ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศร่วมถวายความจงรักภักดี ส่งเสด็จขบวนพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวัชรราชธิดา จาก รพ.จุฬาลงกรณ์ฯ ถึงพระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง ตลอดเส้นทางระยะ 10 กม.อย่างเนืองแน่น บางรายสุดกลั้นถึงกับร่ำไห้ด้วยความโศกเศร้าในการสูญเสีย “เจ้าหญิงผู้ทรงงานเพื่อประชาชน” ขณะที่กรมศิลปากรเตรียมออกแบบ-จัดสร้างพระเมรุตามโบราณราชประเพณีอย่างสม พระเกียรติ และสะท้อนพระจริยวัตรอันงดงาม พร้อมจัดทำจดหมายเหตุบันทึกทุกเหตุการณ์ทุกแง่มุมและหนังสือที่ระลึก ด้านผู้นำชาติอาเซียนส่งสาส์น ร่วมถวายความอาลัย ยกย่องพระกรณียกิจ “พระองค์ภา” เป็นดั่งมรดกล้ำค่าแก่สังคมโลกและคนไทยตลอดเช้าวันที่ 13 มิ.ย.พสกนิกรจากทุกสารทิศหลั่งไหลมายัง รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และตลอดเส้นทางตั้งแต่ถนนอังรีดูนังค์ ถนนพระราม 4 ถนนพญาไท ถนนศรีอยุธยา ถนนราชดำเนิน ไปจนถึงถนนหน้าพระลาน เพื่อรอส่งเสด็จขบวนเชิญพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหา วัชรราชธิดา “พระองค์ภา” ไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวังรอส่งเสด็จแน่น รพ.จุฬาฯที่บริเวณโถงชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ตั้งแต่ช่วงเช้า ประชาชนแต่งกายในชุดดำ เข้ามาถวายสักการะและทูลเกล้าฯ ถวายดอกไม้สด เบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา อย่างต่อเนื่อง จากนั้นพากันออกมาจับจองที่นั่งเพื่อรอขบวนรถเชิญพระศพ ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า ทั้งนี้ นางวราพรรณ เกียรติไพบูลย์ หนึ่งในผู้มารอเฝ้า กล่าวว่า หลังจากทราบข่าว ตนนำพวงมาลัยมาทูลเกล้าฯ ถวายเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และกราบถวายสักการะด้วยความอาลัยเป็นอย่างมาก พระองค์ทรงงานเพื่อพสกนิกรมากมาย ไม่ว่าจะเป็นงานด้านสาธารณสุข ด้านกฎหมาย ความช่วยเหลือผู้ต้องขังภายหลังจากพ้นโทษอย่างยั่งยืน เช่นเดียวกับนางวิไลวรรณ โสภางาม และ ด.ช.เมฆา หวังจุลกลาง เปิดเผยว่า ตนกับหลานเดินทางมาทูลเกล้าฯ ถวายพวงมาลัย เบื้องหน้าพระรูป และกราบถวายสักการะด้วยความสำนึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ระลึกถึงคุณงามความดีที่พระองค์ทรงทำเพื่อชาวไทยทุกคน และจะน้อมนำสิ่งที่พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างแก่ประชาชนมาปรับใช้กับการดำเนินชีวิต เพื่อเป็นพลเมืองดีของประเทศต่อไปนายกฯถวายน้ำสรงพระศพขณะที่ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง มีภาครัฐและเอกชน รวมทั้งประชาชนทยอยมาถวายน้ำสรงพระศพ เบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา กันอย่างเนืองแน่น ด้วยความอาลัยและน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย และคู่สมรส นำคณะรัฐมนตรีมาร่วมถวายน้ำสรงพระศพ เบื้องหน้าพระรูป นอกจากนี้ยังมีนักการเมืองและผู้นำเหล่าทัพ นำคณะร่วมถวายน้ำสรงพระศพ อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พลเอกธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม พลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ พลตำรวจเอก นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คณะบุคคลสำคัญ ข้าราชการกระทรวง สมาคม มูลนิธิ ผู้บริหารภาคเอกชน อาทิ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ครอบครัวจิราธิวัฒน์ รวมถึงคนบันเทิงอย่าง กรรณิการ์ วีรวรรณ นาเดีย โสณกุล พร้อมคณะครู ศิษย์เก่า โรงเรียนราชินี ฯลฯรีบเหมารถจากร้อยเอ็ดเข้ากรุงนางสำราญ เที่ยวผดุง ชาวร้อยเอ็ด กล่าวว่า ตนและเพื่อนๆมากัน 10 คน ตั้งใจเดินทางจากอำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด หลังจากทราบข่าว โดยเดินทางด้วยรถตู้ออกจากร้อยเอ็ด ในคืนวันที่ 12 มิ.ย.เวลา 22.00 น. และมาถึงกรุงเทพฯ เวลาตี 5 จากนั้นตรงเข้ามาที่พระบรมมหาราชวัง ตนรู้สึกเสียใจจนบอกไม่ถูก รักพระองค์ท่านเลยชวนกันมา พร้อมทั้งจะได้กราบพระบรมศพ สมเด็จพระบรมราชชนนี พันปีหลวง เสร็จแล้วจะเดินทางกลับร้อยเอ็ดทันทีขอเฝ้าส่งเสด็จเป็นครั้งสุดท้ายขณะที่ น.ส.ช้องมาศ พุ่มสวัสดิ์ อายุ 47 ปี ชาวสมุทรสงคราม กล่าวว่า ออกจากบ้านตั้งแต่เวลา 06.00 น. ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณและความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะมาสรงน้ำพระศพ และเฝ้า ส่งเสด็จขบวนเชิญพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เป็นครั้งสุดท้าย เพราะนับตั้งแต่ทราบข่าวจากแถลงการณ์สำนักพระราชวัง รู้สึกใจหายและโศกเศร้าเป็นอย่างยิ่ง หากกล่าวในความรู้สึกของประชาชนคนหนึ่ง ได้ติดตามพระ กรณียกิจและเห็นพระองค์ท่านในทุกช่วงเวลาของพระชนม์ชีพ จนเกิดเป็นความผูกพันและความเคารพรักเป็นพิเศษในหลวง–ราชินี เสด็จฯรับพระศพต่อมาเวลา 15.45 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระ ราชดำเนิน โดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วย สมเด็จ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี ออกจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ เสด็จขึ้นชั้น 29 โดยมีสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน รอรับเสด็จ จากนั้น สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เดินนำขบวนเชิญพระศพลงจากอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ คณะแพทย์และพยาบาลที่ถวายการรักษาพยาบาลเลื่อนพระแท่นพยาบาล เชิญพระศพเข้าสู่ลิฟต์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จตามพระศพปชช.ร่ำไห้กราบถวายความอาลัยเมื่อเชิญพระศพถึงชั้นล่างของอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ คณะแพทย์และพยาบาลเชิญพระแท่นพยาบาลพระศพขึ้นรถยนต์หลวง ยี่ห้อโฟล์คสวาเกน ทะเบียน ร.ย.ล.1 ด.0929 เชิญพระศพที่จอดเทียบอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ คณะแพทย์และพยาบาลที่ถวายการรักษาฯ ตามเสด็จฯ ในรถยนต์หลวงเชิญพระศพ ไปยังพระบรมมหาราชวัง โดยมีรถยนต์พระที่นั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จนำขบวน ตามด้วย รถสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ นำรถเชิญพระศพ และเมื่อขบวนรถเชิญพระศพเคลื่อนออกจากอาคารภูมิสิริมังคลานุรณ์ ในเวลา 16.26 น. ผ่านอาคาร อานันทมหิดล อาคารศูนย์อาหารทวีวงศ์ถวัลยศักดิ์ อาคารนวมินทร์-คัคณางค์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ฯ คณะแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยนิสิตแพทย์ นักศึกษาพยาบาล และประชาชน พร้อมใจกันก้มกราบถวายความอาลัยและร่ำไห้ตลอดเส้นทางที่ขบวนเชิญพระศพเคลื่อนผ่าน10 กม.แห่งความโศกาอาดูรทั้งนี้ ขบวนรถเชิญพระศพเคลื่อนขบวนไปตามเส้นทางเลี้ยวซ้ายเข้าถนนอังรีดูนังต์ เลี้ยวขวาออกถนนพระราม 4 ถึงแยกสามย่าน เลี้ยวขวาเข้าถนนพญาไท ซึ่งเป็นที่ตั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีนิสิตจุฬาฯนั่งเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบที่ริมบาทวิถี เฝ้าฯส่งเสด็จ และร่วมถวายบังคมเมื่อขบวนรถเชิญพระศพแล่นผ่าน เมื่อถึงแยกพญาไท ผ่านวังสระประทุม เหล่าข้าราชบริพารในชุดปกติขาว สวมปลอกแขนไว้ทุกข์ ได้ตั้งแถวร่วมส่งเสด็จฯโดยพร้อมเพรียง จากนั้นขบวนเชิญพระศพฯเลี้ยวซ้ายเข้าถนนศรีอยุธยา ผ่านอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลย เดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผ่านวัดเบญจมบพิตรดุสิต วนารามราชวรวิหาร เลี้ยวซ้ายเข้าถนนราชดำเนินนอก ถนนราชดำเนินกลาง ถนนราชดำเนินใน เลี้ยวขวาเข้าถนนหน้าพระลาน เลี้ยวซ้ายเข้าประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง รวมระยะทางประมาณ 10 กม.