“อนุทิน” กระทบไหล่ “ปูติน” หารือทวิภาคีความร่วมมือของ 2 ชาติ หลังการประชุม ASEAN-Russia Business Forum เมืองคาซาน ที่ประชุมร่วมรับรอง “ปฏิญญาคาซาน” 4 ฉบับ “พิพัฒน์” ย้ำคุยนายกฯมาก่อนแล้ว ขอพ้นจากกำกับดูแลอีอีซีเอง กลับมาโฟกัส “คมนาคม” ดับฝันพวกเสี้ยมภท.เคลียร์กันได้ทุกเรื่อง “พลพีร์-วรศิษฎ์” ควงคู่แก้มาเฟียภูเก็ต ทำขึงขังรื้อระบบส่วยจ่ายใต้โต๊ะ “สิริพงศ์” เชียร์ “เสี่ยหนู” ตีกรอบ 1 ปี ประเมินผลงาน “ไอซ์-โรม” ผนึก 2 กมธ.ไล่บี้สอบ TH-AI Passport “ทนายหน้าหอ” นำทีมป่วนวอล์กเอาต์ “ชาดา” ยุข้องใจให้ยื่น ป.ป.ช. ปลัดดีอีแจงยิบทุกขั้นตอนยันใช้เวลาเตรียมการ 1 ปี ไม่ใช่ 31 วัน “ณัฐพงษ์” ร่วมฉะทีโออาร์ล็อกสเปก “รักชนก” เตือน “ลูกนก”ลุยไฟมีราคาต้องจ่าย “โรม” ปูดอาจโยงธุรกิจน้ำมันเถื่อนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ประชุม ASEAN-Russia Business Forum เมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย พร้อมหารือทวิภาคีกับนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ก่อนบินกลับประเทศไทย โดยประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย ร่วมรับรอง “ปฏิญญาคาซาน” รวม 4 ฉบับ“อนุทิน” จับมือ “ปูติน” ร่วมเลี้ยงมื้อค่ำเมื่อเวลา 18.00 น. ของวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่นเมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย ช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา จับมือทักทายกับนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ในงานเลี้ยงรับรองอาหารค่ำ (Gala Dinner) เพื่อเป็นเกียรติแก่ประมุขและผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน ที่เข้าร่วมเวทีประชุม ASEAN-Russia Business Forum เมืองคาซาน รัสเซีย โดยนายวลาดิเมียร์์ ปูติน เป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยง ที่โรงละครแห่งรัฐตาตาร์ กาเลียสกา คามาล พร้อมทั้งรับชมการแสดงทางวัฒนธรรมหนุนขยายความร่วมมือสู่ดิจิทัล AIต่อมาเวลา 10.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นช้ากว่าไทย 4 ชั่วโมง) ที่ห้อง Plenary Session Hall 1 อาคาร Pavilion A2 ศูนย์การประชุมนานาชาติคาซาน นายอนุทินเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษ (เต็มคณะ) ร่วมกับผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อร่วมกำหนดทิศทางความร่วมมือระหว่างอาเซียนและรัสเซีย โอกาสครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซีย มีวลาดิเมียร์์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย และนายแฟร์ดีนันด์ โรมูอัลเดซ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เป็นประธานการประชุมร่วมกัน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงเนื้อหาการประชุมว่า นายอนุทินเสนอให้ความร่วมมืออาเซียน-รัสเซีย มุ่งเน้น 3 ประเด็นสำคัญ (3Rs) ได้แก่ Regionalism การเสริมสร้างบทบาทของอาเซียน รากฐานสำคัญของความเป็นหุ้นส่วนอาเซียน-รัสเซีย Resilience การเสริมสร้างความยืดหยุ่นและความพร้อมรับมือความท้าทาย และ Relevance การตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต จำเป็นต้องลงทุนในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และเสริมสร้างทักษะแห่งอนาคต สนับสนุนให้อาเซียนและรัสเซียขยายความร่วมมือด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล AI เทคโนโลยีใหม่ๆ และการศึกษาสร้างโอกาสใหม่สำหรับคนรุ่นต่อไปร่วมรับรอง “ปฏิญญาคาซาน” 4 ฉบับน.