“ณรงค์” โต้ยื้อคดีฮั้ว สว. ลั่น กกต.ไม่ใช่ ไปรษณีย์ส่งศาลเลยไม่ได้ ต้องวินิจฉัยทุกสำนวน โอ่ไม่กดดันไม่เช่นนั้นลาออกไปแล้ว “วิโรจน์” ส่องไฟขัดแย้งใน มท. มอง 2 น.ค่ายสีน้ำเงินงัดข้อคล้าย “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” หักกันเพราะลูกน้องคนสนิท ชี้ “นฤชา” ข้ามหัว “อนุทิน” เพราะถือดีมี “เนวิน” เป็นแบ็กใหญ่ ส่อลุกลาม “มุ้งเนวิน” ระเบิดศึกชน “มุ้งอนุทิน” ถ้าเคลียร์ไม่จบเป็นสัญญาณอันตรายรัฐบาล “สุทิน” ห่วงกระทบผลักดันนโยบายสำคัญ แต่เชื่อไม่เกินมือ “เสี่ยหนู” ดับไฟ ชี้ พท.ยังหวังแสวงหาความร่วมมือแก้ รธน. ประธาน กกต.พร้อมเลือกผู้ว่าฯ กทม.-พัทยา 28 มิ.ย. กำชับ กปน.ย้ายที่ลงคะแนนหนีฝน ยึดระเบียบเข้ม ตั้งเป้าคนกรุงออกมากาบัตรร้อยละ 70จากกรณีนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ทยอยเปิดเผยหลักฐานคดีฮั้ว สว.อย่างต่อเนื่อง เรียกร้องกดดันให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาดำเนินคดี ผู้ที่ถูกคณะทำงานชุดไต่สวนชุดที่ 26 ชี้มูลความผิด 229 ราย ล่าสุดนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต.ยืนยันว่า กกต.ไม่ได้ยื้อเวลา จะพิจารณาวินิจฉัยตามพยานหลักฐานให้แล้วเสร็จทันกรอบเวลา“ณรงค์” โต้ กกต.ไม่ใช่ไปรษณีย์เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 มิ.ย.ที่โรงเรียนบ้านบางกะปิ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้าคดีฮั้วเลือก สว.ว่า กกต.ประชุมพิจารณาเรื่องดังกล่าวทุกวันจันทร์ ประชุมมาแล้ว 3 ครั้ง จากที่กำหนดไว้ 12 ครั้ง วันจันทร์ที่จะถึงนี้เป็นครั้งที่ 4 คิดว่าจะเสร็จตามกรอบกฎหมาย ขณะนี้มีแรงกดดันเยอะมาก อยากให้ กกต.ส่งเรื่องไปเลย อยากเรียนว่าทำไม่ได้ เมื่อมีเรื่องร้องเรียน กกต. มีหน้าที่สืบสวนและวินิจฉัยทุกเรื่องว่าจะยกคำร้องหรือส่งศาลวินิจฉัย พูดง่ายๆ กกต.ไม่ใช่ไปรษณีย์ที่ใครส่งเรื่องมาแล้วเราจะส่งต่อศาล เราทำไม่ได้และผิดกฎหมายด้วย ต้องมีคำวินิจฉัยทุกเรื่อง กกต.จะยื้อมั้ย ไม่ยื้อครับ ผมยืนยันมาตลอดว่าจะให้เสร็จภายใน 12 นัด เราประชุมทุกวันจันทร์แต่ที่ไม่ประชุมทุกวัน เพราะมีประชุมเรื่องอื่นด้วย เช่น เลือกตั้งท้องถิ่นและเลือกตั้ง กทม. และสำนวนมากต้องให้โอกาส กกต.ดูสำนวน เราไม่ได้ดูความเห็นของคณะอนุกรรมการฯใดอนุกรรมการฯ หนึ่งแล้วชี้ว่าเอาตรงนี้ ไม่ใช่ครับ เราดูทั้งหมดชี้ไม่กดดัน ไม่งั้นลาออกไปแล้วเมื่อถามว่านายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ออกมาเปิดเผยหลักฐานคดีฮั้ว สว.อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดของ จ.นครพนม จะหยิบมาพิจารณาเพิ่มเติมหรือไม่ นายณรงค์กล่าวว่า หลักฐานทั้งหมดอยู่ในสำนวน ส่วนตัวไม่ได้มีโอกาสดูว่านายพริษฐ์พูดอย่างไร แต่ขอให้เชื่อมั่นว่าหลักฐานทั้งหมดในสำนวนต้องถูกหยิบยกมาพิจารณา ทั้งพยานบุคคล พยานเอกสารและพยานทางวิทยาศาสตร์ เส้นเงินทางโทรศัพท์พิจารณาทั้งหมด เมื่อถามว่ารู้สึกกดดันหรือไม่ เพราะฝ่ายค้านจี้เรื่องนี้มาตลอด ประธาน กกต.