“บาฟาน่า” แอฟริกาใต้ รองแชมป์ กลุ่มเอ ดวลเดือด “ใบเมเปิ้ลสีแดง” แคนาดา หนึ่งใน เจ้าภาพร่วมและรองจ่าฝูงกลุ่มบี ทั้งสองทีมใส่กันยับแน่นอนเพราะใครแพ้กลับบ้าน ผู้ชนะได้ตั๋วเข้ารอบน็อกเอาต์ ขณะที่ผลแข่งขัน “เวิลด์ คัพ 2026” กลุ่มเอช “กระทิงดุ” สเปน ฟอร์มฮอตบดเอาชนะ “อุรุกวัย” 1-0 ตีตั๋วเข้ารอบต่อไป “หมู่เกาะเคปเวิร์ด” สร้างประวัติศาสตร์ทะลุเข้ารอบสำเร็จ หลังเสมอ ซาอุฯ 0-0 ไปเจอแชมป์เก่า “ฟ้า-ขาว” อาร์เจนตินา กลุ่มจี “เบลเยียม” คืนฟอร์มเก่งไล่ถล่ม “นิวซีแลนด์” 5-1 ส่วน “อียิปต์” เสมอ “อิหร่าน” 1-1 กลุ่มไอ “ตราไก่” ฝรั่งเศส ร้อนแรงไม่แผ่วถล่ม “นอร์เวย์” 4-1 ผ่านเข้าไปเจอสวีเดน ด้าน “ไวกิ้ง” ไปดวลกับ “ไอวอรีโคสต์” อีกคู่ “เซเนกัล” ถลุง “อิรัก” 5-0 ยังได้วาดฝีเท้าในเวทีบอลโลกอีกยกผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. โปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้าย มีฟาดแข้งกันเพียง 1 คู่ “บาฟาน่า” แอฟริกาใต้ รองแชมป์กลุ่มเอ พบกับ “ใบเมเปิ้ลสีแดง” แคนาดา หนึ่งในเจ้าภาพร่วมและรองจ่าฝูงกลุ่มบี เกมนี้ฟาดแข้งกันที่ลอสแอนเจลิส สเตเดียม รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐ อเมริกา เที่ยงวันที่ 28 มิ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับประเทศไทย ตี 2 วันที่ 29 มิ.ย. ช่องโมโนแม็กซ์ ถ่ายทอดสดฮูโก บรูส์ เฮดโค้ชทีมชาติแอฟริกาใต้ ไม่มีปัญหาในการจัดทัพ จะยึดผู้เล่นจากเกมโค่น เกาหลีใต้ 1-0 ลงสนาม แนวรับวางอิเม โอคอน, เอ็มเบเคเซลี เอ็มโบโคซี ยืนเป็นคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ธาลนเต เอ็มบาธา, ยายา ซิตโฮล ปักหลักตัดเกม ออสวิน แอปโปลิส ผนึกกำลัง เรเลโบฮิเล โมโฟเคง, เทมบาซเวน ปั้นเกมรุก แดนหน้าวางไลส์ ฟอสเตอร์ กองหน้าตัวเก่งลงยืนหน้าเป้าด้านเจสซี มาร์ช กุนซือทีมชาติแคนาดาเจ้าถิ่น จะไม่มีอิสมาเอล โคเน ที่เจ็บยังไม่ฟื้น แต่จะได้อัลฟอนโซ เดวิส กัปตันทีมฟิตสมบูรณ์กลับมาลงสนามอีกครั้ง เกมนี้จะยึดผู้เล่นจากเกมแพ้ สวิตเซอร์แลนด์ 1-2 เป็นแกนหลัก แนวรับวางลุช เด ฟูเกอโรลเลส, เดเรค คอร์เรลิอุส ยืนเป็นคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ อลิสสแตร์ จอห์นสตัน, อัลฟอนโซ เดวิส รับหน้าที่แบ็กขวาและแบ็กซ้าย นาธาน ซาลิบา คุมจังหวะเกมกลางสนามร่วมกับทายอน บูชานาน,มาติเยอ ซอยนิเยร์, อาลี อาเหม็ด ปั้นเกมรุก แดนหน้าวางโจนาธาน เดวิด ผนึกกำลังไซล์ ลาริน ลงล่าตาข่ายทั้งสองทีมใส่กันยับแน่ผู้ชนะได้เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย แคนาดาได้เปรียบพอสมควรทั้งขุมกำลังที่เหนือกว่าเล็กน้อย แถมยังมีกองเชียร์กว่าหลายหมื่นคนที่เป็นผู้เล่นคนที่ 12 คอยผลักดันอยู่ข้างสนาม ด้านแอฟริกาใต้ ลงเล่นเกมนี้วางแผนมาเน้นรับเป็นพิเศษและอาศัยจังหวะโต้กลับเร็วคอยเล่นงาน รูปเกมจะเป็นทัพ “ใบเมเปิ้ลสีแดง” เปิดฉากเดินเกมรุกกดดันเข้าใส่ตั้งแต่ต้นเกม ก่อนอาศัยจังหวะเข้าทำที่เด็ดขาดของเดวิด และลาริน ช่วยกันยิงพาทีมเก็บชัยชนะไปได้ในท้ายที่สุดขณะที่ผลการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้าย เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 27 มิ.ย. กลุ่มเอช “กระทิงดุ” สเปน แชมป์ยูโร 2024 โชว์ฟอร์มสุดยอดบดเอาชนะ “จอมโหด” อุรุกวัย ไปได้หวุดหวิด 1-0 เกมนี้ทัพ “ลา โรฆา” ได้ประตูชัยจากอเล็กซ์ บาเอนา นาทีที่ 42 จากชัยชนะในเกมนี้ทำให้สเปน เก็บชัยชนะส่งท้ายได้สำเร็จ เก็บเพิ่มได้ 7 แต้มจาก 3 นัด ครองจ่าฝูง ส่วนอุรุกวัยมี 2 แต้มจาก 3 นัดอีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน หมู่เกาะเคปเวิร์ดน้องใหม่จากแอฟริกา ยื้อยันเสมอ “สิงห์ทะเลทราย” ซาอุดีอาระเบีย ทีมแกร่งจากเอเชียไป 0-0 จากผลเสมอในเกมนี้ทำให้เคปเวิร์ดเก็บเพิ่มเป็น 3 คะแนน จาก 3 นัด คว้าอันดับ 2 ส่วนซาอุดีอาระเบียมี 2 แต้ม จาก 3 นัดรั้งบ๊วยของตารางสถานการณ์กลุ่มเอช สเปนคว้าแชมป์กลุ่ม ผ่านเข้ารอบเป็นอันดับ 1 ไปรอพบผู้ชนะรองแชมป์กลุ่มเจ ในวันที่ 2 ก.ค. ส่วนเคปเวิร์ดเข้ารอบในฐานะรองแชมป์กลุ่ม และเป็นครั้งแรกที่ทะลุผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ในประวัติศาสตร์ จะเจอกระดูกชิ้นโต “ฟ้า-ขาว” อาร์เจนตินา แชมป์กลุ่มเจ ในวันที่ 3 ก.ค. ส่วนอุรุกวัยกับซาอุฯกอดคอกันตกรอบด้านกลุ่มจี “ปิศาจแดงแห่งยุโรป” เบลเยียมเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ทันเวลาไล่ถล่ม “ออลไวท์” นิวซีแลนด์ ตัวแทนจากโซนโอเชียเนีย ขาดลอย5-1 เบลเยียมได้ประตูจากเลอันโดร ทรอสซาร์ด นาทีที่ 28,50, เควิน เดอ บรอยน์ นาทีที่ 66,โรเมลู ลูกากู นาทีที่ 86 และอเล็กซิส ซาเลมาเกอร์ส นาทีที่ 90 (+4) ส่วนทัพ “กีวี” ตีไข่แตกได้จากเอไลจาห์ จัสต์ นาทีที่ 84 จากชัยชนะในเกมนี้ เบลเยียมเก็บเพิ่มเป็น 5 คะแนน ส่วนนิวซีแลนด์มี 1 แต้มจาก3นัดอีกคู่ในกลุ่มจี “มัมมี่” อียิปต์ ทีมแกร่งจากแอฟริกา เสมอกับ “นักรบแห่งเปอร์เซีย” อิหร่าน 1-1 อียิปต์ขึ้นนำไปก่อนจากมาห์มูด เซเบอร์ นาทีที่ 5 ก่อนอิหร่านจะตามตีเสมอได้จากรามิน เรซาเอียน นาทีที่ 14 จบเกมทั้งสองทีมแบ่งกันไปทีมละแต้ม อียิปต์มี 5 แต้ม จาก 3 นัด ส่วนอิหร่านมี 3 คะแนนจากผลเสมอทั้ง 3 นัด รั้งอันดับ 3 ของกลุ่มสถานการณ์กลุ่มจี เบลเยียม มี 5 แต้มเท่ากับ อียิปต์ แต่ลูกได้เสียดีกว่าผ่านเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่มไปรอพบอันดับ 3 ของกลุ่มเอ/ไอ/เจ ในวันที่ 1 ก.ค. ส่วนทัพ “มัมมี่” รั้งรองจ่าฝูงผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์เจอกับออสเตรเลีย วันที่ 3 ก.ค. อิหร่าน รั้งอันดับ 3 ต้องไปลุ้นอันดับ 3 ที่ดีที่สุดที่ตอนนี้เหลือที่ว่างอีกแค่ 3 ที่นั่ง ส่วนนิวซีแลนด์ตกรอบขณะที่กลุ่มไอ “ตราไก่” ฝรั่งเศส รองแชมป์เก่าจากยุโรป ฟอร์มฮอตต่อเนื่องไล่ถล่ม “ไวกิ้ง” นอร์เวย์ ที่จัดตัวสำรองลงสนามยกชุดไปขาดลอย 4-1 แข้ง “เลอ เบลอส์” ได้ประตูจากแฮตทริกของ อุสมาน เดมเบเล นาทีที่ 7, 20, 32 และเดซิเรดูเร นาทีที่ 90 (+4) ส่วนทีมแกร่งจากสแกนดิเนเวียตีไข่แตกได้จากเทลโล แอสการ์ด นาทีที่ 21 จากชัยชนะในเกมนี้ทำให้ฝรั่งเศสเก็บชัยชนะรวด 3 นัดมี 9 คะแนน ส่วนนอร์เวย์มี 6 คะแนนจาก 3 นัดรั้งรองจ่าฝูงส่วนอีกคู่กลุ่มไอ “สิงโตเตรังกา” เซเนกัล ทีมแกร่งจากแอฟริกา ไล่ถล่มเอาชนะอิรักตัวแทนจากเอเชียที่เหลือ 10 คน ได้ประตูจากฮาบิบ ดิอาร์รา นาทีที่ 4, อิสไมลา ซาร์ นาทีที่ 56, ปาป เกย์ นาทีที่ 59, 71 และอิลิมัน เอ็นดิเย นาทีที่ 82 จากชัยชนะเกมนี้เซเนกัลเก็บเพิ่มเป็น 3 แต้มรั้งอันดับ 3 ส่วนอิรัก ไม่มีแต้มจาก 3 นัดรั้งบ๊วยของตารางสถานการณ์ในกลุ่มไอ ฝรั่งเศส คว้าแชมป์กลุ่มผ่านเข้ารอบไปเจอกับสวีเดน อันดับ 3 กลุ่มเอฟ ส่วนนอร์เวย์จบอันดับ 2 ผ่านเข้าไปเจอกับ ไอวอรีโคสต์ รองแชมป์กลุ่มอี ทั้งคู่เตะวันที่ 30 มิ.ย. ส่วนเซเนกัล ติดอันดับ 3 ที่ดีที่สุดใน 8 ทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบ 32ทีมสุดท้าย แต่ยังต้องลุ้นว่าจะเข้าไปเจอกับชาติไหนอีกครั้ง ส่วนอิรักจอดป้ายแค่รอบนี้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่