“นิกร” สวนหมัด “เท้ง” โต้บิดเบือนความเห็นประธานศาล รธน. จวกยับผู้นำ ฝ่ายค้านทำตัวเป็นกัปตันเรือเจ้าปัญหา ซัดอย่าเอา รธน.มาเล่นการเมืองจนทำคนไทยฝันค้างไม่ได้เห็น รธน.ใหม่ ชี้ดื้อลุยไฟมีคนยื่นตีความ พ่วงฟันผิดจริยธรรม “กรวีร์” ไม่การันตีมีปาหี่แก้กติกาใหม่ ออกตัว รบ.ไม่ขัดชะลอเวลารอร่างแก้ รธน.ภาคประชาชน “โสภณ” ไปอีกทางย้ำไทม์ไลน์ยังคงเดิม ประชุมรัฐสภาถกวาระแรก 7-8 ก.ค. “ไอติม” ยกประธานศาล รธน.ยันไม่ใช่ความเห็นส่วนตัว จี้ ภท.ยอมรับข้อมูลใหม่ เว้นแต่จ้องผูกขาด “ไอซ์” แซะ สส.ค่าย ภท.รีบปั่นผลงานปกป้อง “ไชยชนก” “อนุทิน” ฟาดกลับจะขึ้นเทศน์ก็ล้างเท้าให้สะอาด โต้เดือดไม่เคยคิดเรื่องชั่วๆกลั่นแกล้ง สส.ค่ายส้ม ขวางตรวจสอบโครงการรัฐ กมธ.พลังงาน วุฒิสภาแฉคนไทยอ่วมรัฐรีดค่าไฟแฝงสูงสุด 90 สต.ต่อหน่วย จี้ยกเลิกค่าไฟสาธารณะใส่รวมบิลไฟบ้านนายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.)ในฐานะคณะทำงานด้านรัฐธรรมนูญ พรรคภท.ตอบโต้กรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวหาบิดเบือนความเห็นของประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและคณะ ที่ให้ความเห็นว่าประชาชนสามารถเลือกตั้ง ส.ส.ร.ได้โดยตรง พร้อมติงไม่ควรนำเรื่องรัฐธรรมนูญมาเล่นการเมือง จนทำให้ประชาชน 21 ล้านเสียงฝันค้าง ที่จะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่“นิกร” ตอกผู้นำฝ่ายค้านเจ้าปัญหาเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 22 มิ.ย.ที่รัฐสภา นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) คณะทำงานด้านรัฐธรรมนูญ พรรค ภท.แถลงกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ปชน. ระบุแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีคูหาเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)ได้ ตามผลหารือของตัวแทน กมธ.สภาฯกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่า เป็นความเห็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ผูกพันทุกองค์กร หัวหน้าพรรค ปชน. มักมีปัญหาเสมอทั้งการทำเอ็มโอเอ การไม่ยอมรับการยกร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 รอบที่แล้ว ทำให้เกิดการคว่ำร่างแก้ไขนำไปสู่การยุบสภา การเป็นผู้นำฝ่ายค้านคือกัปตันเรือลำใหญ่ บรรทุกความหวังประชาชนต้องระวัง ไม่ดึงไปในทางที่ทำไม่ได้ การให้เลือก ส.ส.ร.100% สุ่มเสี่ยงผิดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ หากทำไปแล้วถูกร้องจะรับผิดชอบไหวหรือไม่ ยืนยันไม่ได้บิดเบือนความเห็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตามที่นายณัฐพงษ์กล่าวหารอร่างภาค ปชช.ยิ่งช้าอย่ามาโทษ รบ.นายนิกรกล่าวว่า ส่วนที่นายณัฐพงษ์ส่งสัญญาณให้ทุกพรรคชะลอการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อรอร่างแก้ไขจากภาคประชาชนที่อยู่ระหว่างรวบรวมรายชื่อประชาชน เพื่อให้ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ทราบว่ารัฐสภาอาจรอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจากภาคประชาชน แต่หากรอจะทำให้การแก้รัฐธรรมนูญล่าช้าออกไป จากเดิมตั้งใจพิจารณาวาระแรกวันที่ 7-8 ก.