กล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกกดดันในการทำคดีนี้ เพราะถือว่าทำตามหน้าที่และกรอบของกฎหมาย ถ้ากดดันคงลาออกไปแล้วตรวจความพร้อม ลต.ผู้ว่าฯ กทม.วันเดียวกัน เวลา 09.00 น. ที่โรงเรียนบ้าน บางกะปิ นายณรงค์พร้อมคณะลงพื้นที่โรงเรียนบ้านบางกะปิ เขตบางกะปิ และสำนักงานเขตบึงกุ่ม ตรวจเยี่ยมสังเกตการณ์การส่งมอบ-ตรวจรับบัตรเลือกตั้ง หีบบัตร คูหาและวัสดุอุปกรณ์ เตรียมพร้อมการจัดหน่วยเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และผู้ว่าฯ กทม. วันที่ 28 มิ.ย. กำกับดูแลทุกขั้นตอนการจัดการเลือกตั้งให้พร้อมสูงสุด คำนึงถึงความสะดวก ความถูกต้องและความเชื่อมั่นของประชาชนเป็นสำคัญ ทั้งการบริหารจัดการ การอำนวยความสะดวกผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เตรียมพร้อมบุคลากรผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งคาดคนกรุงกาบัตรร้อยละ 70นายณรงค์กล่าวว่า ครั้งนี้ได้อบรมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) เป็นพิเศษ คิดว่าประธานกก.ประจำหน่วยเลือกตั้งจะเป็นหลักให้กรรมการประจำหน่วยนั้นได้ และกำชับไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดหรือข้อสงสัยอะไรเลยในการทำหน้าที่ของ กปน. กปน.เป็นงานอาสา แต่ต้องมีความรับผิดชอบ ทั้งประธานและ กปน. ครั้งนี้น่าจะผิดพลาดน้อยลง เพราะเราพยายามถอดบทเรียนและอบรมประธานกปน.ทั้ง 6,000 กว่าหน่วยแบบเข้มข้น การทำงานตรงนี้มีแรงกดดัน เพราะมีทั้งคนได้คนเสีย แต่กปน.ทำในกรอบหน้าที่คงไม่เข้าข้างใคร ทำตามกฎ ตามระเบียบ คาดว่าจะทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการภายในเวลา 21.00 น. เลือกตั้งปี 65 มีผู้ออกมาใช้สิทธิประมาณ 60% เชื่อว่าครั้งนี้จะมีผู้ออกมาใช้สิทธิประมาณ 70% ก็พอใจแล้วเตือนซื้อเสียงถูกตัดสิทธิการเมืองประธาน กกต.กล่าวต่อว่า ผู้สมัครรับเลือกตั้งเมื่อเข้าสู่การเมืองน่าจะทราบกฎระเบียบดี โดยเฉพาะกฎหมายเลือกตั้งมีโทษทางอาญาด้วย โดยเฉพาะการซื้อเสียงเป็นสิ่งไม่ควรทำ ถ้ามีข้อร้องเรียนแล้วจับได้ ถ้า กกต.วินิจฉัยว่ามีความผิด อาจถูกตัดสิทธิทางการเมือง ไม่คุ้มกับการที่จะไปซื้อเสียง เพื่อมาในสภาฯหรือผู้บริหารท้องถิ่น ขอเชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ก.และผู้ว่าฯ กทม.เวลา 08.00-17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่มีชื่อ ร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนา กทม. ผ่านพลังแห่งประชาธิปไตยกำชับ กปน.ทำตามระเบียบเข้มขณะที่เวลา 10.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต.แถลงข่าวความพร้อมจัดการเลือกตั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาได้แจกจ่ายอุปกรณ์สำหรับ กปน.ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯและเมืองพัทยา เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เน้นให้ความสำคัญการเฝ้าระวังภัยธรรมชาติ เช่น กรณีฝนตก ฯลฯ กกต.ได้แจ้งไปยัง ผอ.