ซึ่งตลอดเส้นทางข้าราชการ ประชาชนที่เฝ้าฯรอส่งเสด็จได้ก้มกราบถวายความอาลัยและร่ำไห้ด้วยความโศกเศร้าต่อการสูญเสียครั้งนี้ทุกภาคส่วนตั้งแถวส่งเสด็จสองฟากฝั่งผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในขณะที่ขบวนเชิญพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เคลื่อนเข้ามาในถนนศรีอยุธยา ซึ่งเป็นที่ตั้งของหน่วยงานรัฐ อาทิ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. คณะผู้บริหาร ข้าราชการตลอดจนเจ้าหน้าที่ กว่า 100 คน มาตั้งแถวยาวบริเวณด้านหน้าสำนักงานปลัดฯ เพื่อร่วมส่งเสด็จขบวนเชิญพระศพฯ โดยทุกคนสวมชุดปกติขาวไว้ทุกข์อย่างพร้อมเพรียงกัน ซึ่งเมื่อขบวนเชิญพระศพฯ มาถึงคณะผู้บริหาร ข้าราชการ ตลอดเจ้าหน้าที่และประชาชนได้ถวายความเคารพท่ามกลางบรรยากาศที่โศกเศร้าและอาลัยยิ่ง ซึ่งข้าราชการ ตลอดจนประชาชนต่างอดกลั้นความเศร้าโศก อาลัย และเสียใจไม่ไหว จนต้องหลั่งน้ำตาและสะอื้นไห้ออกมาจนขบวนเชิญพระศพเคลื่อนไปจนสุดเส้นทางอว.พร้อมน้อมนำพระดำริฯศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. เปิดเผยว่า ในนามกระทรวง อว.ขอถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ผ่านมาทรงมีเมตตาและห่วงใยพสกนิกร ทรงมีโครงการสำคัญๆที่เกี่ยวเนื่องกับกระทรวง อว.ในการให้ความช่วยเหลือและแก้ปัญหาให้กับพสกนิกร ไม่ว่าจะเป็นโครงการมูลนิธิ ณภาฯ ในพระดำริฯ นำงานวิจัยจากสารสกัดพืชสมุนไพรท้องถิ่นมาพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและผิวหน้าที่ได้มาตรฐานสากล ภายใต้แนวคิด “ไทยแบรนด์” เพื่อสร้างอาชีพให้ผู้ขาดโอกาส หรือ “โครงการกำลังใจ” ในพระดำริฯผ่านกลไกมหาวิทยาลัยในสังกัดกระทรวง อว. โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยราชภัฏและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ได้เข้าไปมีส่วนช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิง เด็กติดผู้ต้องขัง รวมถึงผู้ต้องขังชายที่ใกล้พ้นโทษ รวมทั้งโครงการเฉลิมพระเกียรติและการพัฒนาทุนมนุษย์ยกระดับและพัฒนาทักษะแรงงานในศตวรรษที่ 21 เป็นต้น ซึ่งกระทรวง อว.จะน้อมนำไปปฏิบัติต่อไปอากาศร้อนก็ไม่ท้อรอส่งเสด็จที่บริเวณถนนราชดำเนินนอก ด้านหน้ากระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีประชาชน ผู้บริหาร ข้าราชการ บุคลากรของ ศธ. นำโดยนายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัด ศธ.มาร่วมส่งเสด็จพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เต็มพื้นที่บริเวณริมถนน แม้ในบางพื้นที่ต้องตากแดด แต่ก็รอส่งเสด็จกันอย่างพร้อมเพรียง โดยนายสุเทพกล่าวว่า หน่วยงานในกำกับมาร่วมน้อมส่งเสด็จพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ประมาณ 500 คน สำหรับการเป็นเจ้าภาพการบำเพ็ญกุศล ศธ.จะดำเนินการในโอกาสสำนักพระราชวังประกาศหลังครบกำหนด 100 วันแล้วคนบันเทิงน้อมส่งเสด็จ–เป็นจิตอาสานอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คนวงการบันเทิงเดินทางมาร่วมพิธีเคลื่อนพระศพ สมเด็จ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เพื่อน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยด้วยความโศกเศร้า อาทิ ตุ๊ก-เดือนเต็ม สาลิตุลย์ ที่ รพ.จุฬาภรณ์ โอ-อนุชิต สพันธุ์พงษ์ ที่ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ ลี-ฐานัฐพ์ โล่ห์คุณสมบัติ อัค-อัครัฐ นิมิตรชัย ณ บริเวณประตูวิเศษไชยศรี ฯลฯ รวมถึงกลุ่มนักแสดงร่วมทำหน้าที่จิตอาสา อาทิ ฝันดี-ฝันเด่น จรรยาธนากร พร้อมทีมกู้ภัยภาคประชาชน “ฝันดี-ฝันเด่น คนไทยไม่ทิ้งกัน” ได้นำน้ำดื่มและทีมปฐมพยาบาล เพื่อดูแลประชาชน ระหว่างรอรับเสด็จขบวนเชิญพระศพ สมเด็จพระเจ้า ลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ณ บริเวณริมหน้ากองทัพภาคที่ 1 ถนนราชดำเนินนอก