ค.ต้องเลื่อนไปไม่ทันพิจารณาในสมัยประชุมนี้ เพราะต้องรอตรวจสอบความถูกต้องรายชื่อประชาชน 30 วัน นำไปรับฟังความเห็นอีก 45 วัน จึงจะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาได้ หากรอแก้ไขไม่ทันสมัยประชุมนี้ เดิมคำนวณจะแก้ไขเสร็จปลายปี 72 อาจขยับไปอย่างน้อย 6 เดือน ทำกฎหมายลูกอีก 8 เดือน ถ้ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญล่าช้าไปอีกอย่าโทษรัฐบาลชี้มีคนยื่นตีความแน่พ่วงผิดจริยธรรม“รัฐธรรมนูญไม่ควรนำมาเล่นการเมือง ประชาชนที่ออกเสียงประชามติ 21 ล้านเสียงคาดหวังกับรัฐสภา อย่าเล่นการเมืองให้ประชาชนฝันค้าง อย่าวิ่งใส่กำแพงให้ประชาชนที่ตามหลังชนกำแพงไปด้วย ต้องรับผิดชอบความคาดหวัง ทำให้สำเร็จไม่ใช่ขอแค่ได้ทำ ที่เห็นแย้งการเลือกตั้ง ส.ส.ร.จะมีผู้ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความแน่นอน แต่รอบนี้จะยื่นผิดจริยธรรมด้วย ควรพิจารณาบนนิติรัฐนำเรือไปในที่ปลอดภัย ไม่ใช่ชนจนล่ม การเลือก ส.ส.ร.โดยตรงสุ่มเสี่ยงมีปัญหา จากนี้ทางใครทางมัน เป้าหมายอยู่ที่รัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ล้มคนที่อยู่ข้างๆ” นายนิกรกล่าว“กรวีร์” บอก รบ.ไม่ขัดชะลอร่างแก้ รธน.ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรค ภท. ประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงกรณีภาคประชาชนขอให้ชะลอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะนำเข้าที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาวาระแรกวันที่ 7-8 ก.ค.ว่า เดิมบรรจุวาระเป็นวันที่ 7-8 ก.ค. หลังฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านยื่นร่างเข้ามาแล้ว แต่หลังจากฝ่ายค้านไปพบตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคน ไม่แน่ใจว่าจะปรับปรุงเขียนร่างใหม่หรือไม่ ส่วนร่างภาคประชาชน จะรอหรือจะพิจารณาไปก่อนไม่มีปัญหา อยากให้เกิดข้อตกลงร่วมกันระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลมากกว่า ถ้าเร่งพิจารณาวันนี้ กลายเป็นจะโดนพรรคฝ่ายค้านตำหนิ ไม่รอภาคประชาชน หรือพิจารณาช้าจะโดนว่าทำไมเตะถ่วง ไม่พิจารณาการแก้รัฐธรรมนูญอีก สัปดาห์นี้คงต้องหารือร่วมกัน 3 ฝ่าย ตกลงวันที่ 7-8 ก.ค.จะเอาเรื่องแก้รัฐธรรมนูญอยู่หรือไม่ ร่างภาคประชาชนรวบรวมชื่อได้หลายหมื่นชื่อแล้ว แต่ต้องตรวจสอบความถูกต้องรายชื่อ ถ้าจะรอของภาคประชาชนเข้ามาแล้วพิจารณาในคราวเดียว รัฐบาลไม่ได้ขัดข้องไม่รับประกันมีปาหี่แก้กติกาใหม่เมื่อถามว่าการหารือของ กมธ. 2 คณะกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะส่งผลต่อเสียงส่วนใหญ่ของ สว.หรือไม่ นายกรวีร์ตอบว่า ฝั่ง สว.ไม่ทราบ แต่พรรคภท.