“กรวีร์” ยกอดีตปัญหาทำประชามติ เคยถามตุลาการศาล รธน. พอมีคนไปยื่นคำร้องคำวินิจฉัยพลิกไปอีกทาง ยันแค่ความเห็นไม่ใช่คำวินิจฉัย เสี่ยงลุยไฟพาแพ้ฟาวล์ พท.เสียงแตกหวั่นใจเดินหน้าไปสะดุดตอปัญหา รอแกนนำพรรคเคาะแนวทางปรับแก้ร่างแก้ไข รธน.ส่งเข้าสภาฯ “เท้ง” ชวนทุกพรรคเปิดประตูตั้งคูหาเลือก ส.ส.ร.โดยตรงไปเลย ฉะ “นิกร” บิดเบือนความเห็นตุลาการศาล รธน. บี้ ป.ป.ช. สอบฮั้วประมูล TH-AI Passport ไม่ต้องรอใครยื่นร้อง “ลิซ่า” ขู่ลับดาบซักฟอกรัฐบาล โอ่มีข้อมูลเด็ดขยี้นายใหญ่ ภท. ฉีกแผลเขากระโดง “พิพัฒน์” เคลียร์ดราม่า “รองฯผมหงอกในทำเนียบฯ” ท้าพิสูจน์เอี่ยวผลประโยชน์ทับซ้อนท่าเรือภูเก็ตแม้แต่บาทเดียว พร้อมพิจารณาตัวเองทันทีพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ย้ำจุดยืนโต้แย้งความเห็นของคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภาและฝ่ายค้าน หลังเข้าพบหารือประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้ข้อสรุปว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จากประชาชนโดยตรงทำได้ 100% ระบุเหตุผลหวั่นจะซ้ำรอยการทำประชามติที่เคยสอบถามความเห็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แต่สุดท้ายหลังจากมีคนไปยื่นคำร้องกลับมีคำวินิจฉัยออกไปอีกทางหนึ่ง“กรวีร์” หวั่นซ้ำรอยปมทำประชามติเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์กรณีที่คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภาและฝ่ายค้าน เข้าพบประธานศาลรัฐธรรมนูญ ระบุการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จากประชาชนโดยตรงทำได้ 100% แต่ไม่สามารถเลือกคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ว่า จริงๆแล้วฝ่ายการเมืองทุกคนอยากเห็นการเลือก ส.ส.ร.โดยตรงจากประชาชน ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรค ภท.ก่อนหน้านี้ ก็อยากให้ประชาชนเลือกส.ส.ร. แต่ก่อนหน้านี้เราเคยมีบทเรียนเกี่ยวกับการทำประชามติที่ไปขอความเห็นจากศาลรัฐธรรมนูญมาบอกว่าทำ 2 ครั้ง แต่พอศาลมีคำวินิจฉัยออกมาให้ทำประชามติ 3 ครั้ง หากประชาชนเลือก ส.ส.ร.ได้โดยตรงก็เป็นเรื่องดี แต่เมื่อเป็นเพียงความเห็นไม่ใช่คำวินิจฉัยไปขอความเห็นมีคนร้องวินิจฉัยอีกอย่างนายกรวีร์กล่าวว่า หากทุกคนเดินตามแนวทางนี้แล้วพอถึงเวลามีคนไปร้องศาลรัฐธรรมนูญ แล้วศาลมีคำวินิจฉัยออกมาอีกอย่างว่ากระบวนการไม่ใช่เป็นอย่างที่เข้าใจกันนี้ กลายเป็นการแพ้ฟาวล์กระบวนการทั้งหมดจะเสียหายไป จะเกิดอะไรขึ้น ไม่อยากเห็นความพยายามเดินหน้ากันแล้วแพ้ฟาวล์ เรามีบทเรียนเรื่องประชามติแล้ว สุดท้ายต้องไปดูคำวินิจฉัยล่าสุดของศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้ที่บอกว่าการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และรัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรงได้ แล้วนำมาปรับใช้เป็นแนวทางที่เหมาะสมน่าจะดีกว่าย้อนอดีตทวนความจำ “พริษฐ์”นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯกล่าวว่า ทุกฝ่ายควรยึดหลักการและข้อเท็จจริงทางกฎหมาย มากกว่าการยึดติดบุคคลหรือจุดยืนการเมืองของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ขอให้ย้อนนึกถึงเหตุการณ์เดือน พ.