ส.รัชดากล่าวว่า ที่ประชุมได้รับรองและรับทราบเอกสารผลลัพธ์การประชุม จำนวน 4 ฉบับ ได้แก่ ปฏิญญาคาซาน ค.ศ.2026 “อาเซียน-รัสเซีย : เอกภาพในความหลากหลาย-35 ปี ร่วมกัน” ยืนยันเจตนารมณ์ร่วมส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง เสถียรภาพ และความร่วมมือในประเด็นสำคัญ อาทิ ความมั่นคงทางทะเล ความมั่นคงทางชีวภาพ การต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ การค้า การลงทุน พลังงาน อาหาร การท่องเที่ยว วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ แถลงการณ์ร่วมอาเซียน-รัสเซียว่าด้วยความร่วมมือด้านพลังงาน แถลงการณ์ร่วมอาเซียน-รัสเซียว่าด้วยความร่วมมือทางวัฒนธรรม และแผนดำเนินการที่ครอบคลุมเพื่อปฏิบัติตามความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์อาเซียน-รัสเซีย ค.ศ.2026-2030 กำหนดกรอบความร่วมมือใน 3 เสาหลัก ได้แก่ การเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม-วัฒนธรรม ครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น การต่อต้านการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ การค้าและการลงทุน ความมั่นคงทางพลังงานและอาหาร การคมนาคม การเกษตร การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสาธารณสุข การจัดการภัยพิบัติ การย้ายถิ่นฐาน และการพัฒนาเมืองอัจฉริยะผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า วันเดียวกันนี้ นายอนุทินมีกำหนดการหารือทวิภาคีร่วมกับนายวลาดิเมียร์์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ก่อนเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยในช่วงเช้าวันที่ 19 มิ.ย.“พิพัฒน์” คุยนายกฯ ขอพ้นอีอีซีเองที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ กรณีถูกมองว่าโดนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ยึดสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ไปกำกับดูแลเอง ว่า อาสามากำกับดูแลอีอีซีมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลอนุทิน 1 และรัฐบาลอนุทิน 2 จนเรื่องกฎหมายที่คั่งค้างมาจากหลายรัฐบาลได้รับการอนุมัติจากบอร์ดบริหารเรียบร้อย จึงหารือกับนายกฯ ท่านก็เห็นด้วยว่าหลังจากนี้ควรเป็นเรื่องการดึงนักลงทุน ตกลงกันว่านายกฯรับเรื่องนี้กลับคืนไป ตนขอกลับมาโฟกัสที่กระทรวงคมนาคม กลัวว่าหากทำงาน 2 ทางสุดท้ายแล้วไม่สำเร็จสักทาง นายกฯเดินทางไปต่างประเทศตลอด คิดว่ามีโอกาสเจรจากับผู้ประกอบการ และนักลงทุนต่างประเทศ เพื่อเชิญชวนมาลงทุนในอีอีซี คือประเด็นที่สำคัญที่สุดดับฝันพวกเสี้ยม ภท.