ได้คุยกันแล้ว เรามีบทเรียนย้อนไปเมื่อปีที่แล้ว มีการคุยลักษณะนี้กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคน ให้ความเห็นทำประชามติแค่ 2 ครั้ง พอเดินหน้าทำกัน มีคำวินิจฉัยออกมาเป็นทางการต้องทำถึง 3 ครั้ง จึงอยากให้เรียนรู้บทเรียนบ้าง พอไปฟังความคิดเห็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางท่านมาคิดเป็นแนวทางเดินหน้าไปสู่การยกร่างแก้รัฐธรรมนูญ ถ้าไม่ได้เป็นไปตามที่วางแผนไว้และมีคนไปยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยทางการออกมาไม่ตรงกับความคิดเห็น พรรค ภท.ไม่ปรารถนาจะเห็นแบบนั้น จึงต้องพูดคุยตัดสินใจกันให้ชัดเจน เมื่อถามว่าการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้จริงจัง ไม่ใช่ละครปาหี่ ที่สุดท้าย สว.จะไม่รับสักร่างใช่หรือไม่ นายกรวีร์ตอบว่า พรรค ภท.เป็นพรรคแรกที่ยื่นแก้รัฐธรรมนูญ ยืนยันมาตลอด อยากเห็นการเดินไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามความต้องการประชาชนผ่านประชามติ หน้าที่ทุกพรรคต้องตามเจตจำนงที่ประชาชนลงประชามติเอาไว้ ส่วน สว.คงไม่ไปก้าวล่วงว่ามีแนวคิดอย่างไร เป็นเอกสิทธิ์ สว.“โสภณ”ชี้ไทม์ไลน์แก้ รธน.คงเดิมเมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา กล่าวถึง การประชุมร่วมรัฐสภาวาระ 1 พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 7-8 ก.ค.ไทม์ไลน์เหมือนเดิมหรือไม่ว่า วางไว้แบบนั้น หากสะเด็ดน้ำแล้วจะบรรจุได้หรือเลื่อนขึ้นมาได้ ไม่ขัดข้อง เราอยากเห็นรัฐธรรมนูญถูกแก้ไขเร็วๆ เมื่อถามว่ามีบางฝ่ายอยากให้ชะลอเพื่อรอร่างของภาคประชาชน นายโสภณตอบว่า “ไม่ชะลอหรอก ถึงการอันควรก็ดำเนินการ ประชาชนรออยู่”“ไอติม”ยก ปธ.ศาล รธน.ชี้ไม่ใช่ส่วนตัวก่อนหน้านี้เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา พรรคปชน.จัดประชุม ครม.เงา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.ประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวว่า การหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ชี้แจงว่าประชาชนเลือกตั้ง ส.ส.ร.ได้ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/ 2568 แค่ห้ามไม่ให้ประชาชนเลือกตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง หมายความว่าเลือกตั้ง ส.ส.ร.โดยตรงได้ ส.ส.ร.จากการเลือกตั้งอาจจะมีอำนาจแต่งตั้ง กมธ.ยกร่างและมีอำนาจพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่คณะ กมธ.ยกร่างจัดทำ หลายคนมองว่าผลหารือไม่เท่ากับคำวินิจฉัยหรือเป็นความเห็นส่วนตัวของตุลาการ ในวันประชุมหารือประธานศาลรัฐธรรมนูญย้ำว่าสิ่งที่จะอธิบายในที่ประชุม ไม่ได้เป็นความเห็นส่วนตัว เพราะขณะวินิจฉัยเรื่องนี้ ไม่ได้วินิจฉัยข้อจำกัดใดๆ เรื่องการเลือกตั้งผู้ร่างรัฐธรรมนูญด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่จะขยายความในที่ประชุมคือการอธิบายความเห็นของที่ประชุมร่วมกันของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมด ก่อนจะมีการออกคำวินิจฉัยกลาง 18/2568 ออกมาจ่อถกปรับร่างดัน ลต.ส.ส.