ไฟใต้คุโชน “ปัตตานี” ระอุ คนร้ายประกบยิง อส.ยะรัง สิ้นใจคาถนน ขณะขี่ รถ จยย.กลับบ้าน หลังไปส่งลูกชายเข้าโรงเรียนตาดีกา ด้าน อ.ทุ่งยางแดง ยังรุนแรงไม่เลิก มือมืดกดบึมตูมสนั่นหน้า ร.ร.ปอเนาะ พ่อแม่ลูกขับรถกระบะผ่านมาเจ็บยกครัว 4 คน ขณะที่ “ยะลา” เดือดไม่แพ้กัน กลุ่มชายสวมชุดดำไอ้โม่งคลุมหน้าตั้งด่านโบกเรียกรถบรรทุกสินค้า ไล่คนขับพร้อมเด็กรถลง ก่อนจุดไฟเผารถและสินค้าไหม้วอด แฉเป็น “จุดมรณะ” เคยลอบก่อเหตุระเบิดรถรองผู้ว่าฯ กับเผารถทัวร์มาแล้ว3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับมาระอุอีกครั้ง คนร้ายลอบก่อเหตุรุนแรงรายวันเพื่อสร้างความหวาดกลัว ขณะที่การข่าวด้านความมั่นคงยังล้าหลังไม่ทันสถานการณ์ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนผู้บริสุทธิ์ตกเป็นเป้าสังหาร เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 27 มิ.ย. พ.ต.อ.วรินทร์ วันธงชัย ผกก.สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี รับแจ้งมีคนร้ายใช้ปืนยิงเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดนเสียชีวิต บนถนนในหมู่บ้านต้นมะขาม หมู่4 ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ไปที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.อ.ศุภกร พึ่งรศ รอง ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง บริเวณสี่แยกกลางหมู่บ้านพบรถ จยย.ฮอนด้า เวฟ สีแดง ทะเบียน 1 กญ 6203 ปัตตานี ล้มริมถนน ใกล้กันพบศพนายอับดุลเลาะ ยามา อส.อ.ยะรัง สวมเสื้อเชิ้ต นุ่งโสร่ง ถูกยิงด้วยปืน 9 มม. เข้าลำตัวและศีรษะนอนตายจมเลือด มีปลอกกระสุน 9 มม. ตกอยู่ 5 ปลอกสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายขี่รถจยย.ไปส่งลูกชายเข้าเรียนที่โรงเรียนตาดีกา ระหว่างกลับบ้านมาถึงสี่แยกในหมู่บ้าน มีคนร้าย 2 คน ขี่รถ จยย.ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน-ดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ปรี่เข้าประกบ คนขี่สวมเสื้อแขนยาวสีม่วง นุ่งกางเกงขายาวสีเบจ สวมหมวกกันน็อก ส่วนคนซ้อนท้ายแต่งกายคล้ายหญิงมุสลิม สวมฮิญาบอำพรางใบหน้า นุ่งกางเกงวอร์มสีน้ำเงิน ใช้ปืนพกยิงจ่อยิงในระยะประชิด กระสุนถูกผู้ตายจนรถเสียหลักล้มลงเสียชีวิตคาที่ ก่อนเร่งเครื่องหนีไปอย่างรวดเร็ว หน่วยความมั่นคงเชื่อว่าเป็นฝีมือกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่เช้าวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.ปัตตานี พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.ปัตตานี เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด กรณีเมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 26 มิ.ย. ร.ต.อ.สมพล เพียรดี รอง สว.(สอบสวน) สภ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดหน้าโรงเรียนสอนศาสนาปอเนาะ หมู่ 3 บ้านเขาดิน ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง มีชาวบ้านบาดเจ็บ 4 ราย ประสานตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองเข้าตรวจสอบ พบรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บน 8024 ปัตตานี หน้ารถถูกแรงอัดระเบิดพังยับ เศษชิ้นส่วนรถกระจายทั่วบริเวณ ผู้บาดเจ็บทั้ง 4 ราย เป็นพ่อแม่และลูกชาย 2 คน ถูกนำส่ง รพ.ทุ่งยางแดง ทราบชื่อนายซูเฟียน เจ๊ะแม็ง น.ส.รอฟีอะห์ มาหามะ ด.ช.ซัมซี เจ๊ะแม็ง วัย 8 เดือน และ ด.ช.อับดุลเราะห์หมัด เจ๊ะแม็ง วัย 2 ขวบ ทั้งหมดมีอาการหูอื้อ แน่นหน้าอก ไม่มีผู้ใดถูกสะเก็ดระเบิด อาการโดยรวมพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์สอบสวนทราบว่า ขณะที่ครอบครัวดังกล่าวขับรถกระบะออกจากบ้านไปทำธุระ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุคนร้ายได้กดชนวนระเบิดแสวงเครื่อง น้ำหนัก 15 กก. ที่ซุกซ่อนไว้ใต้พื้นถนน สะเก็ดระเบิดกระเด็นถูกห้องเครื่องรถพังเสียหาย และทำให้รถไถลออกจากจุดเกิดเหตุไปราว 50 เมตร เศษปูนพื้นถนนกระเด็นไปถูกบ้านเรือนข้างเคียงไกลถึง 100 เมตร หน่วยความมั่นคงเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่ยังคงเคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.