เคลียร์ทุกเรื่องนายพิพัฒน์กล่าวว่า ที่ถามกันว่าประเด็นนี้จะกลายเป็นความร้าวฉานในพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ เราเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา อยู่กับพรรคภูมิใจไทยมาตลอด อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ เราต้องน้อมรับในทุกเรื่อง แต่ที่มีการเสี้ยมกันว่าเป็นการถูกยึดคืนหรือไม่ ต้องบอกว่าตนและนายกฯได้หารือกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่าในพรรคภูมิใจไทยไม่มีอะไรที่ไม่พูดคุยกัน เราพูดคุยกันทุกมิติ โดยเฉพาะตนกับนายกฯ“พลพีร์-วรศิษฎ์” ควงแก้มาเฟียภูเก็ตที่ศาลาว่าการ จ.ภูเก็ต นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย พร้อมนายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการ รมว.มหาดไทย ร่วมประชุมมอบนโยบาย มีนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.ภูเก็ต ที่ถูกคำสั่งย้ายไปเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมประชุม นายพลพีร์ให้สัมภาษณ์หลังประชุมว่า มอบนโยบาย ผวจ.ภูเก็ต และอธิบดีกรมป่าไม้ ต้องทวงพื้นที่มาให้กับคนไทยก่อน หลังพบว่ามีกว่า 200 บริษัทเป็นของชาวต่างชาติ ให้กรมที่ดินประสานกับจังหวัด ดำเนินคดีทั้งทางอาญาและทางแพ่งในพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ เช่น หาดต่างๆ ยังมีข้อสงสัยในหมุดที่ดินและเอกสารสิทธิเกิดขึ้นมาได้อย่างไร และยังประสานกรมป่าไม้ให้ไปสำรวจพื้นที่ จ.ภูเก็ต รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงที่เป็นจังหวัดท่องเที่ยว มีพื้นที่ไหนที่มีการบุกรุก และออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ เพื่อให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรายงานมายังกระทรวงมหาดไทย ก่อนมีมาตรการอื่นเพิ่มเติมต่อไปทำขึงขังรื้อระบบส่วยจ่ายใต้โต๊ะ นายพลพีร์กล่าวว่า พยายามทำให้ จ.ภูเก็ต มีความอบอุ่นให้กลับมาสดใสอีกครั้ง เมื่อถามว่าทำอย่างไรที่จะไม่ให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบส่วย นายพลพีร์ตอบว่า ถ้าทุกคนทำธุรกิจถูกต้อง ไม่มีใครไปรีดไถได้ วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นหลายจังหวัด บางคนก็เทา บางคนดำ บางคนไม่อยากเข้าระบบ เป็นสิ่งที่นายกฯรับไม่ได้ พยายามทำให้ทุกคนเข้าระบบ เมื่อถามถึงการล้างบางผู้บริหารระดับสูงของจังหวัดที่เกี่ยวข้องกับส่วย นายพลพีร์ตอบว่า ข้าราชการใน จ.ภูเก็ตเป็นน้ำดีทุกคน อย่างนายนิรัตน์เคยเป็นอธิบดีมาแล้ว อยากบอกว่าข้าราชการที่อยู่ในกระแสข่าวยังไม่มีความผิด แต่กระบวนการตรวจสอบคงดำเนินการต่อ วันหนึ่ง“ท่านเซมเบ้ (นายนิรัตน์) อาจกลับมาที่นี่ก็ได้ วันหนึ่งรอง ผวจ. 2 ท่าน อาจกลับไปในจังหวัดที่เคยอยู่หรือจังหวัดอื่นก็ได้”ชี้สไตล์ “เสี่ยหนู” ตีกรอบประเมินนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวถึงกระแสข่าวนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขีดเส้นวัดผลงานรัฐมนตรี และผู้ดำรงตำแหน่งการเมืองของพรรค ในเวลา 1 ปี ว่า เป็นสไตล์ของนายอนุทินอยู่แล้ว โจทย์ตั้งแต่วันแรกทุกคนต้องทำงาน มีผลงานเชิงประจักษ์ต่อสายตาประชาชน นายกฯจึงออกมากระตุ้นว่าถ้า 1 ปี ใครไม่มีผลงานอาจถูกพิจารณาปรับเปลี่ยนไปอยู่ในที่ที่เหมาะสม เมื่อถามว่านายอนุทินพูดตอนนี้เพราะโดนมรสุมเยอะ หรือรัฐมนตรีผลงานไม่ค่อยออก นายสิริพงศ์ตอบว่า ไม่เชิง เพราะช่วงนี้มีประเด็นต่างๆเยอะ แต่การกระตุ้นของนายกฯเป็นเรื่องที่ดีทุกคนจะได้ตื่นตัว และมีตัวชี้วัดที่ชัดเจน“ไอซ์–โรม” บี้สอบ TH–AI Passportที่รัฐสภาเมื่อเวลา 09.30 น. มีการประชุมร่วมของคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำติดตามการบริหารงบประมาณและ กมธ.กฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร มี น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ประธาน กมธ. ติดตามการบริหารงบประมาณ และนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ประธาน กมธ.กฎหมาย ร่วมทำหน้าที่ประธานการประชุม เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport วงเงินกว่า 1,600 ล้านบาท ที่ถูกตั้ง ข้อสังเกตถึงความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง และ ความคุ้มค่าของโครงการ เชิญนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มาให้ข้อมูล แต่นายไชยชนก มอบนายพชร ศิลปะอนันต์ ปลัด ดีอี มาชี้แจงแทน“ศุภชัย” นำทีมป่วนก่อนวอล์กเอาต์ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่เริ่มประชุมนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย รองประธาน กมธ.กฎหมาย เริ่มนำทีมป่วนทันทีกล่าวทักท้วงว่า กมธ.ยังไม่มีมติชัดเจนจะพิจารณาเรื่องใด มองว่า กมธ.ชุดนี้ไม่น่ามีอำนาจพิจารณา ไม่ควรเอาความเห็นประธาน กมธ.คนเดียวมาสั่งบรรจุวาระ ทุกอย่างมีขั้นตอน หากมีข้อสงสัยต้องให้ สส.ชี้ขาดว่าโครงการ TH-AI Passport อยู่ในขอบเขต กมธ.ชุดใด นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย กมธ.กฎหมาย กล่าว เสริมว่า กรณีนี้ไม่มีความชัดเจนว่ามีการแจ้งเรื่องให้ กมธ.กฎหมายทราบหรือไม่ วาระเรื่องนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับ กมธ.วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีวิจัย และนวัตกรรม มากกว่า ทั้งนี้ในที่ประชุมไม่สามารถทำให้เกิดความชัดเจนได้ว่า กมธ.ชุดใดมีอำนาจรับผิดชอบโดยตรง ทำให้นายศุภชัยและ กมธ.บางส่วน วอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุม ไม่ร่วมสังฆกรรมด้วยปลัดดีอีแจงยิบขั้นตอนดำเนินการด้านนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า ยืนยันเป้าหมายจำนวนประชากรที่ต้องการให้เข้าถึงการใช้งาน AI ไม่ได้เพิ่งถูกกำหนดอย่างเร่งรีบในรัฐบาลนี้ เป็นแผนงานที่หารือและจัดทำมาตั้งแต่เดือน พ.ค.2565 สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผ่านคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อพัฒนาประเทศไทย มาจนถึงสมัยรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน กำหนดเป้าหมายเชิงรุกให้มีผู้ใช้งานรู้จัก AI 20 ล้านคน ภายในปี 2570 พอเปลี่ยนผ่านรัฐบาลทำให้ขาดความต่อเนื่อง กระทรวงดีอีจึงเสนอรัฐบาลจัดตั้งคณะกรรมการ AI เป็นคณะกรรมการระดับชาติแบบถาวร ยึดกรอบเป้าหมายเดิมคือ ให้มีผู้เข้าถึง AI 20 ล้านคน ส่วนแหล่งเงินทุนที่เป็นงบปกติเหลือไม่มาก กระทรวงดีอีจึงพิจารณาแหล่งทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่มีเงินทุน หมุนเวียนเกือบ 2,000 ล้านบาทมาออกแบบโครงการใช้เวลาเตรียมการ 1 ปี ไม่ใช่ 31 วันนายพชรกล่าวว่า