ร.100%นายพริษฐ์กล่าวว่า หลังจากนี้แบ่งเป็น 4 ประเด็นคือ 1.พรรค ปชน.จะผลักดันให้มี ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้ง 100% จะนำข้อสรุปจากการหารือกับศาลรัฐธรรมนูญเข้าหารือที่ประชุม สส.พรรควันที่ 23 มิ.ย.ว่าจำเป็นต้องปรับปรุงร่างที่ยื่นไปแล้วหรือไม่ ผลักดันให้เกิดการเลือกตั้ง ส.ส.ร.100% 2.ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงชื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญภาคประชาชน ที่เสนอให้เลือกตั้ง ส.ส.ร.จากประชาชน 100% จะได้ถูกพิจารณาวาระ 1 พร้อมร่างของพรรค การเมือง 3.ขอให้ทุกพรรค โดยเฉพาะที่เคยประกาศจุดยืนสนับสนุน ส.ส.ร.จากการเลือกตั้ง ที่ยื่นร่างไปแล้ว แต่ไม่ได้มี ส.ส.ร.จากประชาชน 100% อยากให้หารือกันภายในพรรคว่าจะทบทวนร่าง ร่วมผลักดัน ส.ส.ร.จากการเลือกตั้งหรือไม่ 4.อยากสื่อสารกับพรรค ภท.หากจริงใจอยากเห็น ส.ส.ร.จากการเลือกตั้ง พรรค ภท.ควรจะนำข้อมูลใหม่ที่ได้จากการหารือกับศาลรัฐธรรมนูญ ไปพิจารณาอย่างรอบคอบ และมาหารือร่วมกับทุกฝ่ายว่าจะร่วมกันผลักดันจี้ ภท.รับข้อมูลใหม่ยกเว้นจ้องผูกขาด“แต่หากพรรค ภท.ตัดสินใจเดินหน้าปฏิเสธข้อมูลใหม่ อดสงสัยไม่ได้ว่าเหตุผลแท้จริง เพราะภท. มีธงไว้อยู่แล้วว่าต้องการจะฉวยโอกาสจากคำวินิจฉัยที่คลุมเครือ นำมาเป็นข้ออ้างตัดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกตั้ง ส.ส.ร.ออกไป เพื่อทำให้การเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นกระบวนการที่ถูกผูกขาดโดยระบอบสีน้ำเงิน ที่จะผูกขาดเลือกผู้ร่างและผู้ชี้ขาดเนื้อหารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้” นายพริษฐ์กล่าว เมื่อถามว่าหากตกลงกันไม่ได้จำเป็นต้องเขียนคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพิ่มเติมอีกหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่พรรคอื่นจะดำเนินการอย่างไร ต้องรอดูท่าทีของเขา“ศิริกัญญา” อัดงบฯปี 70 ฝีแตกด้าน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวถึงพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 70 วาระแรกว่า จะเข้าสู่การพิจารณาวันที่ 29 มิ.ย.-1 ก.ค.สาระสำคัญงบฯยังไม่เปลี่ยนแปลง เป็นงบฯฝีแตก ปัญหาเรื้อรังต่างๆยังไม่สามารถปกปิดบาดแผลได้ รายจ่ายประจำพุ่งสูงถึง 1.2 แสนล้านบาท โดยเฉพาะงบบำนาญข้าราชการเพิ่มขึ้น 2 หมื่นกว่าล้านบาท เงินสมทบกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เพิ่มขึ้น 5 หมื่นกว่าล้านบาท เงินชำระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 4 หมื่นกว่าล้านบาท แค่นี้ครบแสนล้านบาทแล้ว ไม่แปลกใจที่งบฯหน่วยงาน อื่นๆถูกปรับลดถ้วนหน้า ขณะที่งบรายจ่ายลงทุนปรับลด 7 หมื่นล้านบาท รัฐบาลหลังชนฝาไม่สามารถปรับแต่งตัวเลขงบฯได้เหมือนเดิมอีกต่อไป ต้องยอมรับสภาพสถานการณ์หนักหนาสาหัสของงบประมาณไทยข้องใจดีอีทำไมได้งบฯพุ่ง 30%น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า แต่มี 1 กระทรวงได้รับงบฯเพิ่ม 30% คือกระทรวงดีอี หน่วยงานที่ได้รับงบฯพุ่งสูงสุดคือ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เจ้าของโครงการ TH-AI Passport ได้งบฯเพิ่ม 2 เท่า มีโครงการ TH-AI Passport เฟส 2 อยู่ในนั้น ต้องเปิดเผยให้โปร่งใส ให้ประชาชนและสภาได้ตรวจสอบ ขณะที่ พ.