“รองเต่า” ลงพื้นที่ จ.สงขลา สอบปลัดจังหวัดภูเก็ตด้วยตัวเอง แต่ยังปิดปากเงียบไม่ขอให้การชั้นสอบสวน หลังถูก อส. 3 คน ร้องเรียกรับเงินวิ่งเต้นสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นหัวละ 3 แสนบาท คุมตัวฝากขังศาลทุจริตฯภาค 9 ทันที ใช้ตำแหน่งราชการขอประกันตัว ศาลอนุมัติแบบมีข้อแม้ ด้านอธิการบดี มศว แถลงผ่านเฟซบุ๊กของมหาวิทยาลัย ส่งมอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการสอบแข่งขันให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบหมดแล้ว ด้าน รมช.ศธ.เต้น สั่งตรวจสอบกรณีหญิงสาวสอบบรรจุครูผู้ช่วย สพม.สมุทรปราการ ได้แล้ว แต่ถูกแจ้งภายหลังว่า ข้อมูลผิดพลาด เสียหายย่อยยับเพราะไปลาออกจากงานเดิมมาแล้ว ด้าน สพฐ.แจงสาเหตุมาจากข้อสอบชำรุดต้องพิมพ์แก้ไขเพิ่มเติม ข้อสอบบางข้อสลับกันทำให้การประมวลผลคะแนนตอนแรกผิดพลาด ยันยังดำเนินการบรรจุและแต่งตั้งตามมติที่ประชุม อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาฯต่อไปกรณีผู้สมัครสอบเข้ารับราชการของหน่วยงานในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) หลายราย เข้าร้องเรียนถึงข้อสงสัยว่าเกิดการทุจริต มีผู้ที่จ่ายเงินไปแล้วตั้งแต่ 3-9 แสนบาท แต่หลังการประกาศชื่อผู้สอบเข้าได้ 6 พันคน จากผู้เข้าสอบกว่า 4 แสนคน ทั่วประเทศ ปรากฏว่าทั้งคนสอบติดและสอบไม่ติด ตัดสินใจเข้าแจ้งความแฉขบวนการโกงสอบครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.และตำรวจ ปปป.เปิดปฏิบัติการตรวจค้นบ้านเลขที่ 93/64 หมู่ 9 ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ที่ตั้งบริษัทสามเมืองเจริญรุ่งเรืองกิจ จำกัด ของนายพิชิต ทั้งพรม ผอ.กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ พบผู้กำลังแก้คะแนนสอบกว่า 10 คน นำตัวมาสอบสวน และตรวจยึดคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดดิสก์ และหลักฐานจำนวนมาก เชื่อว่าเป็นแก๊งใหญ่มีผู้ร่วมขบวนการทั่วประเทศ มูลค่าความเสียหายกว่า 4 พันล้านบาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น“รองเต่า” สอบปลัด จ.ภูเก็ตภายหลัง พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธุ์ ผบก. ปปป.พ.ต.อ.สุพจน์ พุ่มแหยม ผกก.5.บก.ปปป. นำกำลังจับกุมนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ที่ 12/2569 ลงวันที่ 26 มิ.ย.2569 ข้อหาเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นฯ ที่บ้านพักข้าราชการใน จ.ภูเก็ต เมื่อค่ำวันที่ 26 มิ.ย. ก่อนนำตัวมาควบคุมที่ สภ.เมืองสงขลา เพื่อสอบปากคำและรอส่งศาลฝากขัง ต่อมาเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 27 มิ.ย. ที่ สภ.เมืองสงขลา พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เดินทางมาสอบปากคำนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ด้วยตัวเอง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เสร็จสิ้นหมายเข้าค้นบ้านหาหลักฐานผู้สื่อข่าวสอบถามความคืบหน้าทางคดีว่า เรื่องนี้เป็นคดีค้างเก่า หรือเชื่อมโยงกับคดีโกงข้อสอบในตอนนี้อย่างไร พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ ขอรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนก่อน เดี๋ยวจะแถลงข่าวเร็วๆนี้ ที่นำตัวมาพบเป็นการสอบถามเรื่องคดี แต่นายรุ่งเรืองให้การปฏิเสธไม่ยอมให้การใดๆทั้งสิ้น ทั้งนี้ รู้อยู่แล้วว่าจะเป็นเช่นนี้ แต่ตำรวจไม่ได้หนักใจ ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขยายผลเพิ่มเติม ด้วยการขอหมายค้นจากศาลจังหวัดสงขลาเข้าตรวจค้นหาหลักฐานที่น่าจะเกี่ยวข้องกับคดีที่บ้านนายรุ่งเรืองแฉถูก อส.แจ้งความดำเนินคดีมีรายงานว่า สำหรับคดีเรียกรับเงินจากสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ที่ต้องการสอบเข้าเป็นข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เรื่องนี้พนักงานสอบสวน กก.6 บก.