ย.67 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อพรรค ปชน. ประธานคณะ กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ นำคณะเข้าหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญถึงแนวทางการทำประชามติตามคำวินิจฉัยที่ 4/2564 จำเป็นต้องทำประชามติ 2 ครั้ง หรือ 3 ครั้ง ภายหลังหารือนายพริษฐ์แถลงต่อสาธารณะว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีความเห็นว่าทำประชามติเพียง 2 ครั้งได้ แต่ต่อมาเมื่อมีการยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความคำวินิจฉัยดังกล่าวเพิ่มเติม ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยในปี 68 ว่าจำเป็นต้องทำประชามติ 3 ครั้ง เพียงแต่ควบรวมการทำประชามติครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 เข้าด้วยกันได้ ที่ยกเรื่องนี้ขึ้นมาไม่ใช่เพื่อรื้อฟื้นอดีตหรือกล่าวโทษใคร แต่สะท้อนให้เห็นว่าความเห็นตุลาการท่านใดท่านหนึ่ง ไม่อาจถือเป็นข้อยุติทางกฎหมายได้ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญทั้งคณะ เป็นข้อยุติที่ทุกฝ่ายต้องเคารพมัวแต่สร้างขัดแย้งไม่เจอทางออกนายภราดรกล่าวว่า การกล่าวหาว่าผู้อื่นไม่ยึดหลักการ ทั้งที่เคยตีความสถานการณ์คลาดเคลื่อนจากข้อยุติทางกฎหมาย ย่อมเป็นเรื่องที่ควรกลับมาทบทวนด้วยเช่นกัน เพราะท้ายที่สุดการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ควรเป็นการแข่งขันว่าใครพูดถูกก่อน หรือใครจะได้รับเครดิตทางการเมืองมากกว่าใคร เป้าหมายที่แท้จริง ควรอยู่ที่การทำให้ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ได้รับการยอมรับจากประชาชน นำพาประเทศเดินหน้าได้อย่างมั่นคง หากเรายังยึดตัวบุคคลมากกว่าหลักการ หรือยึดชัยชนะทางการเมืองมากกว่าความสำเร็จของประเทศ การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่สามารถเดินไปถึงจุดหมายได้ บทเรียนจากอดีตควรทำให้ทุกฝ่ายระมัดระวังในการนำเสนอข้อเท็จจริงและเคารพกระบวนการทางกฎหมาย เพราะหากยังวนเวียนอยู่กับการกล่าวหา และการสร้างความขัดแย้งทางการเมือง ประเทศจะติดอยู่กับปัญหาเดิมๆ ไม่สามารถก้าวข้ามไปสู่ทางออกที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกันได้พท.เสียงแตกกลัวลุยไปแล้วมีปัญหาผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ว่า กรณีคณะ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภาและฝ่ายค้าน เข้าพบประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ความเห็นว่าการเลือกตั้ง ส.ส.ร.ทำได้ 100% แต่ไม่สามารถเลือกคณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญโดยตรงว่า พรรคพท.มีความเห็นแตกเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเห็นคล้อยตามกับความเห็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ แต่อีกฝ่ายมองว่าเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของตุลาการเพียงไม่กี่คน ไม่ใช่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่จะมีผลผูกพันทุกองค์กร หากยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ประชาชนเลือก ส.