“ปัญหาที่เกินตัวเรา...มักเกิดจากการหมักหมม สะสมมาเรื่อยๆเป็นดินพอกหางหมู ไม่ยอมแก้แต่เนิ่นๆเอง ไม่ตัดไฟแต่ต้นลมเอง นึกว่าปัญหาเล็กๆจะหายไปเอง”ปัญหาที่เกินตัวคนส่วนใหญ่ สืบไปสืบมาเป็นปัญหาที่ใจ...ใจเอื่อยเฉื่อย ขี้เกียจแม้แต่จะมองปัญหา...ใจไร้ทิศทาง ปล่อยใจทอดหุ่ย ลอยตัวเหนือปัญหา...ใจประมาท เห็นทุกปัญหาเป็นเรื่องเล็ก...ใจดูดาย หวังว่าปัญหาจะแก้ตัวมันเองได้...ใจปัดสวะ นึกว่าปัญหาเป็นภาระของคนอื่นตลอดใจโยนขี้ โทษว่าปัญหาเป็นความผิดของใครสักคน...ใจยุ่งเหยิง ไม่สงบพอจะมีสติคิดลงมือแก้ปัญหาคนที่แก้ปัญหาเก่ง มักเริ่มจากการ...แก้ปัญหาทางใจก่อน จุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาทางใจคือ ไม่ปล่อยให้ใจ เตลิดไปเรื่อยๆ แต่มีสติพอจะคุยกับใจตัวเองให้รู้เรื่องถามตัวเองว่า ตอนนี้กำลังมีปัญหาอะไร?ใจเอื่อยเฉื่อย ใจไร้ทิศทาง ใจประมาท ใจดูดาย ใจปัดสวะ ใจโยนขี้ ใจยุ่งเหยิง เมื่อได้คำตอบแบบไม่หลอกตัวเอง...ก็พิจารณา ตัวเองว่า “การอยู่กับใจแบบนี้ไปจนตาย คงไม่ใช่การเอาความสุข ความพอใจตัวเองไปตายเป็นแน่”คุณจะแปลกใจเมื่อพบปมปัญหาที่ใจแล้วแก้ปัญหาทางใจได้ตรงประเด็น ยกเลิกนิสัยทางใจได้จริงเมื่อใด ปัญหาภายนอกจะถูกจัดการได้ง่ายขึ้น...จากทางตัน เปลี่ยนเป็นทางโล่ง...จากไม่มีทาง เป็นทางเลือกหลากหลาย...นั่นแหละ! อีกหนึ่งการเรียนรู้ตามพระพุทธเจ้าตรัส ที่ว่า...“ใจเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน อะไรๆเกิดจากใจก่อนทั้งนั้น!” Cr.“Dungtrin” “ลูกอม” ในบริบทของความเชื่อและไสยศาสตร์ไทย คือ “เครื่องรางของขลัง” ขนาดเล็กที่ผ่านการปลุกเสกจากพระเกจิ อาจารย์ โดยมักสร้างจากมวลสารศักดิ์สิทธิ์ เช่น ผงพุทธคุณ ผงธูป เกศา หรือว่านยา ปั้นเป็นก้อนกลมเพื่อให้พกพาง่ายและนำมาใช้กำทำสมาธิสำนักเครื่องรางที่มีตำนานและเรื่องเล่าขานสืบทอดกันมาอย่างยาวนานและโดดเด่นในระดับประเทศ ได้แก่ เบญจภาคีลูกอมเมืองไทย (5 สำนักยอดนิยม) หนึ่ง...ลูกอมมหาจินดามณีมนตราคม (วัดตุ๊กตา จ.นครปฐม) สุดยอดตำนานสายเมตตามหานิยม สร้างโดยหลวงปู่บุญตามตำรับโบราณที่เล่าว่า...ปลุกเสกจนฝูงปลาในน้ำยังแย่งกันกินสอง...ลูกอมมหากัน (วัดบางกะพ้อม จ.สมุทรสงคราม) สร้างโดยหลวงพ่อคง (เทพเจ้าแห่งลุ่มน้ำแม่กลอง) โด่งดังเรื่องคงกระพันชาตรี แคล้วคลาดจากศาสตราวุธในยุคสงครามอินโดจีน สาม...ลูกอมเกราะเพชร (วัดบางนมโค จ.พระนครศรีอยุธยา) ลูกอมที่หลวงพ่อปานได้รวบรวมผงวิเศษและยันต์เกราะเพชร มีอานุภาพครอบจักรวาลทั้งกันคุณไสยและโรคภัย สี่...ลูกอมเจ็ดพญาช้างสาร (วัดบางวัว จ.ฉะเชิงเทรา) สร้างโดยหลวงพ่อดิ่ง โดดเด่นมากในเรื่องมหาอุด คงกระพัน และป้องกันเขี้ยวงาสัตว์ร้ายห้า...