ร.บ.โอนงบฯปี 69 เหลือเวลาใช้อีกไม่มาก เตือนไปตั้งแต่ต้นว่ามาโอนงบฯไตรมาส 3 จะทำได้ไม่เยอะ ได้ไม่เยอะจริงๆ ตั้งเป้าไว้ 1 แสนล้านบาทโอนจริงได้แค่ 1 หมื่นล้านบาท ต้องระงับจัดซื้อจัดจ้างไปชั่วคราว เพื่อให้ผ่านกระบวนการสำนักงบฯว่าตัวใดจะได้ไปต่อ ตัวใดถูกตัด ใช้เวลาเป็นเดือนทำให้การเบิกจ่ายงบฯชะลอตัว งบฯที่ได้มา 1 หมื่นล้านบาทไม่คุ้มค่าเสียเวลา สะท้อนสถานการณ์การคลังปี 69 หลังชนฝา เงินนิดๆหน่อยๆต้องเอาไว้ก่อนไม่เช่นนั้นจะไม่มีเงินมาพอให้ใช้ได้ตลอดปี 69 แม้จะโอนได้เล็กน้อย แต่ฝ่ายค้านไม่เพิกเฉย จะติดตามรายละเอียดว่าส่วนใดควรตัด หรือไม่ควรตัดปชน.ย้ำพรรคไม่ป้องคนผิดนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวถึงกรณีหากดีเอสไอทำหนังสือเชิญนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ไปชี้แจงว่า เชื่อว่านายภาวุธพร้อมเข้าไปชี้แจงทุกหน่วยงาน แต่รอความชัดเจนจากดีเอสไอก่อนว่าตกลงข้อกล่าวหาเป็นอย่างไร ยังอยู่ในสถานะผู้ต้องสงสัยอยู่ นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรค ปชน. กล่าวว่า ถ้าพิจารณาที่ดีเอสไอตั้งโต๊ะแถลง สังคมตั้งคำถามมีแรงจูงใจทางการเมืองหรือไม่ ความพยายามลดทอนความน่าเชื่อถือของนายภาวุธและพรรค ปชน.ที่ตรวจสอบโครงการรัฐบาลหรือไม่ นายภาวุธต้องพิสูจน์ตัวเองให้สังคมรับรู้ พร้อมเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริง ถึงขั้นบอกว่าจะไม่ใช้เอกสิทธิ์ สส. พรรคไม่ได้นิ่งนอนใจจะมีคณะกรรมการวินัยตรวจสอบภายใน ยืนยันไม่ปกป้องคนผิด แต่ดีเอสไอยังไม่ตั้งข้อกล่าวหาใดๆ“ภาวุธ” พร้อมแจงขอเวลารวมหลักฐานก่อนหน้านี้เวลา 09.30 น. นายภาวุธ พงษ์วิทยาภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงการเข้าให้ข้อมูลกับดีเอสไอว่า ช่วงนี้กำลังเตรียมและรวบรวมข้อมูล เพื่อชี้แจงกับ DSI อยู่ ยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่ เหตุการณ์เกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว จำเป็นต้องใช้เวลารวบรวมเอกสารหลักฐานทั้งหมดให้ครบถ้วน“รักชนก” แซะ สส.ภท.รีบๆโอ๋ “ลูกนก”วันเดียวกัน น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ประกาศ สส.ภท.ท่านไหน โดยเฉพาะที่มีตำแหน่งแห่งที่ ถ้ายังไม่ได้ออกมาปกป้อง TH-AI Passport หรือยังไม่ได้แสดงตัวโอ๋คุณไชยชนก รีบเลยนะคะ ตอนนี้คนที่ไม่มีตำแหน่ง แข่งกันทำคะแนนใหญ่ เห็นใจค่ะ แทนที่จะวัดฝีมือการทำงานต้องมาแข่งอะไรแบบนี้”“อนุทิน” เหน็บ “ไอซ์” ล้างเท้าให้สะอาดเมื่อเวลา 12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชน.โพสต์เฟซบุ๊กเหน็บ สส.พรรค ภท.