ส.ร.ได้โดยตรง สุ่มเสี่ยงจะถูกร้องและถ้ามีคำวินิจฉัยออกมาทางตรงข้าม การเดินหน้าเรื่องนี้จะเสียเปล่า เช้าวันที่ 23 มิ.ย.แกนนำและคณะผู้บริหารพรรคจะนำเรื่องนี้มาหารือกำหนดแนวทางก่อนประชุม สส.ช่วงบ่าย แล้วกำหนดทิศทางการปรับแก้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรค คณะผู้ร่างยืนยันขอแนวทางการร่างให้ชัด เมื่อได้แนวทางแล้วจะไปจัดทำให้แล้วเสร็จและยื่นต่อประธานสภาฯได้ก่อนประชุมร่วมรัฐสภาฯเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต้นเดือน ก.ค.แน่นอน“เท้ง” ชวนทุกพรรคชงเลือกตรง ส.ส.ร.ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงข้อสังเกตค่ายสีส้มทำสงครามกับค่ายสีน้ำเงินว่า ตนและพรรค ปชน.คงไม่ได้พุ่งเป้าทำสงครามไปที่พรรคใด แต่สิ่งที่เราทำสงครามคือการเมืองในระบอบสีน้ำเงิน ที่เคยพูดไปว่าใหญ่กว่าพรรค ภท.ครอบคลุมองค์กรอิสระและหน่วยงานของรัฐอื่นๆ รวมถึงธุรกิจการเมืองที่เกี่ยวข้องกับผู้รับเหมาสัมปทานภาครัฐต่างๆเสาค้ำจุนระบอบสีน้ำเงินอยู่ สุดท้ายโยงมาที่รัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญให้ความเห็นว่า ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนได้ เราพร้อมจะกลับมาปรับปรุงและทบทวนร่างใหม่ เพื่อให้ที่มาของ ส.ส.ร.ยึดโยงกับประชาชนโดยตรงมากขึ้น ขอเรียกร้องไปยังทุกพรรค อยากให้ทุกพรรคทบทวนที่มา ส.ส.ร.ที่ยึดโยงกับประชาชนและมาจากคูหาเลือกตั้งโดยตรงไปเลย วันประชุมร่วมรัฐสภาชะลอออกไปได้ ประชาชนรอได้หากเราได้ร่างรัฐธรรมนูญที่ดีขึ้นฉะ “นิกร” บิดความคิดเห็นตุลาการเมื่อถามถึงกรณีนายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท.ระบุว่า ความเห็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่คำวินิจฉัย มองว่าพรรค ภท.อยากได้ ส.ส.ร.ที่รัฐสภาเลือก นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ต้องถามกลับไปไปยังนายนิกรว่าคนที่เขียนคำวินิจฉัยใช่ตุลาการหรือไม่ ข้อคิดเห็นของตุลาการคือเจตนารมณ์ของคำวินิจฉัย ไม่อยากให้นายนิกรหรือพรรคอื่นๆ พยายามบิดคำตรงนี้ ข้อคิดเห็นของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญค่อนข้างชัดเจน หาก สว.ใช้อำนาจของตัวเอง ไม่ใช่มีอิทธิพลกลุ่มการเมืองใดครอบงำ แต่ละคนจะเห็นได้ว่าเราชะลอกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญออกไปได้ จนกว่าเราจะได้ร่างใหม่ตามที่ตุลาการให้ความเห็นไว้ ปรับปรุงให้ที่มา ส.ส.ร.ยึดโยงกับประชาชนโดยตรง แต่หากยังยืนยันจะเดินหน้าร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่ใช่ร่างที่ประชาชนต้องการมากที่สุด กระบวนการไม่ถูกต้องตั้งแต่ต้นบี้ ป.ป.ช.สอบ TH–AI Passportนายณัฐพงษ์กล่าวถึงการยื่นคณะกรรมการ ป.ป.ช.ตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ว่า พ.ร.บ.ฮั้วประมูลมาตรา 14 วรรคสอง เขียนไว้ชัดมากว่าไม่จําเป็นต้องรอให้พฤติการณ์มีมูล ถ้า ป.ป.ช.เห็นพฤติกรรมที่ส่อว่าจะฮั้วประมูล ต้องสอบสวนตามกฎหมาย ถ้ามีมูลต้องดําเนินคดีต่อ จากการประชุมคณะ กมธ.ร่วม 2 คณะ มีตัวแทน ป.ป.ช.นั่งอยู่ในห้องประชุมด้วยไม่ต้องดูข้อกฎหมาย ดูพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าเห็นว่ามีพฤติการณ์ส่อเค้าต้องสอบสวนทันที ไม่ต้องมีคนร้องด้วยซํ้า หาก ป.