หมอก้อง-สรวิชญ์ สุบุญ และทีมแพทย์ เพื่อดูแลประชาชนที่รอรับเสด็จ ณ บริเวณหน้าศาลหลักเมืองทูลกระหม่อมฯ รอรับเสด็จฯครั้นขบวนรถยนต์หลวงเชิญพระศพถึงพระบรม มหาราชวัง เข้าทางประตูวิเศษไชยศรี ประตูพิมานไชยศรี รถยนต์หลวงเชิญพระศพเทียบทางด้านซ้ายประตูพรหมโสภา รถยนต์พระที่นั่งเทียบที่ประตูกำแพงแก้วพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ข้างพระที่นั่งราชกรัณยสภา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมด้วยพระบรมวงศา นุวงศ์ ทรงพระดำเนินตามพระศพขึ้นพระที่นั่งพิมานรัตยา การนี้ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรงศ์เธอ พระองค์เจ้า อทิตยาทรกิติคุณ รอรับเสด็จเชิญพระศพขึ้นพระที่นั่งพิมานรัตยาเมื่อเชิญพระศพขึ้นพระที่นั่งพิมานรัตยา ถึงที่พระแท่นสรงพระศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ถวายพระภูษาตาดระกำคุมพระศพ จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสำหรับพระศพ บูชาพระพุทธรูปประจำวันประสูติของสมเด็จพระเจ้า ลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรม หลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงคม ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์ สรงน้ำที่พานสายสิญจน์ ซึ่งโยงจากพระหัตถ์ ลำดับต่อมา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงรับขวดน้ำพระสุคนธ์ จากเจ้าพนักงานกองราชการฝ่ายในและงานฝ่ายในพระบรมมหาราชวัง ทรงสรงที่พานสายสิญจน์ ซึ่งโยงจากพระหัตถ์ทรงสรงน้ำที่พระอุระพระศพต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับหม้อทองคำลายกลีบบัวบรรจุน้ำสรงผอบแก้วบรรจุน้ำขมิ้น และผอบแก้วบรรจุน้ำพระสุคนธ์ จากเจ้าพนักงานกองราชการฝ่ายใน ทรงสรงที่พระอุระพระศพ จากนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงหวีพระเกศาขึ้นครั้งหนึ่ง หวีลงครั้งหนึ่ง หวีขึ้นอีกครั้งหนึ่ง แล้วทรงหักพระสางนั้น วางไว้ในพานซึ่งเจ้าพนักงานเชิญอยู่ ขณะนั้น เจ้าพนักงานประโคมสังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่กลองชนะ ปี่พาทย์ กองทหารเกียรติยศพระศพถวายความเคารพ ดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาชัย เจ้าพนักงานสนมพลเรือนเชิญหีบพระศพมาเทียบข้างพระแท่นด้านทิศใต้ คณะแพทย์และพยาบาลเชิญพระศพลงหีบพระศพ เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพระศรีทองคำลงยาบรรจุดอกบัวตูม และธูปเทียนที่พระอุระพระศพทรงวางพวงมาลาหน้าพระโกศจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ ประทับยืนหน้าพระราชอาสน์ที่นอกพระฉาก ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์เชิญหีบพระศพไปประดิษฐานหลังพระแท่นสุวรรณเบญจดล ประกอบพระโกศทองใหญ่ ภายใต้พระสัปตปฎล เศวตฉัตร (7 ชั้น) แวดล้อมด้วยเครื่องสูง หักทองขวาง มีชุมสาย 7 ชั้น ฉัตร 5 ชั้น บังแทรก ต้นไม้ทองเงิน ระหว่างนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกจากพระที่นั่งพิมานรัตยา ทางบันไดมุขกระสันพระที่นั่งพิมานรัตยา ไปประทับพักพระราชอิริยาบถ ณ พระที่นั่งราชกรัณยสภา สมควรแก่เวลา เสด็จไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายนรุตม์ ธัญวงษ์ รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี กำกับดูแลกองอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ปฏิบัติหน้าที่อาลักษณ์ อ่านประกาศพระบรมราชโองการสถาปนาพระเกียรติยศ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวง ราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากนั้น พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯไปทรงวางพวงมาลาที่หน้าพระโกศ และทรงยืนประทับนิ่งหน้าพระโกศอยู่ชั่วขณะหนึ่งทรงประกอบพระราชพิธีฯพระศพต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้น บูชาพระพุทธรูปประจำวันประสูติ แล้วเสด็จฯไปทรงทอดผ้าไตร 11 ไตร (เที่ยวแรก) พระสงฆ์สดับปกรณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก ทรงทอดผ้าไตร ทรงปฏิบัติเช่นนี้จนครบ 3 เที่ยว โดยทรงทอดผ้าไตรพระสงฆ์ 47 รูป เท่าพระชันษา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวง ราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ลำดับต่อมา ทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าเตียงพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม ด้านตะวันออก และด้านตะวันตกพระที่นั่งพิมานรัตยา เมื่อพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมครบ 4 จบ เจ้าพนักงานนิมนต์พระราชาคณะ 1 รูป ได้แก่ พระธรรมวชิรดิลก วัดสุทัศน์เทพวราราม เจ้าคณะภาค 9 ถวายอดิเรก และพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม 8 รูป นั่งยังอาสนสงฆ์พร้อมแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงทอดผ้าไตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทกพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม 100 วันจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปที่หน้าเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำวันประสูติ ทรงกราบ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม ประจำทั้งกลางวันกลางคืน รับพระราชทานฉันเช้าวันละ 8 รูป เพลวันละ 8 รูป และประโคมย่ำยามกำหนด 100 วันทั่วไทยร่วมถวายน้ำสรงพระศพขณะที่ตลอดวัน พสกนิกรทั่วประเทศร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระศพเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้า ลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวง ราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่หน่วยงานราชการจัดเตรียมไว้ โดยที่ห้องประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อ.เมืองเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร ผวจ. เชียงใหม่ นำข้าราชการทุกหมู่เหล่าร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระศพเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ และลงนามถวายความอาลัย หลังจากเสร็จพิธีถวายน้ำสรงพระศพของหน่วยงานราชการแล้วได้เปิดให้ประชาชนเข้าถวายความอาลัยร่วมถวายน้ำสรงพระศพ บรรยากาศเป็นไปอย่างเศร้าโศกเปิดให้ลงนามถวายความอาลัยที่พระมหาธาตุแก่นนครอนุสรณ์สาธุชน วัด หนองแวง พระอารามหลวง จ.ขอนแก่น นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผวจ.ขอนแก่น นำข้าราชการจากหน่วยงานต่างๆ พร้อมด้วยพสกนิกรทุกหมู่เหล่าข้าร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระศพ และลงนามถวายความอาลัยเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้า พัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณี สิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อแสดงออกถึงความจงรัก ภักดี และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงตรากตรำพระวรกายปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อให้พสกนิกรชาวไทยอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข ตลอดมา พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถลงนามแสดงความอาลัยได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 26 มิ.ย.“บัณฑิตจิ๋ว” เล่าความประทับใจด้าน น.ส.วราภรณ์ สร้อยเสน ชาว ต.ทุ่งวัง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ สาวร่างจิ๋วที่เคยเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ประจำปีการศึกษา 2560-2562 เมื่อวันที่ 21 ก.