พยายามออกมาปกป้องโครงการของพรรคว่า เป็นเรื่องของพรรคภท. คนอื่นไม่ต้องมายุ่ง เมื่อถามถึงเสมือนเสียดสี เพราะคนไม่มีตำแหน่งรีบออกมาทำผลงานปกป้องนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ในโครงการ TH-AI Passport นายอนุทินตอบว่า “เอาที่สบายใจ จะขึ้นเทศน์ก็ล้างเท้าให้สะอาด” รัฐมนตรีพรรค ภท.ประเมินอยู่เรื่อยๆ ต้องดูความทุ่มเทและความมุ่งมั่นด้วย แต่ในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชาหลัก ถ้าเห็นว่าตรงไหนน่าจะทำได้ดีกว่า เราก็แนะนำโต้ไม่เคยคิดเรื่องชั่วๆ กลั่นแกล้งเมื่อถามถึงกรณีอัยการสั่งไม่ฟ้องนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อดีตผู้สมัคร สส.กทม.พรรค ปชน. คดียาเสพติด พรรค ปชน.เชื่อมโยงกรณีดีเอสไอเปิดชื่อนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. เกี่ยวพันคดี Forex กลั่นแกล้งทางการเมือง นายอนุทินกล่าวว่า เขาคงคิดไปเรื่อย ถ้ากลั่นแกล้งจริงคงโดนไปหลายคนแล้ว “ผมไม่เคยคิดเรื่องชั่วๆพวกนี้” เมื่อถามว่านายภาวุธออกมาเปิดโปงโครงการ TH-AI Passport นายอนุทินตอบว่า วันนี้เราจะไม่พูดอะไรที่ไปย่ำยีซ้ำเติม หรือจะไปบอกว่าคนนี้ผิดคนนี้ถูก มีกระบวนการทางกฎหมาย คนถูกกล่าวหาไปชี้แจงหาหลักฐานหักล้างเท่านั้นเอง ตนมีเรื่องอื่นที่ถนัด สนุก รู้สึกว่าเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง กับประชาชนให้ทำเยอะแยะ ไม่ไปทำเรื่องอย่างที่บอก เมื่อถามย้ำว่าไม่ใช่การดิสเครดิตทางการเมืองใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “ผมไม่ทำเรื่องสับปะรังเคพรรค์นี้หรอก ทำผิดกฎหมายมีเจ้าพนักงานดูแลไป เรามีหน่วยงานทหาร ตำรวจ ดีเอสไอ ป.ป.ส. ปปง.นายกฯจะไปทำอะไรพวกนี้ไม่ได้ เป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น”“นฤชา” กดดันปลัด จ.ภูเก็ต เปิดปากนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครองกล่าวถึงการตรวจสอบนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ว่าผลสอบสวนข้อเท็จจริงที่สั่งให้ปลัดจังหวัด นายอำเภอและป้องกันจังหวัด เข้าประจำที่กรมการปกครองตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค.จะครบ 30 วัน วันที่ 24 มิ.ย. นายอำเภอเมืองภูเก็ต นายอำเภอกะทู้ให้ปากคำหมดแล้ว พบว่ายังไม่มีความผิดถึงขั้นดำเนินการทางวินัยร้ายแรง ได้ส่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่เดิมที่ จ.ภูเก็ต เรียบร้อยแล้ว ส่วนอีก 3 ราย ปลัดจังหวัดมีปัญหาไม่ให้ความร่วมมือสอบปากคำใช้สิทธิ์การลาไปครั้งละ 10 วัน 2 ครั้ง ต้องใช้วิธีการให้ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรมา เจ้าหน้าที่กำลังดูอยู่ให้ครบถ้วนจะได้สรุปสำนวนประเด็นได้ เมื่อถามว่าพบหลักฐานอื่นหรือไม่ เช่น เส้นทางการเงิน นายนฤชาตอบว่า ยังอยู่ในส่วนการรวบรวมของเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง อยู่ในส่วนการทำคดี จึงไม่อยากเปิดเผย เมื่อถามว่า หากครบเวลาแล้วจะขยายอีกหรือไม่ เพราะเหลืออีกเพียง 2 วัน นายนฤชาตอบว่า ถ้าสรุปเรียบร้อยไม่พบความผิดที่เราจะดำเนินการต่อไป