สำหรับข้อครหาโครงการส่อไม่โปร่งใสนั้น กระบวนการใช้เงินนอกงบประมาณของกองทุนฯ ไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายฝ่ายเข้าใจ ต้องผ่านกระบวนการกลั่นกรองเข้มงวด คณะกรรมการผู้พิจารณาอนุมัติไม่ใช่เจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี แต่ประกอบด้วยตัวแทนหน่วยงานกลาง ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ร่วมเป็นกรรมการ ตรวจสอบกลั่นกรองจนนำไปสู่ขั้นตอนยกร่างข้อกำหนดทีโออาร์ และจัดซื้อจัดจ้างตามกฎหมายครบถ้วนทุกขั้นตอน ยืนยันว่าการจัดทำโครงการ TH-AI Passport ผ่านขั้นตอนการเตรียมการมานาน เป็นโครงการที่มีฐานงานเดิมรองรับอยู่แล้ว กระทั่งบรรลุข้อตกลงลงนามสัญญาจ้าง เมื่อวันที่ 14 เม.ย.2569 รวมกระบวนการทั้งหมดใช้เวลาเกือบ 1 ปีเต็ม ไม่ใช่มาเร่งรัดใน 31 วัน ตามกระแสข่าวที่ทำให้เกิดความสับสน“ณัฐพงษ์” ร่วมฉะทีโออาร์ล็อกสเปกต่อมาเวลา 11.30 น. หลังปลัดดีอีชี้แจงนายศุภชัย ใจสมุทร ที่วอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุมไป ได้เดินกลับเข้ามาอีกครั้ง เพื่อขอพูดในที่ประชุม แต่นายรังสิมันต์ไม่อนุญาต นายศุภชัยกล่าวไม่พอใจว่า ไม่ประชุมร่วมแล้ว พวกท่านเซตอัปกันมา ไม่ขอร่วมสังฆกรรมด้วย ก่อนจะลุกออกไป ขณะที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน และหัวหน้าพรรคประชาชน ที่ร่วมประชุมอยู่ชี้แจงว่า จากไทม์ไลน์ที่สังคมเห็นร่วมกัน พบว่าเคยมีแอปพลิเคชันจากเอกชน ใน App Store มีเนื้อหาลักษณะเหมือนโครงการ TH-AI Passport ขณะนี้แอปพลิเคชันนั้นถูกลบไปแล้ว อีกทั้งพบว่าทีโออาร์มีการเปลี่ยนแปลง อาจเป็นไปได้หรือไม่ว่าทีโออาร์มีการล็อกสเปก พยายามเขียนให้มีรายละเอียดคล้ายกับของอีกกระทรวง อยากสอบถามตัวแทน ป.ป.ช.ว่า หากพิจารณาจากสามัญสำนึกกรณีนี้สามารถสงสัยได้หรือไม่ว่า มีการคุยกันเบื้องหลัง หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อน“ชาดา” ยุข้องใจให้ไปยื่น ป.ป.ช.จากนั้นนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ได้ยกมือขอออกจากห้องประชุมเพื่อไปหาหมอ พร้อมกล่าวว่า ไม่มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ โง่เรื่องนี้ ไม่อยากฉลาดเรื่องนี้ ไม่รู้ว่าโครงการ TH-AI Passport มีประโยชน์อะไรกันแน่เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าประโยชน์ของโครงการนี้คืออะไร ถ้าโครงการนี้มีเงื่อนงำจริงไม่ต้องเรียกประชุม ไม่ต้องตั้งคำถาม ให้ไปยื่น ป.ป.ช. ตนพร้อมให้ความร่วมมือตรวจสอบ ยืนยันว่าไม่เอาอนาคตการเมืองมาเสี่ยง จะไม่ร่วมทำลายประเทศ ส่วนเรื่องบริษัทแพลนบียอมรับว่าผู้บริหารแพลนบีมีความเกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยจริง แต่กรณีที่มีการล็อกสเปกหรือไม่ ขอให้พรรคประชาชนเก็บข้อมูลยื่นต่อ ป.ป.ช.ฟันได้เลย ทำให้เต็มที่ ทั้งนี้ก่อนเดินออกไปนายชาดาได้เดินมาหา น.ส.รักชนก เพื่อขอออกจากห้องประชุม น.ส.รักชนกจึงพูดกับนายชาดาว่า วันนี้คนของพรรคภูมิใจไทยขัดขวางการประชุม ทำให้ไม่ราบรื่น ฝากเรื่องนี้ไปบอกนายกฯด้วยเตือน “ลูกนก” ลุยไฟมีราคาต้องจ่ายน.ส.