เลือกตั้งประจำกรุงเทพฯและชลบุรีให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 2 แห่ง เฝ้าระวังภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นและมีเงื่อนไขตามกฎหมาย กรณีต้องงดการลงคะแนนหรือเปลี่ยนที่ลงคะแนน ให้ดำเนินการตามระเบียบกฎหมาย ถือเป็นเรื่องสำคัญขนคนไปลงคะแนนผิดกฎหมายรองเลขาธิการ กกต.กล่าวอีกว่า สำหรับผู้สมัครและผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้สนับสนุนตั้งแต่ 18.00 น.วันที่ 27 มิ.ย.ห้ามผู้ใดโฆษณาหาเสียง ไม่ว่าจะเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครใด เพราะมีความผิดตามกฎหมาย โดยเฉพาะการขนคนไปลงคะแนน ด้วยการจัดยานพาหนะให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปยังสถานที่เลือกตั้งและกลับจากที่เลือกตั้งโดยไม่ต้องเสียค่าโดยสาร หรือค่าจ้างไม่สามารถทำได้ เป็นความผิดตามกฎหมายการให้เงิน ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อจูงใจให้ไปเลือกผู้สมัครรายใดรายหนึ่ง รวมถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งเองที่เรียกรับผลประโยชน์ หรือประโยชน์อื่นใดเพื่อจะไปเลือกหรือไม่เลือกใครมีความผิด ต้องขอความร่วมมือผู้บังคับบัญชาหรือนายจ้างในการใช้สิทธิเลือกตั้งของผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้ใดขัดขวาง หน่วงเหนี่ยวหรือไม่ให้ความสะดวก โดยไม่มีเหตุอันควรในการใช้สิทธิเลือกตั้งของผู้ใต้บังคับบัญชาจะมีความผิดตามกฎหมายชวน ปชช.ร่วมสังเกตการณ์โกง ลต.“นอกจากนี้ ขอเชิญชวนประชาชน ร่วมสังเกตการเลือกตั้ง ซึ่งผู้ใช้สิทธิมีสิทธิสังเกตตั้งแต่กระบวนการเลือกตั้งการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง รวมถึงกระบวนการลงคะแนน นับคะแนน หากมีข้อสงสัยหรือมีประเด็นใดที่ไม่ชอบมาพากล สามารถทักท้วงคัดค้านต่อคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้ เพื่อให้การเลือกตั้งในวันที่ 28 มิ.ย.เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วน” ว่าที่ร.ต.ภาสกรกล่าวตร.กำชับกำลังพลวางตัวเป็นกลางพล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.(ด้านความมั่นคง) ให้ความสำคัญและกำชับการเตรียมพร้อมรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง ส.ก. ผู้ว่าฯ กทม. สมาชิกเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยาวันที่ 28 มิ.ย. มอบหมายให้พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้ช่วย ผบ.ตร.เป็นประธานประชุมเตรียมพร้อมกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยตลอดช่วงเวลาการจัดการเลือกตั้ง มีข้อสั่งการสำคัญไปยังหน่วยปฏิบัติ พร้อมกำชับตำรวจทุกนายวางตัวเป็นกลางทางการเมืองอย่างเคร่งครัด ระมัดระวังการกระทำที่ส่อไปทางกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งอย่างเคร่งครัดห้ามถ่ายรูปบัตรกาแล้ว–ฉีกบัตร ลต.พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าวว่า ตร.