ต้องให้เขามีสิทธิ์กลับสู่ตำแหน่งเดิม“ยิ่งลักษณ์” ฉลองวันเกิดเรียบง่ายผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เนื่องในวันคล้ายวันเกิดปีที่ 59 เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ว่า มีการจัดงานวันคล้ายวันเกิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ปี 69 แต่ไม่ได้จัดใหญ่เหมือนทุกปี มีเพียงคนในครอบครัวและญาติพี่น้องไปร่วมทานอาหารกันที่เกาะฮ่องกง ประกอบด้วยนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ นายปิฎก สุขสวัสดิ์ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ขณะที่คนนอกที่ไปร่วมทานข้าวมีเพียงนายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัทบีทีเอส ส่วนฝ่ายการเมืองไม่ได้ไปร่วมงานเหมือนทุกปี เนื่องจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ตั้งใจจัดงานเป็นการภายใน โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์และนายทักษิณจะเดินทางออกจากเกาะฮ่องกงช่วงวันที่ 24-25 มิ.ย. ทั้งนี้ภาพบนโซเชียลมีเดียที่มีนักการเมืองหลายคนโพสต์ถ่ายคู่กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นภาพเก่าที่นำมาโพสต์ใหม่ เพื่อร่วมอวยพรวันเกิดเท่านั้นนายกฯไม่ยุ่งเสียงระเบิดฝั่งเขมรที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเรียก พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหมและ พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผบ.ทหารสูงสุด เข้าพบหารือว่าแต่ละสัปดาห์พยายามเชิญหน่วยงานด้านความมั่นคงมาอัปเดต ช่วงนี้มีประเด็นจะมีข้อเสนอนั่นนี่มา บางทีบอกว่ามีเสียงระเบิดตรงโน้น แต่ทั้งหมดคำตอบคือทุกอย่างเกิดขึ้นนอกเขตแดนไทย เราทำอะไรไม่ได้ เขาจะยั่วยุหรือทำอะไรแล้วแต่เราต้องอดทน แต่เราไม่ใช่ไปกระทำผิดเสียเอง ถือว่าอธิปไตยใครอธิปไตยมัน ด้านกองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงเหตุเสียงระเบิดพื้นที่ห้วยตามาเรีย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ช่วง 05.50 น. ตรวจสอบพบว่ากำลังพลได้ยินเสียงระเบิด 3 ครั้ง ลักษณะทิศทางเสียงเชื่อได้ว่ามาจากพื้นที่ควบคุมของฝ่ายกัมพูชาและไม่มีรายงานหน่วยทหารไทยใช้อาวุธ"ขิง" ชี้เปิดเองค่าไฟทางรวมบิลไฟบ้านเมื่อเวลา 11.25 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ชี้แจงกรณีการคิดค่าไฟฟ้าเหมารวมไฟทางกับไฟบ้านประชาชนว่า ตนออกมาพูดเองว่าอยากลดค่าไฟให้ประชาชน โดยทบทวนสัญญาแอดเดอร์ ค่าไฟทางถนนที่นำไปตบตาประชาชนรวมไว้กับใบเสร็จไฟบ้าน สุดท้ายอัตราการรับซื้อไฟจากโรงไฟฟ้าหรือการขายไฟให้เอกชน จะทำให้ลดภาระค่าไฟหากปรับปรุง โดยเฉพาะไฟทางหลวง ทางด่วนที่ต้องชี้แจงให้ชัด แยกใบเสร็จไปเลยว่าใช้ไปเท่าใด หากยกไปเป็นความสูญเสีย แล้วนำไปบวกในใบเสร็จของทุกคนแบบนี้ไม่ถูกต้อง เมื่อถามว่าขณะนี้มีการรวมใบเสร็จไฟทางกับไฟบ้านประชาชนใช่หรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่า ทำมาเป็นสิบๆปีแล้ว เป็นเรื่องไม่ควรทำ วันนี้หลายคนพูดว่าจะช่วยกันประหยัดไฟ ประหยัดไฟทางแล้วได้อะไร ต้องติดมิเตอร์แยกบัญชีไฟหลวงไฟทาง หน่วยราชการไปของบฯมาจ่ายค่าไฟได้ หากแยกส่วนนี้ออกมาได้ ค่าไฟสำหรับประชาชนถูกลงกมธ.