ป.ช.ไม่ทําแปลว่าละเว้นการปฏิบัติต่อหน้าที่เสียเอง ยืนยัน ป.ป.ช.ดําเนินการได้ทันที น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ ประธานคณะกรรมการติดตามงบฯได้กล่าวไว้ว่าจะส่งข้อสังเกตจากคณะกมธ.ไปยัง ป.ป.ช. ไล่เรียงบันทึกในที่ประชุมทําให้เห็นพฤติการณ์ การให้ถ้อยคําและลายลักษณ์อักษรที่ส่งไปจะเป็นตัวตั้งต้น ป.ป.ช.ต้องดําเนินการได้เลยทันที ส่วนของเราจะดําเนินการควบคู่ขนานกันไป แต่ยังคงต้องใช้เวลาอีกเกือบ 1 เดือน ป.ป.ช.มีหน้าที่ทํางานเชิงรุก เมื่อได้รับข้อสังเกตต้องดําเนินการได้ในทันที ไม่ต้องรอคําร้องจี้ “ไชยชนก” ยกเลิกโครงการไปก่อนเมื่อถามถึงกรณีนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ท้าให้ยื่นตรวจสอบได้เลย นายณัฐพงษ์ตอบว่าสิ่งที่รัฐมนตรีจะยืนยันความบริสุทธิ์ตัวเองได้มากกว่านี้ นอกเหนือจากบอกว่ายินดีให้ตรวจสอบทุกอย่าง คือเปิดเผยข้อมูลทุกอย่างให้โปร่งใส ทบทวนการดําเนินโครงการนี้ใหม่ ในเมื่อสังคมตั้งคําถามขนาดนี้ การจัดซื้อจัดจ้างที่ผ่านมามีเหตุผิดปกติเยอะ ทําไมไม่ยกเลิกไปก่อน มีช่องทางตามสัญญาอยู่แล้วตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง หากทําให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือต่อประโยชน์สาธารณะ ยกเลิกและเปิดประมูลใหม่ได้ตามทีโออาร์คลายข้อสงสัยมากกว่านี้อัดดีเอสไอเปิดชื่อ “ภาวุธ” ปิดชื่อผู้ต้องหาเมื่อถามถึงคดีของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.หลังออกมาเปิดเรื่อง TH-AI Passport นายณัฐพงษ์ตอบว่า เคยให้ข้อสังเกตไปแล้ว เห็นชัดว่าการแถลงข่าวของดีเอสไอไม่ค่อยปกติมากเท่าไหร่ กลายเป็นว่าผู้ต้องสงสัยถูกเปิดชื่อ แต่ผู้ต้องหาไม่มีใครถูกเปิดชื่อสักคน เป็นเรื่องแปลก อยากให้ดีเอสไอทำทุกอย่างตรงไปตรงมา จะดำเนินคดีกลับหรือไม่ มีการพูดคุยกันในฝ่ายกฎหมายพรรคว่าถ้าเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะคนอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ดำเนินการไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือทำให้ตัวเองกลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง โจมตีทำลายล้างฝั่งตรงข้าม เราพร้อมเก็บรวบรวมพยานหลักฐานทุกอย่างยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐทุกคน ที่ใช้อำนาจโดยมิชอบ ส่วนนายภาวุธสอบถามเบื้องต้นเข้าใจว่าการทำธุรกรรมออนไลน์ต้องให้ความเป็นธรรม แต่ไม่ได้นิ่งเฉยยกระดับการตรวจสอบภายในของเราจะตั้งทีมงานขึ้นมาเสาะหาข้อเท็จจริงและให้นายภาวุธมาชี้แจง“กรวีร์” หวังอภิปรายงบฯไร้เสียดสีวันเดียวกัน นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรค ภท. ประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 70 ในวันที่ 29 มิ.ย.-1 ก.ค.ว่า แต่ละวันจะพิจารณาตั้งแต่เวลา 09.00 น.ถึงหลังเที่ยงคืน วันสุดท้ายต้องลงมติช่วงเย็น เชื่อว่าเวลาเพียงพอ สัปดาห์หน้าจะหารือวิป 3 ฝ่ายวางกรอบ จัดสรรเวลา พรรค ภท.จัด สส.ผู้อภิปรายนำเสนอการใช้งบฯของรัฐบาลให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน วันที่ 29 มิ.ย. จะประชุม สส.