ย้ำเตือนห้ามซื้อสิทธิขายเสียง ห้ามนำบัตรเลือกตั้งออกจากหน่วยเลือกตั้ง ห้ามถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้ว ห้ามฉีกทำลายบัตรเลือกตั้ง รวมทั้งห้ามผู้ใดขายจ่ายแจก หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิดในเขตเลือกตั้ง ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 27 มิ.ย.จนถึงเวลา 18.00 น.วันที่ 28 มิ.ย.อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 มีโทษหนักทั้งจำทั้งปรับ หากพี่น้องประชาชนพบเห็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง เช่น การซื้อสิทธิขายเสียง การลักลอบจำหน่ายสุราในเวลาที่ห้าม การก่อกวนความสงบเรียบร้อย หรือได้รับความเสียหาย สามารถแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงขอฝ่ายค้านอภิปรายงบฯไม่สาดโคลนวันเดียวกัน นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย พูดชัดเจนว่า ให้รัฐมนตรีทุกคนชี้แจงและตอบข้อซักถามของ สส.อย่างเต็มที่ เชื่อว่ารัฐบาลจะใช้งบฯทุกบาทเพื่อแก้ไขปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนอย่างแท้จริง จะใช้อย่างคุ้มค่าเพื่อแก้ปัญหาของประชาชนและมีความโปร่งใส จึงขอให้ฝ่ายค้านอภิปรายด้วยข้อเท็จจริง เน้นหลักฐานที่จับต้องได้ ไม่ใช่เน้นอารมณ์เพียงเพื่อความสะใจ ไม่เกิดประโยชน์อะไรกับประชาชนเลย หากฝ่ายค้านห่วงใยประเทศก็ควรอภิปรายแบบติเพื่อก่อ พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขอย่างเป็นเหตุเป็นผล ไม่ใช่อภิปรายแบบสาดโคลนเพื่อหวังคะแนนเสียงเพียงอย่างเดียวนายกฯ ปธ.เหรียญหลวงพ่อทวดเมื่อเวลา 09.50 น. ที่วัดห้วยมงคล ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานพิธีพุทธาภิเษกเหรียญหลวงพ่อทวด รุ่น “ปลอดโรค ปลอดภัย” โดยมูลนิธิพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี (มูลนิธิ สอน.) จัดหารายได้พัฒนา สอน. สนับสนุนการดำเนินงานสถานีอนามัยพระราชทาน 92 แห่งทั่วประเทศ มีนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ร่วมพิธี นายกฯได้กราบนมัสการพระพิศาลสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคล และสนทนาธรรม สักการะบูชาองค์หลวงพ่อทวด ก่อนเข้าปะรำพิธีส่งที่เจิมให้เจ้าอาวาสเจิมตู้เทียนชัย จุดเทียนชนวนส่งให้เจ้าอาวาสจุดเทียนชัย จากนั้นจุดเทียนอ่างน้ำมนต์ พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์พุทธาภิเษก ต่อมานายกฯร่วมถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ กรวดน้ำรับพร พระสงฆ์โปรยข้าวตอกดอกไม้บริเวณพิธีก่อนโปรยข้าวตอกดอกไม้ จากนั้นพระสงฆ์ประพรมน้ำมนต์แก่นายกฯ “กุลวลี” ลุยหาดนุ้ยแก้รุกป่าสงวนน.ส.กุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า กมธ.ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนและที่สาธารณะบริเวณหาดนุ้ย การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว การเปิดทางสาธารณะลงหาด การใช้นอมินีชาวต่างชาติถือครองหรือครอบครองพื้นที่บริเวณหาดนุ้ยและหาดบางเทา จ.