แฉรัฐรีดค่าไฟแฝง 90 สต.เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายพรเพิ่ม ทองศรี สว.ประธาน กมธ.พลังงาน วุฒิสภา แถลงถึงต้นทุนค่าไฟฟ้าแฝงว่า ค่าไฟฟ้าที่ประชาชนจ่ายไม่ได้ประกอบด้วยต้นทุนการผลิตไฟฟ้าอย่างเดียว ยังมีต้นทุนแฝงจากนโยบายภาครัฐและโครงสร้างระบบไฟฟ้าที่สะสมมานาน ถูกผลักภาระรวมอยู่ในค่าไฟฟ้าประชาชน กมธ.พลังงานศึกษาพบค่าไฟฟ้าเฉลี่ย 4.18 บาทต่อหน่วย ที่ประชาชนจ่ายปัจจุบันมีต้นทุนแฝง 50-90 สตางค์ต่อหน่วย หรือร้อยละ 12-22 ของค่าไฟทั้งหมด ได้แก่ 1.ค่าความพร้อมจ่ายโรงไฟฟ้าและกำลังผลิตสำรองส่วนเกิน เป็นภาระสูงสุด 30-50 สต.ต่อหน่วย เกิดจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแบบไม่ใช้ก็ต้องจ่าย ที่ภาครัฐทำไว้กับโรงไฟฟ้าเอกชน ให้ต้องจ่ายค่าความพร้อมจ่าย แม้ไม่ได้เดินเครื่องผลิตไฟฟ้าจริง ทำให้ไทยมีกำลังผลิตสำรองสูงกว่าความจำเป็น 2.ภาระนโยบายส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน 15-25 สต.ต่อหน่วย เกิดจากการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในอดีตที่ให้เงินสนับสนุนอัตราสูง 3.ค่าไฟฟ้าสาธารณะและการอุดหนุนข้ามกลุ่ม 5-10 สต.ต่อหน่วย อาทิ ค่าไฟถนน ไฟทางหลวง ระบบสูบน้ำป้องกันน้ำท่วม การช่วยเหลือผู้ใช้ไฟบางกลุ่ม ถูกนำมารวมในต้นทุนค่าไฟให้ประชาชนมีส่วนร่วมจ่ายค่าไฟสาธารณะผ่านบิลค่าไฟ 4.ภาระหนี้สะสมจากการตรึงค่าไฟในอดีต 10-20 สต.ต่อหน่วย เกิดจากภาครัฐเคยให้ กฟผ.รับภาระต้นทุนเชื้อเพลิงแทนประชาชนช่วงวิกฤติพลังงาน ต้องทยอยเรียกคืนผ่านค่าเอฟทีจี้ยกเลิกค่าไฟสาธารณะนายพรเพิ่มกล่าวว่า กมธ.พลังงานเห็นว่าค่าไฟสาธารณะ เช่น ไฟถนน ไฟทางหลวง และระบบสูบน้ำสาธารณะ ควรแยกออกจากค่าไฟของประชาชนชัดเจน ทุกครัวเรือนต้องร่วมรับภาระโดยไม่ทราบรายละเอียด กมธ.พลังงานมี 5 ข้อเสนอแนะ ดังนี้ 1.ควรเปิดเผยต้นทุนค่าไฟอย่างโปร่งใส แยกให้ชัดส่วนใดเป็นต้นทุนการผลิตจริง ส่วนใดเป็นต้นทุนเชิงนโยบาย 2.แก้ปัญหาค่าความพร้อมจ่ายและกำลังผลิตสำรองล้นเกิน เจรจาปรับเงื่อนไขสัญญาโรงไฟฟ้าและบริหารกำลังผลิตให้สอดคล้องความต้องการใช้ไฟฟ้าจริง 3.ปฏิรูประบบส่งเสริมพลังงานสะอาดเป็นระบบแข่งขันราคา แทนการอุดหนุนแบบคงที่ ลดภาระค่าไฟในระยาว 4.ยกเลิกการแฝงต้นทุนค่าไฟสาธารณะในค่าไฟของประชาชน ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายโดยตรง 5.เปลี่ยนการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเป็นการช่วยเหลือแบบตรงเป้าหมาย ผ่านระบบสวัสดิการแห่งรัฐ แทนการนำภาระไปเฉลี่ยให้ผู้ใช้ไฟทุกคนร่วมรับผิดชอบ เพื่อให้ค่าไฟลดลงอย่างยั่งยืน เป็นธรรมมากขึ้น กมธ.จะตั้งคณะทำงานพิจารณาติดตามเรื่องดังกล่าวอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่