รักชนกให้สัมภาษณ์ถึงท่าทีนายกฯให้เดินหน้าโครงการ TH-AI Passport ว่านายกฯไม่เคยติดตามข่าวนี้ อาจไม่มีใครรายงาน แต่ก่อนจะให้สัมภาษณ์เรื่องใด อยากให้มั่นใจในข้อมูลก่อนที่จะตอบเหมือนคนไม่รู้เรื่องอะไร พรรคประชาชนชี้ให้เห็นความน่าสงสัยโครงการนี้มาตลอด คาดหวังอยากให้ยกเลิกโครงการ หากอยากทำจริงต้องไปตั้งโครงการเพื่อใช้งบประมาณปีถัดไป ให้โครงการถูกต้องไร้ข้อครหา นี่คือธงเป้าหมายของพรรค แต่ถ้านายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ยังคงเดินหน้าลุยไฟก็เป็นสิทธิของท่าน แต่มีราคาที่ต้องจ่าย เมื่อถามถึงกระแสข่าวกรมสอบสวนคดีพิเศษ เตรียมเปิดรายชื่อนักการเมืองที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่าย Forex อาจมีชื่อนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เข้าไปเกี่ยวข้อง น.ส.รักชนกตอบว่า ยังไม่ได้รับข้อมูลเรื่องนี้ แต่หากมีความเกี่ยวข้องกับคนในพรรค ทุกคนพร้อมให้ความร่วมมือเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ“โรม” ปูดอาจโยงธุรกิจน้ำมันเถื่อนนายรังสิมันต์กล่าวว่า ปัญหาโครงการ TH-AI Passport ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราคิดไปเอง แต่มีภาคประชาชน และหลายฝ่ายร่วมคัดค้าน เป็นเครื่องยืนยันได้ว่าโครงการนี้มีปัญหา สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปหากมีการทุจริตคือการฟอกเงิน เงินจะถูกทำให้ขาวสะอาด ไหลเข้าสู่วงการเมืองที่อาจมีนักการเมืองหรือนักธุรกิจเข้าไปเกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังมีผู้ร้องให้ข้อมูลความเชื่อมโยงโครงการ TH-AI Passport อาจมีส่วนเกี่ยวข้องบริษัทน้ำมันเถื่อน แต่ต้องดูข้อมูลผู้ร้องอีกครั้ง พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย จะติดตามเรื่องนี้อย่างจริงจัง เมื่อถามถึงกระแสข่าวพรรคประชาชนล็อบบี้ให้หน่วยงานรัฐ เปิดชื่อนักการเมืองที่เกี่ยวข้องในคดี Forex หลังการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. นายรังสิมันต์ตอบว่า ทำไม่ได้อยู่แล้ว ไม่น่าเกิดขึ้นได้ พวกเราไม่มีอำนาจไปสั่งการหน่วยงานภาครัฐได้ เชื่อว่านายภาวุธจะเข้าสู่กระบวนการ พร้อมให้ความร่วมมือ ไม่ได้ต้องการปกป้องใคร แค่อยากเห็นกระบวนการตรวจสอบตรงไปตรงมา และหวังว่าการเปิดประเด็นนี้ขึ้นมา จะไม่ใช่เกมการเมือง ขอรอดูการแถลงของ รมว.ยุติธรรมก่อนกมธ.งัดอำนาจลากอธิบดี ปค.เข้าสภาน.ส.ชลณัฏฐ์ โกยกุล โฆษกคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุม กมธ.พัฒนาการเมืองว่า เป็นการประชุมต่อเนื่องจากครั้งที่แล้วเพื่อพิจารณากรณีไลน์หลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” พร้อมเชิญกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และอธิบดีกรมการปกครองมาอีกครั้ง กกต.เดินทางมาด้วยตัวเอง แต่อธิบดีกรมการปกครองส่งผู้แทนมาเช่นเดิม ประธาน กมธ.จึงเชิญกลับ เพราะเห็นว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นที่อ่อนไหว มีผลกระทบในวงกว้าง ไม่สามารถให้ผู้ใต้บังคับบัญชามารับผิดชอบผลที่อาจเกิดขึ้นได้ เพราะทุกอย่างที่พูดมีผลผูกพันตามกฎหมาย ครั้งหน้า กมธ.จะเชิญอธิบดีกรมการปกครองมาให้ข้อมูลอีกครั้ง หากสุดท้ายยังไม่มา กมธ.มี พ.ร.บ.อำนาจเรียกเจ้าตัวมาชี้แจง แต่คำถามคือจะดื้อแพ่งไปถึงเมื่อไหร่ กมธ.