ภูเก็ต รับฟังข้อมูลและติดตามความคืบหน้าปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่อุทยานแห่งชาติและพื้นที่ชายฝั่ง ขอเอกสารเพิ่มเติมจากหน่วยงานต่างๆ นำเข้าสู่การพิจารณาของ กมธ. ที่หาดนุ้ยบางจุดสภาพป่าเสื่อมโทรม พบนกเงือกบ่งชี้ความอุดมสมบูรณ์ของป่า แต่นำไปออกเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.ต้องตรวจสอบมีคุณสมบัติเหมาะสมทำการเกษตรหรือไม่ กมธ.จะติดตามข้อมูลจากสำนักงานที่ดินจังหวัดและอำเภออย่างใกล้ชิด ก่อนนำข้อเท็จจริงไปพิจารณาผลักดันแนวทางแก้ไขปัญหาและคืนความเป็นธรรมให้ประชาชน“กรวีร์” รับมาเฟียยังเกลื่อนภูเก็ตนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภท.ประธานวิปรัฐบาล โพสต์เฟซบุ๊กว่า กมธ.การปกครองลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต เห็นความจริงที่ต้องยอมรับยังมีผู้มีอิทธิพลระบบมาเฟีย ธุรกิจผิดกฎหมายเปิดกันไม่เกรงกลัวกฎหมาย น่ากลัวยิ่งกว่ายังมีเจ้าหน้าที่รัฐบางคนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา เรียกรับผลประโยชน์ เป็นหน้าที่รัฐทำให้กฎหมายใช้ได้จริงกับทุกคน ไม่มีข้อยกเว้น โดยเฉพาะกับผู้มีอิทธิพล ช่วงค่ำมีข่าวจับกุมข้าราชการระดับสูงใน จ.ภูเก็ต ขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยที่กล้าดำเนินการ ราชสีห์ที่แท้จริงไม่ใช่ผู้ใช้อำนาจหาประโยชน์ไม่กินเศษเนื้อจากใคร คนที่เอาเครื่องแบบไปแลกกับส่วย เอาศักดิ์ศรีไปแลกผลประโยชน์ ไม่ใช่ราชสีห์“พลพีร์” โต้ปิดปากแชต “ช่วยน้ำเงิน”เมื่อเวลา 17.20 น. ที่ศูนย์จัดแสดงสินค้า อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีตำรวจ บก.ปปป.จับกุมนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ว่า เท่าที่ทราบเป็นเรื่องการรับส่วยสอบข้าราชการท้องถิ่น เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม เรื่องผู้มีอิทธิพลและส่วย จ.ภูเก็ต กรมการปกครองสอบสวนอยู่แล้ว ที่สอบช้าเพราะนายรุ่งเรืองใช้สิทธิ์ลาถึง 2 ครั้ง ครั้งละ 10 วันเกือบหนึ่งเดือน การสืบสวนยังคงดำเนินต่อไป ห้วงเวลาที่นำตัวมาช่วยราชการอาจเกินเวลา จึงต้องส่งกลับพื้นที่ก่อน คาดว่าจะรู้ผลเร็วๆนี้ อยากขอว่าเมื่อถูกหมายเรียกแล้วขอให้เข้ามาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อกรม ถ้ารักกระทรวงมหาดไทยให้ความร่วมมือกับอธิบดี ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ไม่ผิดคือไม่ผิด เมื่อถามว่าจะถูกมองว่ายัดคดีให้ปลัดจังหวัดภูเก็ต เพื่อตัดตอนหลังออกมาแฉแชต ช่วยน้ำเงินด้วยหรือไม่ นายพลพีร์กล่าวว่า ยัดคดีไม่ได้เลย การสอบท้องถิ่นไม่ใช่เรื่องปีนี้ เป็นเรื่องผูกพันกันมา แปลว่าท่านรู้เรื่องอยู่ก่อนแล้วหรือไม่ ไม่ได้ปฏิบัติตามเพื่อการป้องกันหรือไม่ หรือไม่ได้แจ้งมาที่กรมและผู้บังคับบัญชาหรือไม่นัด “ขิง–กฟภ.–กฟน.” ถกค่าไฟทางนายพลพีร์กล่าวอีกว่า วันที่ 28 มิ.