โลกจับตา “ตะวันออกกลาง” รอวันสงบสุข หลัง “ปธน.สหรัฐฯ” ลงนาม MOU14 ข้อ ยุติสงครามกับอิหร่าน ที่ฝรั่งเศสมี “ปธน.อิหร่าน” นั่งลงนามอยู่ที่กรุงเตหะราน ก่อนมีการลงนามอย่างเป็นทางการที่รีสอร์ตหรูในสวิตเซอร์แลนด์ 19 มิ.ย. แม้กองทัพอิสราเอลยังถล่มเลบานอนต่อเนื่อง แต่อิหร่านโวเป็นชัยชนะของตัวเองทันที เมื่อไม่ต้องส่งยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงออกนอกประเทศตามความต้องการของสหรัฐฯ แล้วยังได้คุมการบริหารช่องแคบฮอร์มุซร่วมกับโอมาน เล็งเดินหน้าเก็บค่าบริการเดินเรือ ผลการลงนามไม่นาน เรือบรรทุกน้ำมันของซาอุฯ 3 ลำ แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ฉลุยสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางใกล้สู่ความสงบมากขึ้นอีกขั้น หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ “อิสลามาบัด MOU” เพื่อยุติสงครามกับอิหร่าน ที่พระราชวังแวร์ซาย นอกกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อค่ำวันที่ 17 มิ.ย.ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนการร่วมรับประทานอาหารค่ำกับบรรดาผู้นำกลุ่ม G7 ส่วนทางฝั่งอิหร่านมี นายมัซอูด เพเชซกียอน ประธานาธิบดี เป็นผู้ลงนามในกรุงเตหะราน โดยเงื่อนไขทั้ง 14 ข้อ ที่มีการเปิดเผยในเวลาต่อมา มีเนื้อหาเหมือนกับที่สื่อรายงานก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นการที่สหรัฐฯ-อิหร่านและพันธมิตรที่ร่วมศึกครั้งนี้ จะยุติการทำสงครามในทุกแนวรบในทันทีและถาวร รวมทั้งอิหร่านตกลงที่จะไม่พัฒนาหรือจัดหาอาวุธนิวเคลียร์ และเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้มีการเดินเรือแม้บันทึกความเข้าใจยุติศึกจะเริ่มต้นขึ้น แต่สถานการณ์ในเลบานอนยังคงวิกฤติ กองทัพอิสราเอลยังคงปฏิบัติการทางทหารอย่างต่อเนื่อง มีการใช้โดรนโจมตีในเมืองเบตยาฮูนและคฟาร์เตบนิต ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย ขณะที่รายงานจากหนังสือพิมพ์ เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล ระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ต่อสายตรงถึงนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เพื่อกดดันให้หยุดการระเบิดอาคารทิ้ง โดยวิจารณ์ว่ายุทธวิธีการถล่มอาคารที่พักอาศัยทั้งตึกเพื่อจัดการกับเป้าหมายเพียงจุดเดียวนั้นเกินกว่าเหตุ แม้ทรัมป์จะยอมรับสิทธิในการป้องกันตนเองของอิสราเอล แต่ได้กำชับให้ฝ่ายอิสราเอลปรับเปลี่ยนท่าที ลดความแข็งกร้าวและมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ส่วนนายเชห์บาส ชาริฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ในฐานะตัวกลางการเจรจา เปิดเผยว่า พิธีลงนามใน MOU อย่างเป็นทางการ มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 19 มิ.ย.ที่บือเกนสต็อก รีสอร์ต สถานที่พักผ่อนท่องเที่ยวสุดหรูบนภูเขาบือเกนสต็อก เหนือทะเลสาบลูเซิร์น ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นสถานที่ที่กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติกาตาร์เป็นเจ้าของ ตอกย้ำบทบาทสำคัญของกาตาร์ในฐานะผู้ไกล่เกลี่ยหลัก ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯระบุว่าจะเริ่มการเจรจาในรายละเอียดทันที โดยมุ่งเน้นไปที่โครงการนิวเคลียร์เป็นลำดับแรก เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว จึงจะขยายประเด็นไปสู่เรื่องขีปนาวุธและกลุ่มตัวแทน (Proxies) ในภูมิภาคต่อไปในขณะเดียวกัน นายราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ได้ออกมาประกาศความพร้อม โดยระบุว่า IAEA เตรียมเริ่มหารือถึงขั้นตอนปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อกำกับดูแลการเจือจาง สต๊อกยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่านให้เป็นไปตามข้อตกลงอย่างเป็นรูปธรรม ถือเป็นก้าวสำคัญในเชิงเทคนิคที่ทุกฝ่ายกำลังเฝ้าจับตาด้านนายโมฮัมหมัด กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านและหัวหน้าคณะเจรจา มองว่าข้อตกลงนี้คือชัยชนะของอิหร่าน ถือเป็นหลักฐานของการยอมจำนนและเครื่องพิสูจน์ถึงความล้มเหลวของสหรัฐฯ ให้ประชาชนได้เห็นและตัดสิน พร้อมย้ำว่าช่องแคบฮอร์มุซจะไม่กลับไปเป็นเหมือนช่วงก่อนสงครามอีกต่อไป ในขณะที่นายอิสมาอิล บากอยี โฆษกกระทรวง การต่างประเทศอิหร่าน ยืนยันว่าอิหร่านจะเฝ้าจับตาการปฏิบัติตามข้อตกลงของสหรัฐฯอย่างใกล้ชิด โดยมีกรอบเวลาเจรจา 60 วัน และยืนยันว่าจะไม่ส่งยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงออกนอกประเทศ แต่จะใช้วิธีเจือจางแทน ทั้งยังมีการเตรียมจัดระเบียบการบริหารช่องแคบฮอร์มุซใหม่ร่วมกับโอมาน พร้อมเก็บค่าบริการการเดินเรือท่ามกลางความพยายามฟื้นฟูสันติภาพ รัสเซียได้แสดงท่าทีต้อนรับการลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ โดยกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียเน้นย้ำว่า เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกฝ่ายต้องปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด รวมถึงสถานการณ์ในเลบานอน พร้อมประกาศความพร้อมที่จะสนับสนุนการทูต เพื่อสร้างเสถียรภาพระยะยาวในตะวันออกกลาง เช่นเดียวกับกระทรวงต่างประเทศจีนได้แสดงความยินดีและคาดหวังให้สหรัฐฯ และอิหร่านดำเนินการเจรจาด้วยความมีเหตุผลและปฏิบัติได้จริง พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการทำตามพันธกรณีที่ให้ไว้ สอดคล้องกับท่าทีของนายโมฮัมหมัด กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ที่เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์พิเศษกับจีน โดยระบุว่าอิหร่านพร้อมยกระดับความสัมพันธ์กับจีนให้เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่แท้จริงในทุกมิติส่วนความคืบหน้าสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ เริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น หลังมีรายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ของซาอุดีอาระเบีย 3 ลำ สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จ หลังจากมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ นับเป็นการคลี่คลายภาวะชะงักงันที่เคยบีบให้ซาอุดีอาระเบียต้องเปลี่ยนไปใช้ท่าเรือยานบูในทะเลแดงแทน นอกจากนี้ สื่ออิหร่านยังรายงานว่าเรือของอิหร่านอีก 11 ลำ ได้ผ่านการปิดล้อมของกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้เป็นที่เรียบร้อย หลังจากมีการสรุปเนื้อหา MOU เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงการลดระดับความตึงเครียดที่เริ่มส่งผลเชิงรูปธรรมต่อการขนส่งพลังงานของโลกอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่