พรรควางกรอบ และประเด็นอภิปราย หากอภิปรายอยู่ในกรอบขอบเขตการจัดทำงบฯ เชื่อว่ารัฐบาลยินดีรับฟังความคิดเห็นข้อห่วงใย และเสนอแนะจากฝ่ายค้าน อยากเห็นการอภิปรายที่สร้างสรรค์ หากมีประเด็นใดไม่เห็นด้วย ควรทำให้ดีกว่าเดิมเสนอกันมา ไม่ใช่อภิปรายเชิงเสียดสี เพราะไม่ใช่อภิปรายไม่ไว้วางใจ คนละเวทีกัน ไม่อยากให้ประท้วงให้วุ่นวาย แต่ถ้าเลยเถิดจนถึงการกล่าวหารัฐมนตรี กล่าวหานายกฯ จะเกินกว่าขอบเขตการอภิปรายงบฯ“เท้ง” สวนขอ รบ.ตอบให้สร้างสรรค์นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคปชน.กล่าวว่า ได้เตรียมผู้อภิปรายงบฯไว้ค่อนข้างพร้อมแล้ว ทุกคนรู้ว่าพื้นที่ทางการคลังของไทยหดตัวเหลือน้อยลงเรื่อยๆ รัฐบาลต้องการเห็นฝ่ายค้านอภิปรายสร้างสรรค์ เราก็อยากเห็นการตอบคำถามที่สร้างสรรค์เช่นเดียวกัน รัฐมนตรีต้องนั่งอยู่ในสภาฯฟัง สส.อภิปรายและตอบคำถามแบบสดๆได้เลย ไม่ต้องรอคิวรอสคริปต์ เมื่อถามว่า ต้องเตรียมองครักษ์ไว้หรือไม่หากมีการประท้วง นายณัฐพงษ์กล่าวว่าปกติมีการเตรียมทีม สส.ที่แม่นยำในข้อบังคับการประชุมอยู่แล้วในทุกการอภิปรายใหญ่ๆ“ลิซ่า” ขู่ลับดาบซักฟอกรัฐบาลน.ส.ภคมน หนุนอนันต์ โฆษกพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสังคมตั้งข้อสังเกตคดีเขากระโดงเป็นหัวใจของระบอบสีน้ำเงิน โดยค่ายส้มร่วมโยกมือไม่ไว้วางใจในประเด็นนี้สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ทำไมไม่ร่วมลงชื่อกับ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทยว่า พรรคประชาชนมีหลักการไม่ตรวจสอบบนฐานจริยธรรมเพื่อส่งไปศาลรัฐธรรมนูญ จึงไม่ร่วมลงชื่อ แต่พรรคประชาชนยังเดินหน้าตรวจสอบอยู่ โดยวิปฝ่ายค้านตั้งคณะทำงาน 3 เรื่องที่ทำอย่างจริงจัง ทั้ง 1.กรณีการยกคำร้องเป่าคดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 2.คดีฮั้วเลือก สว. และ 3.คดีเขากระโดง ทั้งหมดทั้งคณะทำงานเรียบร้อย ไม่ได้เริ่มนับหนึ่งใหม่ มีทั้งการรวบรวมข้อมูล การวางคนไว้แล้วเล็งตีนายใหญ่น้ำเงินฉีกแผลเขากระโดง“ขอบอกว่าฝ่ายค้านไม่มีเวทีที่จะแสดงข้อมูลเหล่านี้มากนัก ถ้าเกิดทำนอกสภาฯถูกตั้งคำถามอีกว่าทำไมไม่กล้าเอาไปไม่ไว้วางใจ คิดว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบนี้ได้เห็น 3 เรื่องนี้แน่นอน เป็นข้อมูลที่ไม่น่าจะเคยถูกเปิดเผยที่ไหนมาก่อน มันกำลังจะลบข้อครหาว่าเราไม่เอาจริงคดีเขากระโดง ที่เป็นเรื่องสำคัญของนายใหญ่ภูมิใจไทย การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะแสดงให้เห็นหลักฐานความผิดให้มันชัดเจน โดยไม่ต้องถกเถียงกันแล้วว่ามันผิดกันอย่างไร” น.ส.ภคมนกล่าว“เสี่ยหนู” อวยผีตาโขนหนุนนั่งนายกฯเมื่อเวลา 10.00 น. ที่เวทีกลางหน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย จ.เลย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดงานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน จ.เลย ประจำปี 2569 โดยนายกฯสวมหน้ากากผีตาโขนเปิดงานมี 3 รมช.มหาดไทยเข้าร่วม พร้อม สส.เลยต้อนรับ นายอนุทินกล่าวว่า ผีตาโขน จ.เลยเป็นสิ่งที่คนไทยภาคภูมิใจ สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน นี่คือทรัพย์สินมีค่าที่สุดอย่างหนึ่งของ จ.