังวางใจลามีน ยามาล ผนึกกำลังมิเกล โอยาร์ซาบัล, อเล็กซ์ บาเอนา ยืนเป็น 3 ประสานคอยล่าตาข่ายเหมือนเดิมราล์ฟ รังนิค เทรนเนอร์ทีมชาติออสเตรีย ไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บ จะยึดผู้เล่นจากเกมเสมอ แอลจีเรีย 3-3 แนวรับวางดาวิด อลาบา กัปตันทีมยืนคุมแผงหลังร่วมกับสเตฟาน พอช, ฟิลิปป์ ลีนฮาร์ท, ฟิลลิปป์ เอ็มเวเน แดนกลางชาเวอร์ชลาเกอร์, นิโคลัส ไซวัลด์ คุมจังหวะเกม มาร์เซล ซาบิตเซอร์ ผนึกกำลังคอนราด ไลเมอร์, โรมาโน ชมิด ปั้นเกมรุก แดนหน้าวางมาร์โก อาร์เนาโตวิช ดาวยิงจอมเก๋าที่ซัดประตูได้ลงยืนหน้าเป้าต่อไปสเปนดูเหนือกว่าจริง แต่ทัพ “กระทิงดุ” มีปัญหาเรื่องจังหวะเข้าทำที่ยังขาดความเฉียบคมมาเจอแนวรับออสเตรีย ที่ค่อนข้างเหนียวไม่ง่ายที่จะทะลวงเข้าไปเจาะประตูได้ ส่วนทัพ “เดอะ บอยส์” ก็ไม่ธรรมดามีจังหวะโต้กลับเร็วอย่าง มาร์โก อเนาโตวิช, มาร์เซล ซาบิเซอร์, คอนราด ไลเมอร์ น่าจะป่วนแผงหลัง “ลา โรฆา” ได้ตลอดทั้งเกม รูปเกมน่าจะเป็นสเปนที่เปิดเกมรุกเข้าใส่ก็จริง แต่ออสเตรียรู้ทางบอลดีมีโอกาสต้องดวลกันถึงช่วงต่อเวลาค่อนข้างสูงคู่ถัดมา “ฝอยทอง” โปรตุเกส ยักษ์ใหญ่จากยุโรปอันดับ 2 ของกลุ่มเค พบ “ตาหมากรุก” โครเอเชีย เพื่อนร่วมทวีปอันดับ 2 กลุ่มแอล เกมนี้ฟาดแข้งที่โตรอนโต สเตเดียม โตรอนโต ประเทศแคนาดา วันที่ 2 ก.ค. เวลา 19.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นตรงกับประเทศไทยวันที่ 3 ก.ค. เวลา 06.00 น. ช่องโมโนแม็กซ์ โมโนแม็กซ์ สปอร์ต ถ่ายทอดสดโรแบร์โต มาร์ติเนซ เทรนเนอร์ชาวกระทิงของโปรตุเกสจะไม่ปรับทัพจากเกมเสมอโคลอมเบีย 0-0 แนวรับวางชูเอา กานเชโล, รูเบน ดิอาส, เรนาโต เวกา, นูโน เมนเดซ ยืนเป็นแผงแบ็กโฟร์ รูเบน เนเวส, วิตินญา คุมจังหวะเกมบรูโน เฟร์นานเดส ผนึกกำลังเปโดร เนโต, ชูเอา เฟลิกซ์ ปั้นเกมรุก แดนหน้าวางคริสเตียโน โรนัลโด กองหน้ากัปตันทีมวัย 41 ปี ลงยืนหน้าเป้าซลัตโก ดาลิช กุนซือทีมชาติโครเอเชีย สภาพทีมค่อนข้างพร้อมจะยึดผู้เล่นจากเกมโค่นกานา 2-1 แนวรับวางโจซิป ซูตาโล, มาริน พอนกราซิช ยืนเป็นคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ลูกา โมดริช กัปตันทีม คุมจังหวะเกมร่วมกับมาเตโอ โควาซิช แนวรุกวางมาริโอ ปาซาลิช ขับเคลื่อนเกมรุกร่วมกับปีตาร์ ซูซิช, มาร์ติน บาตูรินา สร้างสรรค์เกม แดนหน้าวางอันเต บูดิมีร์ ลงยืนหน้าเป้าขณะที่คู่สุดท้าย “นาฬิกา” สวิตเซอร์แลนด์ ทีมดังจากยุโรปและแชมป์กลุ่มบี พบกับ “จิ้งจอกทะเลทราย” แอลจีเรีย ทีมดังจากแอฟริกาและอันดับ 3 กลุ่มเจ เกมนี้ฟาดแข้งกันที่บีซี เพลส แวนคูเวอร์, แวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา วันที่ 2 ก.ค. เวลา20.00น. ตามเวลาท้องถิ่นตรงกับประเทศไทยวันที่ 3 ก.ค. เวลา 10.00 น. ช่องโมโนแม็กซ์ โมโนแม็กซ์ สปอร์ต ถ่ายทอดสดมูรัต ยาคิน เทรนเนอร์สวิตเซอร์แลนด์ ไม่มีปัญหาจัดทัพ จะยึดผู้เล่นจากเกมทุบแคนาดา 2-1 ลงวาดลวดลาย แนวรับวางนิโค เอลเวดี, มานูเอล อาคานจี ยืนเป็นคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ เรโม ฟลอยเลอร์ คุมจังหวะเกม กรานิต ซาคา กัปตันทีม ขับเคลื่อนเกมร่วมกับฌิบริล โชว์ แดนหน้าวางโยฮัน มัมซัมบี ที่กดไป 3 ตุงจาก 3 เกม ผนึกกำลังบรีล เอ็มโบโล, รูเบน วาร์กัส ยืนเป็น 3 ประสานแดนหน้าวลาดิเมียร์ เพ็ตโควิช กุนซือทีมชาติแอลจีเรีย จะยึดผู้เล่นจากเกมเสมอออสเตรีย 3-3 เกมนี้ยึดผู้เล่นหน้าเดิมๆ แนวรับวางอาอิสซา มันดี, รามี เบนเซบายนี ยืนเป็นคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ริยาด มาห์เรซ กัปตันทีมที่กดไป 2 ตุงผนึกกำลังนาบิล เบนตาเล็บ และฟาเรส ชาอิบี ปั้นเกมรุก แดนหน้าวางอามีน กูอิริ กองหน้าตัวเก่งลงยืนหน้าเป้าอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่