ลูกอมผงธูป (วัดบางปะกอก กรุงเทพฯ) สร้างโดยหลวงพ่อพริ้ง (หนึ่งในพระอาจารย์ของเสด็จเตี่ย กรมหลวงชุมพรฯ) โด่งดังด้านเมตตาและแคล้วคลาด กล่าวขานกันอีกว่า...ลูกอมยอดนิยมแห่งยุค ยังยกให้ ลูกอมมณีนพรัตน์ หรือ ลูกแก้วสารพัดนึก (วัดสะแก จ.อยุธยา) สร้างโดย หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ เป็นลูกอมเนื้อปูนผสมผงที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ผู้คนนิยมนำไปกำขณะนั่งสมาธิและใช้สวดมนต์คู่กับ “คาถามหาจักรพรรดิ”ศรัทธา...ความเชื่อ...เกี่ยวกับเรื่องนี้ชวนให้ติดตาม ในอดีตความเชื่อเรื่อง “ลูกอม” มีรากฐานมาจากวิชาเมตตามหานิยมในคติไสยศาสตร์ไทยผสมผสานอิทธิพลของพุทธคุณและคาถาอาคม คนโบราณเชื่อว่า...ของที่มีลักษณะกลม เกลี้ยง ไม่มีเหลี่ยมคม เปรียบเสมือนความสัมพันธ์ที่ราบรื่น พูดจากับใครก็กลมกล่อม เข้าหาผู้ใหญ่ก็ได้รับความเมตตา ติดต่อค้าขายก็มีแต่คนอุดหนุน...จึงเกิดการสร้างวัตถุมงคลรูปลักษณะคล้ายลูกกวาดขึ้นมา โดยนำผงวิเศษ ผงพุทธคุณ ดอกไม้แห้ง เกสร หรือมวลสารศักดิ์สิทธิ์มาปั้นเป็นก้อนกลม ก่อนปลุกเสกด้วยพระคาถาเมตตามหานิยม...บางสำนักเรียกว่า “ลูกอมมหาเสน่ห์” บางสำนักเรียกว่า “ลูกอมมหาลาภ” ขณะที่บางตำราถือว่าเป็นเครื่องรางสำหรับ “อุดปากอุดภัย” ป้องกันคำพูดร้าย การนินทา และคดีความกล่าวกันว่า...ผู้ที่พกลูกอมติดตัวจะมีวาจาเป็นทรัพย์ เจรจาธุรกิจสำเร็จ ผู้คนเอ็นดู มีลูกค้าเข้าร้านไม่ขาดสาย โดยเฉพาะในหมู่พ่อค้าแม่ค้า นักแสดง นักร้อง และนักการเมือง ลูกอมมักถูกมองว่าเป็นเสมือน “เครื่องมือเสริมพลังทางจิตใจ” ให้เกิดความมั่นใจเมื่อต้องพบปะผู้คนจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในมิติทางสังคมวิทยา จะพบว่าพลังที่แท้จริงของลูกอมอาจมิได้อยู่ที่ตัววัตถุเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก “ศรัทธา” ของผู้ครอบครอง เมื่อมนุษย์เชื่อว่าตนเองได้รับการคุ้มครอง ความวิตกกังวลก็ลดลง ความกล้าในการพูดคุย การเจรจา หรือการทำมาค้าขายก็เพิ่มมากขึ้นนับจากอดีตจนถึงปัจจุบัน...ผู้คนจำนวนไม่น้อยยังคงแสวงหาสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ บางคนพกพระเครื่อง บางคนสวมตะกรุด บางคนแขวนผ้ายันต์ ขณะที่อีกหลายคนเลือกเก็บ “ลูกอม” เม็ดเล็กๆไว้ในกระเป๋าสตางค์ หรือวางไว้หน้าร้านค้า เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจให้มีสติ อ่อนน้อม และรักษาคำพูดคำจาให้เป็นที่รักของผู้คน“ศรัทธา”...นำมาซึ่งปาฏิหาริย์? เชื่อไม่เชื่อโปรดอย่าได้...“ลบหลู่”.รัก–ยมคลิกอ่านคอลัมน์ “เหนือฟ้าใต้บาดาล” เพิ่มเติม