พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราช ดำรัสขอบพระทัยประธานาธิบดีสาธารณรัฐฝรั่งเศส มีน้ำใจระลึกถึง ครอบครัว-ประชาชนชาวไทยและเอื้อเฟื้อเคารพยกย่องกันเสมอมา ด้วยสัมพันธ์อันดีที่มีมาช้านาน 340 ปี และ 170 ปีสัมพันธ์ทางการทูต เชื่อมั่นสัมพันธ์ระหว่างไทย-ฝรั่งเศส จะเจริญงอกงามยิ่งๆขึ้นไปในอนาคตและมีความยั่งยืนไพบูลย์สืบไป ขณะที่ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศสกล่าวสุนทรพจน์แสดงความยินดี ในโอกาสเสด็จฯเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ นับเป็นการกระชับสายสัมพันธ์ที่มีมายาวนานให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงโพสต์อินสตาแกรมส่วนพระองค์ “A legacy moment” สืบสานมิตรภาพไทย-ฝรั่งเศส 66 ปี หลังการเสด็จฯเยือนครั้งประวัติศาสตร์ของรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงเมื่อเวลา 10.42 น. วันที่ 30 มิ.ย. (ตามเวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จากโรงแรมเลอ เมอริช กรุงปารีส โรงแรมที่ประทับ ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ไปยังประตูชัยฝรั่งเศส ทรงวางพวงมาลาเป็นการรำลึกถึงทหารนิรนาม เมื่อเสด็จฯถึง นางกาทรีน โวแทรง รมว.กองทัพและกิจการทหารผ่านศึกสาธารณรัฐฝรั่งเศส พร้อมพลโทโลอิก มีชง ผู้บัญชาการทหารกรุงปารีส เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯไปยังที่ฝังศพทหารนิรนามซึ่งอยู่ใต้ประตูชัยฝรั่งเศส ทรงวางพวงมาลาและประทับยืนสงบนิ่งไว้อาลัยแก่ทหารนิรนาม จากนั้น ทรงสัมผัสพระหัตถ์กับสมาชิกคณะกรรมการเปลวเพลิงของสาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งกำกับดูแลพิธีจุดเปลวเพลิงที่ฝังศพทหารนิรนาม แล้วทรง ลงพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธยและพระนามในสมุดที่ระลึก จากนั้น เสด็จฯไปทรงสัมผัสพระหัตถ์กับคณะเกียรติยศฝ่ายฝรั่งเศส ที่ รมว.กองทัพและกิจการทหาร ผ่านศึกสาธารณรัฐฝรั่งเศส กราบบังคมทูลแนะนำคณะเกียรติยศฝ่ายฝรั่งเศส สมควรแก่เวลาจึงประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จฯไปยังศาลาว่าการกรุงปารีสในช่วงบ่าย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริ วัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ถึงศาลาว่าการกรุงปารีส นายเอมานูว์แอล เกรกัวร์ นายกเทศมนตรีกรุงปารีส พร้อมด้วยนางลาเมีย เอล อาราชจ์ รองนายกเทศมนตรีกรุงปารีส คนที่ 1 และนางโอเดรย์ ปุลวาร์ รองนายกเทศมนตรีกรุงปารีส ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เฝ้าฯรับเสด็จ จากนั้นเสด็จฯไปยังห้องซาลง เดส์ อาร์กาดส์ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายกเทศมนตรีกรุงปารีส กราบบังคมทูล รายงานเกี่ยวกับแนวคิด “ปารีสแห่งความยั่งยืน” เสร็จแล้วทรงลงพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย และพระนามในแผ่นที่ระลึก สมควรแก่เวลาจึงประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จฯไปยังท่าเรือศาลาว่าการกรุงปารีส ริมฝั่งแม่น้ำแซนเมื่อเสด็จฯถึงท่าเรือ นางโอเดรย์ ปุลวาร์ รองนายกเทศมนตรีกรุงปารีสด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และ น.ส.อลิซ ทิมซิต รองนายกเทศมนตรีกรุงปารีสด้านการเปลี่ยนผ่าน เชิงนิเวศ นโยบายสภาพภูมิอากาศ น้ำและพลังงาน เฝ้าฯรับเสด็จ จากนั้น ประทับเรือไฟฟ้าพระที่นั่ง เสด็จฯจากท่าเรือศาลาว่าการกรุงปารีส ไปยังท่าเรือปารีส ยอชต์ มารีนา ทอดพระเนตรการพัฒนาเมืองและทรงรับฟังการบรรยายเกี่ยวกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูแม่น้ำแซนโดยรองนายกเทศมนตรีกรุงปารีสด้านการเปลี่ยนผ่านเชิงนิเวศ นโยบายสภาพภูมิอากาศ น้ำและพลังงาน เมื่อเสด็จฯถึงท่าเรือปารีส ยอชต์ มารีนา เสด็จขึ้นจากเรือไฟฟ้าพระที่นั่งประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯกลับโรงแรมที่ประทับต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯโดยรถยนต์พระที่นั่งจากโรงแรมเลอ เมอริช กรุงปารีส โรงแรมที่ประทับ ไปทอดพระเนตรนิทรรศการ “ราชพัสตราสู่สากล” ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะการตกแต่ง กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตน ราชกัญญา เมื่อเสด็จฯถึงสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้า สิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา นางกาทรีน เปการด์ รมว.วัฒนธรรมสาธารณรัฐฝรั่งเศส นายลิโอแนล โซวาจ ประธานพิพิธภัณฑ์ศิลปะการตกแต่ง เฝ้าฯ รับเสด็จ จากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราช กัญญา กราบบังคมทูลรายงานเกี่ยวกับนิทรรศการ “ราชพัสตราสู่สากล” เสร็จแล้ว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นางเบเนดิกต์ กาดี กราบบังคมทูล รายงานเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างสาธารณรัฐฝรั่งเศสกับประเทศไทยในการจัดนิทรรศการฯจากนั้นเสด็จฯไปยังห้องกาเลอรี คริสทีเนอ และชตีเฟน อา ชวาซมัน สถานที่จัดนิทรรศการฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการ ที่แบ่งออกเป็น 7 โซน ประกอบด้วย 1.วีดิทัศน์ เรื่อง “ไทย-ฝรั่งเศส อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมผ่านฉลองพระองค์” 2.ชุดไทยพระราชนิยม จากแนวพระราชดำริสู่อัตลักษณ์แห่งชาติ 3.สดุดีฝีมือช่าง สืบสานหัตถศิลป์ไทย 4. ฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรม ราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยห้อง เสื้อบัลแมง 5. ผ้ายก มรดกภูมิปัญญาไทย 6. ผ้ามัดหมี่ หัตถกรรมไทยสู่สากล 7.ชุดไทยร่วมสมัย แรงบันดาลใจจากอดีตสู่ปัจจุบัน เสร็จแล้ว ทอดพระเนตรการสาธิตหัตถกรรมไทยที่ด้านหน้าห้องจัดนิทรรศการ สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯกลับโรงแรมที่ประทับ เลอ เมอริช กรุงปารีสผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อค่ำวันที่ 29 มิ.ย.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ไปยังทำเนียบประธานาธิบดี ในงานถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ มีนายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส และนางบริจิตต์ มาครง ภริยา รอเฝ้าฯรับเสด็จ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส กล่าวสุนทรพจน์แสดงความยินดีในโอกาสเสด็จฯเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ นับเป็นการกระชับสายสัมพันธ์ที่มีมายาวนานให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสตอบ ความว่า ข้าพเจ้าและพระราชินี มีความยินดีที่ได้มาเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ ขอขอบใจท่านประธานาธิบดี รัฐบาลและประชาชนชาวฝรั่งเศส ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและมีน้ำใจระลึกถึงครอบครัวของข้าพเจ้า ตลอดจนประชาชนชาวไทย ด้วยความเอื้อเฟื้อ และเคารพยกย่องซึ่งกันและกันเสมอมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัส อีกว่า ราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐฝรั่งเศส มีความสัมพันธ์อันดีมาช้านานและได้ร่วมมือกันในกิจการด้านต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง การศึกษา วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม อันอำนวยประโยชน์แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นวาระครบ 340 ปี ความสัมพันธ์ไทยกับฝรั่งเศส สืบเนื่องมาจนถึงปีนี้ ซึ่งเป็นวาระครบ 170 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ก็ยิ่งตอกย้ำถึงความผูกพัน ซึ่งแน่นแฟ้นขึ้นโดยลำดับ ทั้งในระดับที่เป็นทางการ หรือระหว่างประเทศและในระดับบุคคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัส ด้วยว่า ข้าพเจ้าจึงเชื่อมั่นว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของเราทั้งสองจะเจริญงอกงามยิ่งๆขึ้นไปในอนาคตและเราจะสามารถร่วมมือกันได้ อย่างกว้างขวางครอบคลุมมากขึ้น ในกิจการทุกด้านทุกระดับเพื่อความเจริญมั่นคงของประชาชน ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีพลวัตสูงและมีความจำเป็นที่ประเทศต่างๆจะต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกันด้วยมิตรไมตรี ขออำนวยพรให้ท่านประธานาธิบดีและภริยาตลอดถึงประชาชนชาวฝรั่งเศส มีความสุข ความสำเร็จ ทั้งขอให้มิตรภาพระหว่างประเทศของเราทั้งสองมีความยั่งยืนไพบูลย์สืบไปจากนั้น ประธานาธิบดีกล่าวเชิญชวนดื่มถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้า ลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาขณะเดียวกัน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้า สิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงโพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนพระองค์ ภายหลังทรงร่วมพระราชกรณียกิจ ระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ โดยทรงขึ้นต้นข้อความว่า “A legacy moment.” หรือ “ช่วงเวลาแห่งความทรงจำอันเป็นมรดกตกทอด” พร้อมทรงระบุว่า ทุกการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการ หรือ State Visit ย่อมมาพร้อมกับความรับผิดชอบในการสืบสานสายสัมพันธ์อันยั่งยืนระหว่างประเทศ หนึ่งในช่วงเวลาสำคัญ คือการลงพระนามในสมุดเยี่ยม ณ ศาลาว่าการกรุงปารีส หรือ Hôtel de Ville de Paris ซึ่งทรงระบุว่า เป็นเครื่องเตือนใจอย่างมีความหมายว่า การทูตนั้นมิได้เกิดขึ้นเพียงชั่วขณะ หากแต่เป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นและสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นข้อความตอนหนึ่งระบุว่า เป็นเวลา 66 ปี หลังจากการเสด็จพระราชดำเนินเยือนฝรั่งเศสครั้งประวัติศาสตร์ของพระอัยกาและพระอัยยิกา คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่พระองค์ได้มีส่วนร่วมในบทบาทของพระองค์เอง เพื่อสืบทอดมิตรภาพระหว่างประเทศไทยและประเทศฝรั่งเศสให้ดำเนินต่อไปผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในช่วงเย็นวันที่ 1 ก.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินไปยังเมืองตูลูส (Toulouse) นครทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองหลวงแห่งอวกาศ และการบินของยุโรป” ทอดพระเนตรกิจการ ณ สำนักงานใหญ่ของบริษัทแอร์บัส (Airbus) ผู้นำด้านอุตสาหกรรมการบินระดับโลกอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่