ย. จะหารือร่วมกับนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน รวมถึงการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อหาแนวทางจัดสรรงบฯวงเงินประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ดูแลระบบไฟฟ้าสาธารณะและไฟส่องสว่างบนถนน ทั้งนี้ จะพิจารณาว่างบฯหรือรายได้ส่วนใดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำมารับผิดชอบได้ เพื่อไม่ให้เป็นภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ก่อนนำข้อสรุปเสนอต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย หลังกลับจากประเทศฝรั่งเศส เพื่อพิจารณาเรื่องนี้“วิโรจน์” ชี้ 2 น. งัดข้อคล้าย “บิ๊กตู่-พี่ป้อม”วันเดียวกัน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค ปชน.ให้สัมภาษณ์ถึงความขัดแย้งภายในกระทรวงมหาดไทยของค่ายสีน้ำเงินว่า คิดว่าต้องเร่งเคลียร์ไม่งั้นทำงานต่อกันลำบาก เวลาผู้มีอำนาจทะเลาะกัน หรือหักกันและยอมกันไม่ได้ สาเหตุมักมาจากลูกน้องคนสนิททั้งนั้น ยกตัวอย่างกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกฯกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ สาเหตุหนึ่งที่หักกันด้วยเรื่องลูกน้องคนสนิท จากข้อมูลที่หลายคนตั้งข้อสังเกตถึงเส้นทางการเติบโตของนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เป็นคนที่นายเนวิน ชิดชอบ ให้การสนับสนุน การกระทำนายนฤชาหลายเหตุการณ์ข้ามหัวนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย แบบไม่เกรงใจ ที่หนักกว่านั้นคือเตือนก็ไม่ฟังด้วย แถมมีให้ใครบางคนที่นายอนุทินเกรงใจโทร.มาเคลียร์ด้วย ข่าวเขาเล่ากันมาอย่างนี้ หลายคนบอกนายนฤชาเชื่อมั่นว่าตัวเองมีแบ็กดี แต่คนแบ็กดีอย่างไรทำงานก็ต้องฟังผู้บังคับบัญชา แต่ถ้าเตือนแล้วไม่ฟังแถมต่อสายไปหาแบ็กแล้วให้แบ็กมาเบิ้ลผู้บังคับบัญชาของคุณ มันจะอยู่กันอย่างไรเคลียร์ไม่จบสัญญาณอันตรายรัฐบาลนายวิโรจน์กล่าวว่า ศึกในมหาดไทยรอบนี้มองว่า คราวนี้อาจจะยังไม่ถึงกับจุดแตกหัก แต่ว่าเป็นเหมือนฝีกลัดหนองไปเรื่อยๆ นายอนุทินจะปกครองอย่างไร ถ้ามีมือที่มองไม่เห็นสั่งการข้ามหัวนายกฯได้ มีคนเตือนไม่ฟัง สั่งก็ไม่เชื่อ แล้วสร้างปัญหาเกิดขึ้นแบบไม่เว้นแต่ละวัน คนรับผิดชอบการแก้ปัญหาประเทศหากผิดพลาดคือผู้เป็นนายกฯ ไม่ใช่ผู้ที่อยู่หลังม่าน หลายคนที่พูดกับตนเขาบอกว่าหากเป็นเรื่องจริงตามเสียงร่ำลือ เขาเห็นใจนายอนุทินด้วยซ้ำไปว่าต้องเจอกับอะไรที่ไม่เป็นมืออาชีพแบบนี้ เมื่อถามว่าแผลกลัดหนองอยู่ จะถึงขั้นติดเชื้อลุกลามไปถึงขั้นต้องปรับ ครม.หรือลามไปถึงการยึดเก้าอี้มหาดไทยหรือไม่ นายวิโรจน์กล่าวว่า ถ้าเคลียร์กันได้ก็จะเคลียร์กันเลย ไปต่อกันได้ แต่ถ้าเกิดการเคลียร์ซ้ำเคลียร์ซ้อน เคลียร์ 2-3 รอบก็ไม่จบ เพราะผู้ใต้บังคับบัญชาไม่เผาผีกัน แบบกรณี พล.อ.ประวิตรและ พล.อ.