สัปดาห์นี้ถือเป็นสัปดาห์ที่สำคัญอย่างยิ่งต่อประชาคมโลก เพราะในที่สุดทั้งรัฐบาลสหรัฐฯและอิหร่านต่างให้ความเห็นชอบแล้ว ในเรื่อง “รายละเอียด” ของเงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับการหย่าศึกแก้ไขตัดคำกันไปกันมาตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ในที่สุดทั้งสองฝ่ายก็ได้คำที่พึงพอใจและพอจะยอมรับได้ โดยเบื้องต้นสำนักข่าวต่างประเทศระบุว่าเป็นเงื่อนไขอย่างน้อย 12 ข้อ 1.หยุดยิงถาวรทุกแนวรบรวมถึงเลบานอน 2.สหรัฐฯจะไม่ยุ่งเกี่ยวหรือแทรกแซงกิจการภายในของอิหร่าน 3.กองทัพสหรัฐฯถอนกำลังออกจากพื้นที่รอบๆประเทศอิหร่าน 4.ยกเลิกมาตรการปิดล้อมอิหร่านทางทะเลและเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 30 วัน5.ระงับมาตรการคว่ำบาตรต่างๆที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันอิหร่าน และเปิดทางให้อิหร่านเข้าถึงรายได้ 6.เงินฟื้นฟูอิหร่าน 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 9.6 ล้านล้านบาท จะมาจากเงินทุนของสหรัฐฯและชาติพันธมิตร 7.การเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงสันติภาพขั้นสุดท้าย จะใช้เวลา 60 วันหลังจากนี้และจะมุ่งเน้นการหารือเรื่องโครงการนิวเคลียร์และการปลดล็อกคว่ำบาตรตามด้วย 8.อิหร่านมีความยึดมั่นว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ภายใต้กรอบสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ 9.สหรัฐฯจะไม่เติมทหารเข้ามาในภูมิภาคหรือใช้มาตรการคว่ำบาตรใหม่ๆต่ออิหร่านตลอดระยะเวลาการเจรจา 10.สหรัฐฯจะคืนสินทรัพย์อิหร่านที่อายัดไว้ เป็นจำนวน 24,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 768,000 ล้านบาทภายในช่วงที่มีการเจรจากัน 11.คณะมนตรีความมั่นคงสห ประชาชาติ (UNSC) จะมีการจัดตั้งกลไกกำกับดูแลข้อตกลงสันติภาพขั้นสุดท้าย และให้การสนับสนุนข้อตกลงสันติภาพขั้นสุดท้ายระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านและ 12.โครงการขีปนาวุธของอิหร่าน และมาตรการของอิหร่านในการสนับสนุนเครือข่ายความมั่นคงต่างๆในภูมิภาคตะวัน ออกกลาง จะไม่มีการหยิบยกมาหารือแต่อย่างใดทั้งนี้ ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าทั้งสองฝ่ายมีการนัดพบกันที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันศุกร์ที่ 19 มิ.ย.นี้ ฝ่ายสหรัฐฯส่งนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ฝ่ายอิหร่านส่งนายโมฮัมหมัด กาลิบาฟ ประธานรัฐสภา และนายอับบาส อารักชี รมว.ต่างประเทศอิหร่าน เข้าร่วมพิธีลงนาม “บันทึกความเข้าใจ” อย่างเป็นทางการต้องมาดูว่าทุกฝ่ายจะประคองสถานการณ์ ไปได้จนถึงปลายสัปดาห์นี้หรือไม่ เพราะตอนนี้มีสัญญาณมาแล้วว่า “อิสราเอล” มีจุดยืนไม่ขอมีส่วนเกี่ยวข้องกับเงื่อนไขระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่านแต่อย่างใด.ตุ๊ ปากเกร็ดคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม