ครบ 7 วันแล้ว ปลัดมหาดไทยยังรอผลคณะกรรมการสอบทุจริตแก๊งโกงคะแนนสอบเข้าข้าราชการท้องถิ่น ลั่นรายงานผลมาเมื่อไหร่พร้อมเปิดเผยสาธารณชน ไม่มีหมกเม็ด พร้อมเดินหน้าชนข้อมูล ป.ป.ช. กระชากหน้ากากตัวการใหญ่ ขณะที่ “วรศิษฎ์” เผยเตรียมส่งผลสอบวันสองวันนี้ ด้าน “เสี่ยป้อม-ทรงศักดิ์” ทวงความเป็นธรรม หลัง “นายกฤต” เปิดตัวยอมรับอ้างชื่อ ย้ำเดินหน้าดำเนินคดีต่อไปจากข่าวฉาวสะเทือนวงการข้าราชการท้องถิ่น เมื่อเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ร่วมกับ บก.ปปป. ทลายแก๊งทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น บุกค้นบริษัทย่าน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ขณะใช้คอมพิวเตอร์แก้ไขกระดาษคำตอบให้ผู้สมัครที่จ่ายเงินค่าโกง รวบผู้ร่วมขบวนการ 10 กว่าคน ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เตรียมขยายผลเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง พร้อมเข้าตรวจค้นโรงพิมพ์และโกดังเก็บเอกสารขนาดใหญ่ของบริษัท จันวาณิชย์ (ริเวอร์ไซด์) ย่านพระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ขนต้นฉบับกระดาษคำตอบสอบเข้าข้าราชการท้องถิ่นปี 68 กว่า 8 แสนใบ ไปตรวจสอบเทียบเคียงไฟล์รายชื่อ-คะแนนผู้สอบผ่าน ขณะที่ สถ.ยกเลิกคำสั่งชะลอบรรจุ-แต่งตั้ง 1 ก.ค. ให้ไปรายงานตัวเหมือนเดิม เพื่อปกป้องรักษาสิทธิคนสุจริตที่สอบได้ด้วยฝีมือ หากพบทุจริตจริงเพิกถอนเฉพาะรายตามที่เสนอข่าวไปนั้นหลังครบกำหนด 7 วัน ผลสอบทุจริตโกงคะแนนสอบเข้าข้าราชการท้องถิ่นปี 68 ของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กระทรวงมหาดไทย ในวันที่ 1 ก.ค. เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 1 ก.ค. ที่กระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เผยถึงความคืบหน้าหลังตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตสอบท้องถิ่น มีนายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ดูแลด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ดำเนินการครบ 7 วัน ว่า นายสันติธรรายงานว่าขณะนี้อยู่ระหว่างสรุปข้อเท็จจริง ก่อนนำข้อสรุปในวันที่ 1 ก.ค.มารายงานตนอีกครั้ง หลังจากนั้นถึงแจ้งให้ทุกคนรับทราบอีกครั้ง การตรวจสอบครั้งนี้เป็นการตรวจสอบของกระทรวงมหาดไทยที่จะมีผู้ที่บกพร่องหรือผิดพลาดในกระทรวงที่จะต้องดำเนินการต่อไป มีใครอยู่ในกระบวนการนี้ ส่วนตำรวจสอบสวนคดีอาญาอยู่ระหว่างดำเนินการเช่นกัน สำหรับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อยู่ระหว่างเขียนไทม์ไลน์ มีกรอบระยะเวลาตรวจสอบ 3-6 เดือนที่ต้องพูดคุยกันอีกครั้งให้ข้อมูลเป็นหนึ่งเดียวเมื่อถามว่ามีข้าราชการระดับใดเข้าไปเกี่ยวข้องบ้างหรือไม่ นายอรรษิษฐ์กล่าวว่า ยอมรับว่ามีข้อบกพร่อง แต่ยังไม่ทราบถึงรายละเอียดจริงๆ ต้องรอรายละเอียดจากประธานการตรวจสอบ หากผลสอบแล้วเสร็จต้องแถลงต่อสาธารณชน ไม่ปกปิดแน่นอน เมื่อถามว่าผลสอบทั้งหมดจะส่งต่อไปยังป.ป.ช.หรือไม่ นายอรรษิษฐ์กล่าวว่า พูดคุยกับ ป.ป.ช.โดยตลอด และ ป.ป.ช.เองก็ตรวจสอบต้องเอาข้อมูลชนกันส่วนการแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลในคลิปเสียง อ้างภรรยาปลัดกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่นนั้น นายอรรษิษฐ์กล่าวว่า ย้ำแล้วว่าต้องบังคับใช้กฎหมายในทุกกรณี เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับสิ่งที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง คนที่นำเสนอข่าวผิด ๆก็ลอยนวล แต่ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อยู่แล้ว เมื่อถามว่ามองอย่างไร กรณีที่คนที่ชื่อ “กฤต” จะแจ้งความจับคนที่ชื่อ “ส้ม” นายอรรษิษฐ์กล่าวว่า เมื่อเปิดเผยความจริงเราก็ยิ่งดีใจ เพราะสุดท้ายต้องการหาตัวการที่อยู่ข้างหลังให้ได้ ฉะนั้นใครที่มีข้อมูลอะไร อย่างที่นายกรัฐมนตรีบอกให้ไปร้องยังสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า ข้อมูลที่ให้เป็นความลับชั้นสุดยอด ทั้งนี้ยืนยันไม่รู้จักกับคนที่ชื่อ “กฤต” หลังจากที่มีการเปิดเผยว่าอยู่ในแวดวงนักการเมืองท้องถิ่นต่อมาเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวว่า การเชิญบุคคลเข้าให้ข้อมูลเสร็จเรียบร้อยแล้ว อีก 1-2 วันจะสรุปข้อมูลรายงานต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย กรอบการทำงานโฟกัสเฉพาะในส่วนของกระทรวง แต่ในภาพรวมทั้งหมดว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง เป็นหน้าที่ ป.ป.ช. และตำรวจ ที่มีการพูดว่าเรื่องเงียบยังหาคนผิดจริงๆไม่ได้ เราทำงานบนข้อเท็จจริงที่กระจัดกระจาย ขอเวลาให้ทีมตรวจสอบทำงานเพราะสิ่งที่แย่กว่าการทำงานช้าคือการวินิจฉัยผิดจะยิ่งหนักไปใหญ่ ยืนยันตั้งใจตรวจสอบอยู่แล้ว ส่วนต้นตอมาจากไหนยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ขอให้สรุปข้อมูลเสร็จก่อน ถ้ามีคนในกระทรวงมหาดไทยเข้าไปเกี่ยวข้องจริง หากดูตามพยานหลักฐานยังไงก็เจอ อยากให้ทีมตรวจสอบสามารถทำงานได้โดยไม่มีการแทรกแซงด้วย วันนี้มีหน่วยงานที่เป็นองค์กรอิสระเข้ามาตรวจสอบร่วม หากนายกฯไม่จริงใจตรวจสอบจริง ขอถามว่าทำไมถึงต้องตั้งหน่วยงานตรวจสอบขึ้นมาถึง 5 หน่วยงานหลัก หากพบข้อเท็จจริงว่ามีใคร หรือหน่วยงานไหนเข้ามาเกี่ยวข้อง นายกฯมีคำสั่งว่าต้องจัดการ เพราะเรื่องนี้ส่งผลถึงความเชื่อมั่นในระดับประเทศและความมั่นคงขณะที่ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายกฤต หรือนายพงศกร เสาร์ทน ผู้อยู่ในคลิปสนทนาทุจริตสอบท้องถิ่น เปิดใจผ่านรายการ “เรื่องนี้ต้องเคลียร์” ทางสถานีโทรทัศน์ท็อปนิวส์ เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ยืนยันนายทรงศักดิ์ไม่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ พร้อมขอโทษที่นำชื่อไปแอบอ้างว่า เมื่อผู้ที่อยู่ในคลิปออกมายอมรับข้อเท็จจริงแล้ว อยากขอความเป็นธรรมจากประชาชนและสังคมว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่นตามที่ถูกกล่าวหา การปล่อยคลิปเสียงดังกล่าวมีเจตนาสร้างความเสียหาย ทำให้เกิดความพยายามล้มกระบวนการจัดสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น และดิสเครดิตพรรคภูมิใจไทย ส่วนการดำเนินคดีกับคนที่อยู่ในคลิปเสียง ทั้ง น.ส.ส้ม และนายกฤต จะเดินหน้าต่อไป แม้นายกฤตจะออกมายอมรับ เพื่อสร้างบรรทัดฐานว่าการตรวจสอบบุคคลสาธารณะสามารถทำได้ หากอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงส่วนการบรรจุข้าราชการท้องถิ่น หลังจากคณะกรรมการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) มีมติให้ทำตามเสียงข้างมากเดินหน้าแต่งตั้งวันที่ 1 ก.ค. ตามเดิม หลังจากก่อนหน้านี้เพียงวันเดียวมีคำสั่งให้ชะลอการแต่งตั้งไปก่อน ทั้งนี้ เพื่อรักษาสิทธิคนที่สอบเข้าได้ด้วยความสามารถ หากพบว่าบรรจุแล้วมีใครเกี่ยวข้องทุจริตก็ต้องเพิกถอนเป็นรายๆไปบรรยากาศการเข้ารายงานตัวข้าราชการท้องถิ่นที่สอบเข้าได้ทั่วประเทศ อาทิ ที่ จ.พิษณุโลก เมื่อเวลา 09.00 น. วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมท้องถิ่นจังหวัดพิษณุโลก ชั้น 6 ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก ผู้สอบแข่งขันข้าราชการท้องถิ่นผ่านการสอบเข้ามารายงานตัวต่อนายปรีชา แดงแสงทอง ท้องถิ่นจังหวัดพิษณุโลก 74 คน มารายงานตัวครบ 74 คน โดยนายปรีชา แดงแสงทอง ท้องถิ่นจังหวัดพิษณุโลก ได้แสดงความยินดีกับข้าราชการใหม่ ได้แนะนำการปฏิบัติตัวเป็นข้าราชการที่ดีและให้เข้าใจการเป็นข้าราชการทำงานเพื่อประชาชน 24 ชั่วโมง สำหรับข้าราชการใหม่ที่มารายงานตัวในวันนี้ ต่างพูดเสียงเดียวกันว่า ตอนแรกตกใจเรื่องการระงับการบรรจุแต่งตั้ง เนื่องจากทุกคนได้ลาออกจากงานประจำ และตัดเครื่องแบบรอแล้ว ทุกคนมั่นใจกับการทำข้อสอบว่าการได้เป็นข้าราชการในวันนี้มาจากการสอบด้วยความสามารถของตนเองเช่นเดียวกับที่ จ.พัทลุง ที่ห้องประชุมอิรวดี ศาลากลางจังหวัดพัทลุง นายธราวุธ ช่วยเกิด รอง ผวจ.พัทลุง เป็นประธานในพิธีรับรายงานตัวข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่นบรรจุใหม่ เป็นผู้สอบแข่งขันได้ตามประกาศคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ประจำปี 2568 ในรอบการบรรจุครั้งที่ 2 ของจังหวัดพัทลุง มีผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้เข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งสิ้น 29 ราย โดยผู้ที่ได้รับการบรรจุปฏิเสธให้ความเห็นเรื่องของการสอบเข้าที่พบว่ามีการทุจริตอย่างมโหฬารในครั้งนี้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่