ประยุทธ์ สุดท้ายมันทำงานกันต่อไปได้ลำบากมาก และคือสัญญาณอันตรายของรัฐบาล เพราะไม่มีใครอยากปลดลูกน้องคนสนิท ตัดมือตัดไม้ของตนเองทั้งคู่2 มุ้งแทงกันเละไม่มีใครยอมใครนายวิโรจน์กล่าวอีกว่า สมมติว่าเรื่องร่ำลือนี้เป็นเรื่องจริง ต้องย้ำว่าคำว่า ลูกน้องคู่ใจ มันไม่ได้มีแค่คนเดียว อาจกลายเป็นการชนกันระหว่างมุ้งนายเนวินและมุ้งนายอนุทิน แต่ตำแหน่งมันมีจำกัด เสือตัวหนึ่งอยู่ เสืออีกตัวต้องไปจากถ้ำ เป็นเรื่องที่น่ากังวลน่าผิดหวังมากๆ แทนที่จะมาทำงานให้ประชาชนเป็นที่ตั้ง ชาวบ้านก็มองความขัดแย้งแบบตาปริบๆ ขณะที่เหล่าข้าราชการในกระทรวงที่ทำงานอย่างซื่อสัตย์ สุจริต พวกเขาจะทำงานกันอย่างไรบนความขัดแย้งครั้งนี้ที่มีสีน้ำเงินเข้มกับสีน้ำเงินอ่อน มีสีน้ำเงินหลายเฉดด้วย เป็นสีน้ำเงินผู้รับเหมาหรือสีน้ำเงินปราสาทสายฟ้า วุ่นวายเพราะมันคนละเฉด ถ้าเคลียร์ไม่จบจะเกิดการบ่อนทำลายกันเองไปมาเรื่อยๆ แบบที่สนิมเกิดจากเนื้อในตนเดาจุดจบไม่ได้เลย ต้องตามกันต่อไป แต่มั่นใจว่า มุ้งของนายอนุทินก็จะแทงมุ้งของนายเนวิน มุ้งนายเนวินจะแทงมุ้งของนายอนุทิน แล้วคราวนี้ล่ะ ข้อมูลทั้งหลายจะไหลออกมาเละตุ้มเป๊ะ เพราะถ้ามีอีโก้หรือผลประโยชน์กันแล้ว มันไม่มีใครยอมใครเชื่อปัญหา มท.ไม่เกินมือ “อนุทิน” นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงความขัดแย้งในกระทรวงมหาดไทยจะกระทบรัฐบาลหรือไม่ว่า ปัญหาความขัดแย้งใน มท.น่าห่วง เชื่อว่าจะกระทบกับการผลักดันนโยบายสำคัญของรัฐบาล แต่เชื่อว่าปัญหานี้จะแก้ไขได้ในไม่ช้า เพราะ รมว.มหาดไทยเป็นนายกฯ ด้วยอำนาจที่สมบูรณ์เช่นนี้ กับปัญหาที่เห็นอยู่ เชื่อว่าไม่เกินมือนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ที่มีอำนาจเต็มทั้งคุมประเทศและคุมกระทรวงมหาดไทย คงไม่มีอำนาจอื่นใดเข้ามาแทรกแซงอำนาจท่านได้ ส่วนปัญหาเหล่านี้จะมาจากสาเหตุอะไร ดูแล้วมันมีทุกกระทรวง โดยเฉพาะหากระบบการแต่งตั้งโยกย้ายไม่ยึดหลักคุณธรรม มักจะมีปัญหาแบบนี้ตามมา ฉะนั้นใครจะเข้ามาบริหารประเทศต่อไปต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ให้มากด้วยพท.มุ่งหาความร่วมมือแก้รัฐธรรมนูญนายสุทินกล่าวถึงความคืบหน้าการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรค พท.ว่า เป้าหมายเราคือการแก้ไขให้สำเร็จ ไม่ใช่แค่เพียงได้ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราจึงปรับเนื้อหาตามสถานการณ์มาตลอด จนล่าสุดเมื่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีความเห็นว่าการเลือก ส.ส.ร.ไม่ขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้เราต้องทบทวนอีกครั้งหนึ่ง ส่วนที่พรรค ภท.บอกว่า เป็นเพียงความเห็นไม่ใช่คำวินิจฉัยจึงไม่มีผลผูกพัน เราเคารพความเห็นของทุกพรรคเพราะเราจะแก้ไขคนเดียวไม่ได้ แม้เราเคารพความเห็นทุกพรรค แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเอาความวิตกกังวลพรรคอื่นมาเป็นปัญหาและอุปสรรค เราพยายามทำความเข้าใจและแสวงหาความร่วมมือกับทุกฝ่าย ส่วนจะยื่นร่างแก้ไขได้เมื่อไหร่ คงต้องรอความพร้อมของหลายฝ่ายที่จะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยเช่นกัน เพราะก่อนหน้านี้ประธานรัฐสภาจะบรรจุวาระแก้ไขรัฐธรรมนูญช่วงต้นเดือน ก.ค. แต่ตอนนี้มีแนวโน้มว่าจะขยับออกไปเพื่อรอร่างของภาคประชาชน เมื่อถึงวันพิจารณาเชื่อว่าร่างของพรรค พท.จะเสร็จสิ้นและได้พิจารณาไปพร้อมกันอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่