ย.2565 ปัจจุบันทำงานอยู่ธนาคารออมสิน สาขาสตึก ได้เล่าความประทับใจว่า ยังจำวันเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรอยู่ในใจไม่เคยเลือนหาย วันรับจริงแม้ว่าตนจะจบเกียรตินิยมอันดับ 2 ปกติต้องรับลำดับต้นๆ แต่ด้วยข้อจำกัดด้านร่างกาย คณะผู้จัดงานให้เข้ารับเป็นลำดับท้ายสุด ตนพยายามเดินไปยังหน้าแท่นประทับให้ใกล้ที่สุด ก่อนที่พระองค์จะทรงโน้มพระวรกายลงมาพระราชทานปริญญาบัตรด้วยพระองค์เอง พร้อมแย้มพระสรวลและพยักพระพักตร์ให้ เป็นภาพแห่งความประทับใจไม่มีวันลืมกรมศิลป์ออกแบบพระเมรุวันเดียวกัน นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวง วัฒนธรรม โดยกรมศิลปากรดำเนินการจัดสร้างพระเมรุ และอาคารประกอบ ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหา วัชรราชธิดา โดยกรมศิลปากรพร้อมดำเนินการตามโบราณราชประเพณีอย่างสมพระเกียรติ และสะท้อนพระราชจริยวัตรอันงดงาม ซึ่งการออกแบบและการดำเนินงานต่างๆ ต้องทูลเกล้าฯ ถวายรายงานต่อองค์ที่ปรึกษา เพื่อทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยต่อไปทำจดหมายเหตุบันทึกทุกเหตุการณ์อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน ยังได้รับมอบหมายในด้านงานจดหมายเหตุ และหนังสือที่ระลึกฯ โดยจะส่งนักจดหมายเหตุ ช่างภาพอาสาสมัคร ร่วมบันทึกเหตุการณ์ ตั้งแต่มีการประกาศสำนักพระราชวัง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชร ราชธิดา สิ้นพระชนม์ การเคลื่อนพระศพ ลำดับเหตุการณ์ ต่างๆ ไปจนถึงพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ รวมทั้งรวบรวมข่าวและภาพจากสื่อมวลชนหลากหลายแขนง ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ เพื่อรวบรวมในการจัดทำจดหมายเหตุและหนังสือที่ระลึกด้วยสิงคโปร์เสียใจ “องค์ภา” สิ้นพระชนม์นอกจากนี้ ตลอดวัน ผู้นำประเทศในภูมิภาคอาเซียนร่วมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสิ้น พระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พร้อมยกย่องพระกรณียกิจอันเป็นมรดกล้ำค่าแก่สังคมโลก โดยนายธาร์มัน ชันมูการัตนัม ประธานาธิบดีสิงคโปร์ ส่งสาส์นแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งในนามของประชาชนชาวสิงคโปร์ แด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้า ลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ โดยยกย่องพระกรณียกิจที่ทรงอุทิศพระองค์เพื่อสังคมในฐานะนักการทูตและอัยการผู้ผดุงความยุติธรรม ตลอดจนการสนับสนุนสภากาชาดไทยและมูลนิธิกุมาร โรงพยาบาลพระ มงกุฎเกล้า นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงบทบาทการเป็นกระบอกเสียงอันมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนสิทธิสตรีและการปฏิบัติต่อสตรีในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา จนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล พร้อมระบุว่าชาวสิงคโปร์ ต่างประทับใจในพระปรีชาสามารถและพระจริยวัตรอันงดงามเมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จฯเยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการในปี 2542 และเมื่อปี 2557 ในฐานะผู้ได้รับทุนแลกเปลี่ยนเกียรติยศลีกวนยู (Lee Kuan Yew Exchange Fellow) ลำดับที่ 42 พระกรณียกิจ ทั้งปวงที่ทรงอุทิศพระองค์ไว้จะสถิตเป็นแรงบันดาลใจและเป็นที่รำลึกถึงอย่างยิ่งตลอดไปทรงสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนด้านนายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ได้ส่งสาส์นแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งในนามของรัฐบาลสิงคโปร์ ถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยยกย่องสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ว่าทรงเป็นผู้สนับสนุนกลุ่มผู้เปราะบางและผู้ด้อยโอกาสอย่างเข้มแข็ง ทั้งยังทรงเป็นอัยการและนักการทูตที่มีความเชี่ยวชาญ ได้รับการยอมรับอย่างสูงในระดับสากลจากการมีบทบาทหลักในการสร้างบรรทัดฐาน สากลเพื่อพัฒนาการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและสิทธิ สตรี นอกจากนี้ ยังได้ระบุถึงความผูกพันอันแน่นแฟ้น กับประเทศสิงคโปร์ผ่านการเสด็จฯเยือนหลายครั้ง ซึ่งพระปรีชาสามารถ พระเมตตา และการอุทิศพระองค์ เพื่อประชาชนชาวไทยได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมากมาย การสิ้นพระชนม์ของพระองค์ถือเป็นความสูญเสียที่สะเทือนใจอย่างยิ่งต่อทั้งปวงชนชาวไทยและประชาคมโลกการอุทิศพระองค์เป็นมรดกล้ำค่าส่วนนายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดี ฟิลิปปินส์ ได้ออกแถลงการณ์ในนามของรัฐบาลและประชาชนชาวฟิลิปปินส์ แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมวงศานุวงศ์ และประชาชนชาวไทย โดยยกย่องว่าการอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์ส่วนรวมตลอดพระชนม์ชีพ รวมถึงความมุ่งมั่นในด้านความยุติธรรม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสิทธิสตรีของพระองค์ จักสถิตเป็นมรดกอันล้ำค่าที่ประชาชนชาวไทยน้อมรำลึก และเป็นที่ยกย่องชื่นชมของประชาคมระหว่างประเทศสืบต่อไป พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าประเทศฟิลิปปินส์ขอร่วมยืนหยัดเป็นหนึ่งเดียวกับชาวไทยในช่วงเวลาแห่งการไว้อาลัยต่อความสูญเสียครั้งใหญ่นี้ และร่วมเทิดพระเกียรติในพระกรณียกิจอันล้ำค่าของพระองค์คิงภูฏานทรงสวดมนต์ถวาย “พระองค์ภา”วันเดียวกัน สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งภูฏาน สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก (พระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 4) สมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก สมเด็จพระราชชนนีเชอริง เป็ม วังชุก พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์แห่งราชวงศ์ภูฏาน ได้เสด็จพระราช ดำเนินไปทรงร่วมพิธีสวดมนต์และจุดตะเกียงเนยจำนวน 1,000 ดวง ณ วิหารหลวงคุนเร (Grand Kuenrey) ภายในทาชิโชซองเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหา วัชรราชธิดา ซึ่งสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา โดยพิธีดังกล่าวมีข้าราชการระดับสูงของรัฐบาลภูฏาน ชุมชนชาวไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศภูฏาน และเจ้าหน้าที่จากสถานกงสุลใหญ่ร่วมในพิธีด้วยทรงยกเป็นเจ้าฟ้าหญิงที่คนไทยรักนอกจากนี้ เฟซบุ๊ก His Majesty King Jigme Khesar Namgyel Wangchuck ของ สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่ง ภูฏานซึ่งเผยแพร่ภาพพิธีดังกล่าวระบุด้วยว่า “สมเด็จ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์โตในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 10) พระองค์ทรงเข้ารับการรักษาพระอาการประชวร ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กรุงเทพมหานคร มาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565 พระองค์ทรงเป็นเจ้าฟ้าหญิงผู้เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย ทรงได้รับการยกย่องและเคารพรักอย่างกว้างขวางจากพระกรณียกิจที่ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อสาธารณประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการส่งเสริมกระบวนการยุติธรรม ตลอดจนการพัฒนาสวัสดิภาพของสตรีและเด็ก นอกจากนี้ ยังทรงปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพไทยด้วยความยึดมั่นและสมพระเกียรติ ราชอาณาจักรภูฏานและประเทศไทยมีความสัมพันธ์อันอบอุ่นและแน่นแฟ้นมาอย่างยาวนาน ในโอกาสนี้ พระราชวงศ์และประชาชนชาวภูฏานได้ร่วมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งมายังพระบาทสมเด็จพระวชิร เกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมวงศานุวงศ์ และประชาชนแห่งราชอาณาจักรไทยในความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่นี้”อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่