ปปป.รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษเป็นคดีอาญา ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับ หรือยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบ เพื่อกระทำหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149 และมาตรา 157 มีผู้กล่าวหารวม 3 คน ส่วนผู้ถูกแจ้งความดำเนินคดีคือ นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ตำแหน่งปลัดจังหวัดภูเก็ตเรียกรับเงิน 3 คน รวม 9 แสนจากการสอบสวนพบว่า ผู้เสียหายรู้จักกับนายรุ่งเรืองตั้งแต่ปี 2563 ขณะยังเป็นนายอำเภออยู่ที่ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ผู้เสียหายเคยสมัครสอบเข้ารับราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาแล้ว 2 ครั้ง ไม่ประสบความสำเร็จ ต่อมาเดือนมี.ค.2568 ผู้เสียหายพร้อมเพื่อนอีก 2 คน รวมเป็น 3 คน ไปพบนายรุ่งเรืองที่บ้านใน จ.สงขลา เพื่อขอคำปรึกษาเรื่องการสอบบรรจุเข้ารับราชการ นายรุ่งเรืองอ้างว่า สามารถช่วยเหลือให้สอบติดได้ เนื่องจากรู้จักผู้ใหญ่ในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายคนละ 3 แสนบาทรวมเป็นเงิน 9 แสนบาทนำเงินสดจ่ายผ่านสาวคนสนิทหลังจากกลับไปรวบรวมเงินประมาณ 1 สัปดาห์ ผู้เสียหายนำเงินสดจำนวน 9 แสนบาท บรรจุใส่ถุงกระดาษไปส่งมอบผ่านผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นบุคคลใกล้ชิด หรือเป็นลูกน้องเก่า เคยร่วมงานกับนายรุ่งเรือง ที่บ้านเจาะวา อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส สั่งด้วยว่า ผู้เสียหายต้องสมัครสอบในตำแหน่งนักวิชาการจัดเก็บรายได้เข้าแจ้งความเพราะสอบไม่ได้แต่เมื่อผลสอบถูกประกาศออกมากลับไม่มีรายชื่อของทั้ง 3 คน ในรายชื่อผู้สอบผ่าน ผู้เสียหายติดต่อสอบถามนายรุ่งเรืองผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ได้รับคำตอบว่า “ทราบแล้ว ให้รอสอบครั้งหน้าอีก” พร้อมรับปากว่าจะคืนเงินให้ กระทั่งได้รับแจ้งว่าจะมีเงินโอนเข้าบัญชี หลังผู้เสียหายทราบว่านายรุ่งเรืองมีพฤติการณ์เรียกรับเงินจากบุคคลอื่นในลักษณะเดียวกัน ทำให้เกรงว่าเงินที่ได้รับคืนอาจเป็นเงินของผู้เสียหายรายอื่น อีกทั้งเห็นว่าการกล่าวอ้างว่าสามารถช่วยให้สอบบรรจุได้ไม่น่าจะเป็นไปได้ ตัดสินใจพากันเข้าแจ้งความร้องทุกข์พนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายศาลทุจริตฯอนุมัติหมายจับหลังสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน พนักงานสอบสวนมีความเห็นว่า มีพยานหลักฐานเพียงพอเชื่อว่านายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต กระทำความผิดจริง อีกทั้งเกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จึงขออนุมัติศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางออกหมายจับ ก่อนบุกเข้าจับกุมตัวนายรุ่งเรืองได้ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และนำตัวเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมายส่งปลัดจังหวัดภูเก็ตฝากขังศาลช่วงสายวันนี้ ตำรวจ บก.ปปป.นำตัวนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 9 ที่ 12/2569 ลงวันที่ 26 มิ.ย.2569 ส่งผัดฟ้องฝากขังที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 จ.สงขลา พร้อมแนบคำร้องขอคัดค้านการประตัว เนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ รวมทั้งเกรงว่าอาจจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานศาลให้ประกันแต่ข้อแม้เพียบต่อมานายรุ่งเรืองทำเรื่องขอปล่อยตัวชั่วคราวออกไปสู้คดี ใช้ตำแหน่งข้าราชการฝ่ายปกครองของตัวเองเป็นหลักประกันต่อศาล ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าตำแหน่งหน้าที่ของผู้ต้องหาน่าเชื่อถือ รวมทั้งมีหลักแหล่งที่พักเป็นที่แน่นอน จึงมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ศาลกำหนดเงื่อนไขการประกันตัวอย่างเข้มงวดระบุว่า หากผู้ต้องหาผิดนัดไม่เดินทางมารายงานตัวตามที่ศาลนัดหมายจะถูกดำเนินการสั่งปรับเงินเป็นจำนวน 100,000 บาท นอกจากนี้ยังกำชับเงื่อนไขสำคัญ ห้ามไม่ให้ผู้ต้องหาเข้าไปมีพฤติการณ์ยุ่งเหยิง หรือกระทำการใดๆที่ส่งผลกระทบต่อพยานหลักฐานในคดีโดยเด็ดขาด หากตรวจพบว่าฝ่าฝืนเงื่อนไขดังกล่าวศาลจะถอนสัญญาประกันและคุมตัวกลับเข้าสู่เรือนจำเพื่อกักขังทันทีค้นบ้าน “ปลัดรุ่งเรือง” หาหลักฐานต่อมาเวลา 15.00 น. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. นำกำลังตำรวจ บก.ปปป. เข้าตรวจค้นบ้านนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต เพื่อค้นหาหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิด ขณะเข้าตรวจค้นภายในบ้านพบว่านายรุ่งเรือง เดินทางกลับมาอยู่ที่บ้านแล้ว พร้อมให้คนในบ้านให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการตรวจค้นครั้งนี้เป็นอย่างดี เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงจึงเสร็จสิ้น นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนยังเชื่อว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านหลังที่ผู้ร้องเรียนให้การไว้ว่า เป็นจุดที่พูดคุยกับนายรุ่งเรืองเกี่ยวกับการสอบเข้ารับราชการ นอกจากนี้ยังตรวจยึดเอกสารบางส่วน รวมทั้งคอมพิวเตอร์ไปตรวจสอบเพื่อดูว่า มีข้อมูลเกี่ยวกับคดีหลงเหลืออยู่หรือไม่เด้งออกราชการไว้ก่อนที่กรมการปกครอง (ปค.) นายวิฑูรย์ สิรินุกูล รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีฯลงนามคำสั่งกรมการปกครองที่ 1899/2569 เรื่องให้ออกจากราชการไว้ก่อน กรณีต้องหาว่ากระทำความผิดทางอาญา ระบุว่า ด้วยนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ข้าราชการพลเรือนสามัญ ประเภทอำนวยการระดับสูง ตำแหน่งปลัดจังหวัด (ผู้อำนวยการสูง) จังหวัดภูเก็ต มีกรณีต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา กรณีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ออกหมายจับที่ จ.12/2569 ลงวันที่ 26 มิ.ย.69 ให้ ผบก.ปปป.จับกุมความผิดอาญาฐาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นฯ ต่อมานำตัวนายรุ่งเรืองดำเนินคดีตามกฎหมาย ถือว่านายรุ่งเรืองมีกรณีต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา และโดยที่มีเหตุให้ออกจากราชการไว้ก่อนตั้งแต่วันที่มีคำสั่งเป็นต้นไป หากประสงค์จะโต้แย้งคำสั่งนี้ให้ทำคำร้องทุกข์เป็นหนังสือยื่นต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย หรือยื่นคำร้องทุกข์โดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังปลัดกระทรวงมหาดไทยก็ได้ ภายใน 30 วัน“นายกฯ” ตั้งศูนย์ร้องเรียนถูกหลอกวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 256/2569 เรื่องการอำนวยความสะดวกการเสนอเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแส กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ตามที่มีการเข้าตรวจค้นและจับกุมขบวนการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ส่งผลกระทบสร้างความเดือดร้อนเสียหายต่อประชาชน เฉพาะอย่างยิ่งผู้เข้าสอบถูกหลอกลวงจากบุคคลที่เป็นนายหน้า หรือแอบอ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้ได้รับคัดเลือก นายกฯมีคำสั่งดังนี้ 1.ให้ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) รับผิดชอบประชาสัมพันธ์และจัดให้มีช่องทางให้ผู้เข้าสอบที่ถูกหลอกลวงร้องเรียนเรื่องราวร้องทุกข์ หรือแจ้งเบาะแสการกระทำผิด 2.ให้ สปน.รายงานผลการดำเนินการตามข้อ 1 ให้นายกฯทราบอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 27 มิ.ย.69“มศว” ส่งข้อมูลให้ ป.ป.ช.แล้วเฟซบุ๊กของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เผยแพร่เอกสารถ้อยแถลงของอธิการบดีมหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ เรื่อง อธิการบดี มศว พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ กรณีการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ของสำนักทดสอบทางการศึกษาฯ ระบุว่า ศ.