เลย ในห้องทำงานตนมีรูปผีตาโขนจำลองอยู่ ตั้งไว้ในห้องทำงานทำให้เจริญรุ่งเรืองมาโดยลำดับ ตั้งมาตั้งแต่เป็น รมว.สาธารณสุขจนวันนี้เป็นนายกฯ เชื่อว่าส่วนหนึ่งมาจากผีตาโขน 2 ปีก่อนมางานวันจันทร์ ผู้คนมาร่วมงานจำนวนมาก ทำให้เงินสะพัด วันนี้มันต้องสะพัดขึ้นเป็น 5 เท่า 6 เท่า เพราะมีไทยช่วยไทยพลัส มาวันนี้อยากมาพบพี่น้องชาวเลย อยากมาพบชาวไทยทั้งประเทศที่มา อ.ด่านซ้าย อยากมาดูผีตาโขน อยากมาชักชวนพี่น้องใช้ไทยช่วยไทยพลัสของรัฐบาลถก กรอ.ดันพัฒนาประเทศ 4 ด้านผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า วันที่ 22 มิ.ย. เวลา 09.30 น. นายอนุทินจะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ครั้งแรก เตรียมหารือแนวทางการขับเคลื่อนประเทศร่วมกัน ต่อยอดจากการประชุมร่วมกันระหว่างรัฐบาลและผู้บริหารบริษัทชั้นนำระดับเจ้าสัวช่วงกลางเดือน พ.ค. กรอ.เป็นกลไกสำคัญตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการขับเคลื่อนประเทศไทยให้เติบโตอย่างมีศักยภาพ มีเป้าหมายทำงานร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชน เพื่อให้การพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจประเทศและนโยบายของรัฐบาล โครงสร้างคณะกรรมการ กรอ.มีนายอนุทินเป็นประธาน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง เป็นรองประธาน ในการประชุมจะมีการจัดตั้งคณะทำงานย่อยเพื่อขับเคลื่อน 4 ด้านหลักๆ ประกอบด้วย คณะทำงานด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการค้าและความสามารถในการแข่งขัน ด้านกฎหมายและกฎระเบียบทางธุรกิจ และด้านแรงงาน ตั้งเป้าหมายว่าหากดำเนินการอย่างเป็นระบบ ประเทศไทยจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นภายในระยะเวลา 3-4 ปีตีปี๊บล้างนอมินีภูเก็ต กระบี่ พังงาน.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า นโยบายเร่งด่วนของนายกฯ กวาดล้างขบวนการ “นอมินี” ใช้ชื่อบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ รัฐบาลบูรณาความร่วมมือสนธิกำลังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม วันที่ 22 มิ.ย. เวลา 11.00 น. นายกฯจะร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการปราบปรามสแกมเมอร์และตัดวงจรนอมินีข้ามชาติ ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล ล่าสุด ตร.พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยต่างๆบูรณาการเจ้าหน้าที่กว่า 500 นาย ปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 3” ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต พังงา และกระบี่ ตรวจค้นที่ดิน 89 แปลง พื้นที่รวม 49 ไร่ 1 งาน 6.4 ตร.ว. รวมมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประมาณ 1,053 ล้านบาท ในพื้นที่เป้าหมาย 3 จังหวัด มีบริษัทเป็นนอมินี 29 บริษัท บริษัทถือครองที่ดิน แต่มีจำนวนผู้ถือหุ้นเป็นคนต่างด้าวมากกว่าคนไทย 48 บริษัท ออกหมายจับ 59 หมาย ออกหมายค้น 60 หมาย ที่ดิน 89 แปลง นายกฯสั่งการเร่งขยายผลลงพื้นที่กวาดล้าง ปราบปรามทุกพื้นที่ทั่วประเทศอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่