จะติดตามเรื่องนี้ถึงที่สุดชงสอบ อบจ.สงขลากู้เงิน 2 พันล้านอีกเรื่อง น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ประธานกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือจากนายพงศธร สุวรรณรักษา (ทนายอาร์ม) ตัวแทนเครือข่ายบ้านเกิดเมืองนอน จ.สงขลา ถึงปัญหาการกู้เงิน 2,000 ล้านบาท ของ อบจ.สงขลา นายพงศกรกล่าวว่า การกู้ยืมเงินดังกล่าวผิดระเบียบการกู้ยืม ที่ต้องเป็นกรณีเร่งด่วน ไม่สามารถใช้งบปกติได้ แต่ อบจ.สงขลากู้ยืมเงินไปซ่อมถนนทั้งหมด เป็นการตั้งเรื่องกู้ก่อนมีโครงการ และยังมีการบิดเบือนข้อมูลในการทำประชาคม อยากให้ กมธ.ยับยั้งการกู้เงินก้อนนี้ น.ส.ภคมนกล่าวว่า การจัดทำโครงการสาธารณะระดับนี้ต้องจัดทำความคิดเห็น ช่วงแรกเว็บไซต์ อบจ.สงขลา มียอดคนมาแสดงความคิดเห็น 7,000 กว่าความเห็น ดูแล้วเป็นความผิดปกติ เมื่อไปขอข้อมูลการแสดงความคิดเห็นก็ไม่ได้รับความร่วมมือ ต้องตรวจสอบว่า 7,000 ความเห็นที่แสดง เป็นความเห็นจริงของประชาชนหรือไม่ กมธ.จะติดตามเรื่องนี้ว่าผู้มีอิทธิพลในพื้นที่เกี่ยวข้องหรือไม่ปชน.จับตาซิน เคอ หยวนเดินเครื่องนายกฤช ศิลปชัย สส.ระยอง พรรคประชาชน รองประธานกรรมาธิการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีกรมโรงงานอุตสาหกรรมอนุญาตให้บริษัทซิน เคอ หยวน กลับมาเปิดอีกครั้งว่า แม้ตามข้อกฎหมายสามารถเปิดได้ แต่คิดว่าการอนุญาตให้เปิดทำให้เกิดข้อสงสัย เพราะมีความไม่ชัดเจนหลายประการ โดยเฉพาะกรณีสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) พิจารณาแล้วยืนยันว่าการแก้ไขปรับปรุงกระบวนการผลิตถูกต้อง แต่มีข้อสงสัยกระบวนการผลิตที่ทางโรงงานชี้แจงนั้น เป็นกระบวนการเดิมที่ผลิตเหล็กมาแล้วมีปัญหา คำสั่งที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมให้โรงงานปรับปรุงกระบวนการผลิต เรื่องเตาปรุงน้ำเหล็กที่ยังไม่มีการปรับปรุง แต่โรงงานใช้วิธีเติมสารบางอย่างเข้าไปในเตาหลอมเหล็กแทน จึงไม่เห็นความคืบหน้าการปรับปรุงโรงงาน ขณะที่ สมอ.ไม่ได้ชี้แจงเรื่องคุณภาพเหล็กจากตึก สตง.ถล่ม ที่ไม่ผ่านคุณภาพ ดังนั้นหากเจอใครปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จะดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมแน่นอน“ชัยชนะ” เย้ย “หนู” ทำละครลิงตบตาขณะที่นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการโยกย้าย ผวจ.ภูเก็ต และรอง ผวจ.ภูเก็ตว่า ฝากถึงนายกฯต้องเร่ง ต้องตรวจสอบว่าเจ้าหน้าที่รัฐคนไหนที่มีส่วนร่วมบ้าง อย่าตรวจสอบเฉพาะประเด็นอาญาอย่างเดียว ต้องสอบเส้นเงิน การฟอกเงิน การได้มาของทรัพย์สินถูกต้องหรือไม่ การโยกย้ายครั้งนี้ไม่ใช่บทลงโทษ ถือว่าย้ายในระนาบเดียวกัน นายกฯควรแก้ปัญหาให้ตรงจุด ที่ สส.พรรคประชาชนระบุว่าถูกขู่ทำร้ายขู่ฆ่า ท่านได้จัดการหรือไม่ เรื่องนี้เป็นเหตุถึงขั้นขู่เอาชีวิต สส.ตัวแทนของประชาชน เมื่อถามว่ามองว่าเป็นการสร้างภาพหรือไม่ นายชัยชนะตอบว่า ไม่กล้ามองแบบนั้น แต่เป็นการโยกย้ายละครลิงตบตาประชาชน สส.ยังโดนขู่ฆ่า แต่นายกฯกลับไม่ฟังเขา ทุกชีวิตไม่ว่าจะเป็น สส.รัฐบาล หรือ สส.ฝ่ายค้านก็โดนข่มขู่แบบนี้ไม่ได้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่