ดร.ชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมมอบหมายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมข้อมูล เอกสาร และพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐอย่างเต็มที่ ตอนนี้ส่งข้อมูลเอกสารที่เกี่ยวข้องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างถูกต้องสาวโวยถูกเปลี่ยนผลสอบครูนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ NuNim Worasan โพสต์ข้อความว่า ตน น.ส.ชณัฐดา วรสาร สอบผ่านการคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการครู ตำแหน่งครูผู้ช่วย โรงเรียนนวมินทราชูทิศ สวนกุหลาบวิทยาลัย สมุทรปราการ จึงลาออกจากงานเดิม ภายหลังกลับได้รับแจ้งว่ามีการเปลี่ยนแปลงลำดับบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ จนเกิดข้อสงสัยถึงความโปร่งใสของกระบวนการว่า นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการและตนได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว ไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอย่างละเอียด โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันว่ากระบวนการดำเนินการทั้งหมดว่าถูกต้องโปร่งใส และเป็นไปตามระเบียบหรือไม่ศธ.รีบตรวจสอบ-เยียวยา“เพราะเข้าใจความรู้สึกของผู้ได้รับผลกระทบ เนื่องจากการตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อมารับราชการไม่ใช่เรื่องเล็ก หากเกิดความผิดพลาดจากกระบวนการของภาครัฐ ผู้ได้รับผลกระทบไม่ควรต้องเป็นผู้แบกรับผลเพียงลำพัง หากพบว่ามีขั้นตอนใดดำเนินการไม่ถูกต้อง หรือส่งผลกระทบต่อสิทธิของผู้สอบแข่งขันได้ จะดำเนินการแก้ไขและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างเต็มที่ กำชับให้เร่งสรุปข้อเท็จจริงโดยเร็ว เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับคำตอบที่ชัดเจน หากพบว่ามีการดำเนินการที่ไม่ถูกต้อง จนทำให้ผู้สอบแข่งขันได้รับความเสียหาย กระทรวงศึกษาธิการจะพิจารณาแนวทางเยียวยาตามกรอบกฎหมายอย่างเหมาะสม” รมช.ศึกษาธิการกล่าวสพฐ.แจงเพราะข้อสอบชำรุดด้านสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ชี้แจงว่า สพฐ.มีความห่วงใยผู้ได้รับผลกระทบ และเร่งประสานกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) สมุทรปราการ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที เบื้องต้นพบว่า สพม.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งจากสถาบันอุดมศึกษา (มหาวิทยาลัย) ที่เป็นผู้จัดทำและตรวจข้อสอบ ว่า เกิดข้อผิดพลาดทางเทคนิคในขั้นตอนการพิมพ์ โดยระหว่างการจัดพิมพ์มีข้อสอบบางชุดชำรุด โรงพิมพ์จึงพิมพ์ซ่อมแซม ทำให้เนื้อหาคำถามในข้อสอบ ภาค ข (วิชาความรู้ความสามารถเกี่ยวกับวิชาการศึกษา) เกิดการสลับกัน ส่งผลให้การประมวลผลคะแนนในรอบแรกคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงเดินหน้าบรรจุตามคะแนนใหม่เมื่อสถาบันอุดมศึกษาตรวจพบข้อผิดพลาดดังกล่าว เร่งตรวจสอบและประมวลผลคะแนนใหม่ทั้งหมดอย่างละเอียดทันที ทำให้ผู้เข้าสอบหลายรายได้รับคะแนนเพิ่มขึ้นตามเกณฑ์ที่ถูกต้องจริง และมีผู้ผ่านเกณฑ์คะแนนรวมเพิ่มขึ้นจากเดิมหลายราย ดังนั้นจึงยกเลิกประกาศฉบับเก่า (ฉบับวันที่ 17 มิ.ย.2569) และประกาศใช้บัญชีรายชื่อใหม่ (ฉบับวันที่ 25 มิ.ย. 2569) แทน เพื่อให้คะแนนของทุกคนถูกต้อง ตรงกับข้อเท็จจริง และได้รับความเป็นธรรมสูงสุด ทั้งนี้ สพม.สมุทรปราการ ชี้แจงและทำความเข้าใจกับผู้ได้รับผลกระทบได้ทราบ ส่วนการบรรจุและแต่งตั้งยังคงดำเนินการต่อเนื่องตามมติที่ประชุม อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาฯ เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2569 ต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่