ทุ่งยางแดง และคาดว่าคนร้ายเข้าใจผิดคิดว่ารถกระบะของชาวบ้านคันดังกล่าวเป็นรถยนต์ของเจ้าหน้าที่รัฐผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่ อ.ทุ่งยางแดงเป็นพื้นที่สีแดงเกิดเหตุร้ายต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.9 ในฐานะรอง ผอ.ศปก.ตร.สน. เพิ่งมีคำสั่งเด้ง พล.ต.ต.สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผบก.ภ.จ.ปัตตานี และ พ.ต.อ.สมบัติ ซุ้นหั้ว ผกก.สภ.ทุ่งยางแดง ไปช่วยราชการที่ ศปก.ตร.สน. ขาดจากต้นสังกัดเดิม สืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. อบต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี จัดงานแข่งขันกีฬา “พิเทนเกมส์ 2569” เดิมจะมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด แต่เนื่องจากติดภารกิจ ได้มอบหมายให้นายโกรศร วิศิษฏ์วงศ์ ที่ปรึกษา เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่แทนกระทั่งช่วงสายวันงาน เจ้าหน้าที่พบระเบิดแสวงเครื่องตั้งเวลาด้วยวงจรดิจิทัลในสวนยางพารา ข้างสนามกีฬา อบต.พิเทน เจ้าหน้าที่อีโอดีเข้าเก็บกู้เอาไว้ได้ ต่อมาช่วงเย็นวันเดียวกัน ยังเกิดระเบิดขึ้นข้างสนามกีฬา อบต.พิเทน ห่างจุดที่พบระเบิดลูกแรกที่เก็บกู้ไว้ได้แค่ 50 เมตร สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนภายในงานอย่างมาก ในหนังสือคำสั่ง ผบช.ภ.9 ระบุเหตุผลการสั่งย้ายว่า มาจากมาตรการรักษาความปลอดภัยที่หละหลวม ชี้ว่า ตำรวจที่มีหน้าที่รับผิดชอบในพื้นที่ต้องประเมินสถานการณ์ให้สูงกว่าปกติ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรัดกุม รอบคอบ แต่กลับมิได้ดำเนินการให้เป็นไปตามที่ควรจะเป็น ส่งผลให้เกิดเหตุระเบิดสร้างความเสียหายดังกล่าวจ.ยะลา เกิดเหตุความไม่สงบขึ้นเช่นกัน พล.ต.ต.กองอรรถ สุวรรณขำ ผบก.ภ.จ.ยะลา สั่งการให้กำลังตำรวจเข้าควบคุมพื้นที่ พร้อมกำชับชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) นปพ.จ.ยะลา เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 10 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด เพิ่มความระมัดระวังเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากเป็นช่วงทางโค้งเกรงคนร้ายวางระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ หลังเมื่อช่วงเวลา 5 ทุ่มเศษคืนวันที่ 26 มิ.ย. มีกลุ่มคนร้าย 8-10 คน แต่งกายชุดดำคล้ายทหารพราน สวมหมวกไหมพรมคลุมหน้า ใส่ถุงมือ และเสื้อเกราะ สะพายปืนยาว ใช้รถยนต์ 4 คัน ไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียน ตั้งด่านปิดกั้นเส้นทางบนถนนสาย 410 (ยะลา-เบตง) ช่วงหัวสะพานโค้งมัสยิดบ้านคลองน้ำขุ่น หมู่ 5 บ้านกาโสด ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา และได้โบกเรียกรถบรรทุก 10 ล้อ ขนสินค้าของบริษัทขนส่งสินค้า เบตง-จั้วหลีฮวด ที่ใช้ในเส้นทางกรุงเทพฯ-หาดใหญ่-เบตง จะนำสินค้าไปส่ง อ.เบตง จ.ยะลา ให้จอดรถจากนั้นบังคับให้คนขับและเด็กรถรวม 2 คนลงจากรถ ก่อนจุดไฟเผารถบรรทุก พร้อมสินค้าเป็นข้าวสาร 250 กระสอบ และสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ ที่บรรทุกมาเต็มคันจนเกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง และมีเสียงระเบิดดังเป็นระยะ หลังเกิดเหตุกลุ่มคนร้ายแบ่งเป็น 2 ชุดแยกย้ายหลบหนีออกจากพื้นที่ ชุดแรกใช้รถยนต์ 2 คัน มุ่งหน้าไปทาง อ.เบตง และชุดที่สองใช้รถอีก 2 คันย้อนกลับไปทาง อ.บันนังสตา จ.ยะลา เหตุครั้งนี้ไม่มีการปะทะและไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต สำหรับพื้นที่เกิดเหตุ หมู่ 5 บ้านคลองน้ำขุ่น ต.บันนังสตา คนร้ายเคยลอบวางระเบิดรถยนต์คณะรอง ผวจ.ยะลา เป็นเหตุให้นายอิศรา ทองธวัช รอง ผวจ.ยะลา นายเชาวลิต ไชยฤกษ์ ป้องกันจังหวัด และนายสะตอปา เจ๊ะเลาะ คนขับรถ เสียชีวิตรวม 3 ศพ เมื่อวันที่ 5 เม.ย.56 และในจุดเดียวกันนี้ คนร้ายยังลอบวางเพลิงเผารถทัวร์ สายกรุงเทพฯ-เบตง เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.60 ด้วยเช่นกันอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่