คนไทยไม่พลาดมหกรรมแห่งความสุข “เวิลด์คัพ 2026” ภาคเอกชนจัดการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกได้แบบคาบเส้นยาแดงผ่าแปด ปิดดีลได้ทันเวลา “ทดเจ็บนาทีสุดท้าย” แต่ข่าวร้ายไม่ได้ดูฟรีเหมือนที่แล้วมา เพราะต้องเสียค่าแพ็กเกจผ่าน “เพย์ทีวี” และข่าวร้ายกว่าที่มาพร้อมกับความสนุก คนไทยและชาวโลกต้องลุ้นฟุตบอลไปพร้อมๆกับสงครามตะวันออกกลางที่กลับมาปะทุเดือดรอบใหม่จังหวะ “คาวบอยไบโพลาร์” โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา สั่งถล่มอิหร่านแบบหนักๆ หมดระยะพักหยุดยิง เปิดฉากตะลุมบอนเกมรบแลกเลือด และก็ตามเกมพาลล็อกเอาความเดือดร้อนของพลเมืองเป็นตัวประกัน รัฐบาลเตหะรานประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ ขู่เรือทุกชนิดห้ามสัญจรผ่าน หากไม่อยากโดนกองกำลัง IRGC ล็อกเป้าถล่มเขย่ากระดานราคาน้ำมันดิบตลาดโลกผันผวนอย่างหนักตามสภาวะสงครามที่ผูกกับอาการไบโพลาร์ผู้นำมหาอำนาจ อาการยึกๆยักๆไร้ความแน่นอน กดดันสภาวะเศรษฐกิจโลกที่เปราะบาง ภาวะท้าทายใครแข็งแรงก็รอด ใครอ่อนแอก็แพ้ไปตามเค้าลางไม่สู้ดีที่เกิดกับประเทศอินโดนีเซียเบอร์ใหญ่ของอาเซียน กำลังเผชิญพายุร้ายทางเศรษฐกิจ ค่าเงินรูเปียร์ร่วงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ แบงก์ชาติต้องขึ้นดอกเบี้ยกันหูตาเหลือก ผลสะเทือนจากนโยบายประชานิยม รัฐบาลอิเหนาทุ่มเงินอุดหนุนราคาพลังงานจนการเงินการคลังมีปัญหาถังแตก จ่อพังทั้งกระดานสถานการณ์เทียบเคียงกับไทยแลนด์ที่พื้นฐานเศรษฐกิจคลับคล้ายละม้ายใกล้เคียงกัน ในจุดที่รัฐบาลใช้กองทุนน้ำมันอุดหนุนราคาพลังงานจนสถานะทางการเงินการคลังบักโกรก กู้เงินหมุนกันแทบไม่ทันแต่ไทยเลวร้ายกว่าตรง “การเมืองมั่วน้ำมัน” จนเละเทะฤทธิ์เดช “ไอ้โม่ง” ขาใหญ่ในวงอำนาจธุรกิจการเมือง ฉวยวิกฤติเป็นโอกาสกอบโกยกำไรจากเกม “ลักหลับ” ลอยตัวราคาน้ำมัน กักตุนดีเซล กั๊กเบนซิน จนเกลี้ยงปั๊ม สร้างภาวะขาดแคลนเทียม ปล้นประชาชนซ้ำวิกฤติภาวะสงครามลามสะเทือนกลไกธุรกิจพลังงานของประเทศ ส่อพังทั้งระบบแต่จนถึงตรงนี้รัฐบาลก็ยังคงจับมือ “ไอ้โม่ง” ดมไม่ได้เลยป้อไปป้อมาแบบที่ทีมสุดซอยของกระทรวงพลังงานชี้เป้าให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เล่นงาน 6 โรงกลั่นยักษ์ของภาคเอกชน พร้อมๆกับฉากโชว์ไล่จับคลังน้ำมันลักลอบซุกดีเซลที่จังหวัดอ่างทองหลักฐานคาหนังคาเขา ล็อกคอน้องชาย “เสี่ยตือ” คนดังผู้เป็นเจ้าของและไม่ได้บังเอิญนามสกุลเดียวกับ “เสี่ยตือ” ที่เป็นลูกหนี้ของ “โกเกี๊ยะ” ตามฐานข้อมูลที่ “รังสิมันต์ โรม” ตัวจี๊ดค่ายส้ม เปิดเอกสารการแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินไว้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)จิ๊กซอว์ง่ายๆในระดับเด็กประถมก็ต่อภาพปริศนาลายแทงได้สบายๆตามสภาพตอกย้ำ “คราบน้ำมัน” ที่กระเด็นเปื้อน “โกเกี๊ยะ” นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม กลายเป็นจุดกระดำกระด่างเข้าเนื้อลึกฝังแน่น แบบที่ล้างขัดถูยังไงก็ออกยากจากปรากฏการณ์สดๆร้อนๆแบบที่ทีม “สลิ่มเขากระโดง” จงใจเปิดชนวนใหม่ จุดพลุฟ้องประจาน “ก๊วนคนดี๊ดี” ที่แปลงเป็น “ไอ้โม่งดาวไถ” เรียกเงิน 5 ล้านบาทแลกกับการหยุดขุดคุ้ย “คุณพิพัฒน์ และปั๊ม PT”โดยมีเกรียนคีย์บอร์ดวีไอพีระดับ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ โผล่ไปคอมเมนต์ “อิอิ ทายกี่ทีก็ถูกว่าเป็นใคร” ร่วมด้วยช่วยแห่ “แคปหน้าจอประจาน”มันจึงบานทะโร่ ลามเป็นศึกใหญ่ มหายุทธ์ “คนดีย์” ฟัดกันเละตุ้มเป๊ะถึงจุดผลประโยชน์ขัดกันก็บรรลัย จากคนเคยรักพลิกกลับมาหักเหลี่ยมโหด คนกันเองสาวไส้ประจานกันหมดไส้หมดพุง รู้หน้ารู้ตัวกันหมดเลย ใครเป็นใครในหมู่ “แก๊งไอโอน้ำเงิน” ที่รับงานหามแห่ก๊วนอำนาจเขากระโดงโดนดักไต๋ เกมประจานไอ้โม่งดาวไถ ก็แค่เบี่ยงกระแสช่วย “พิพัฒน์”จากที่หวังจะ “ฟอกขาว” คราบน้ำมันยิ่งฝังลึก เข้าเนื้อหนักกว่าเดิมไปกันใหญ่กับสภาพรองนายกฯอันดับหนึ่ง เบอร์รองใน ครม. “อนุทิน 2 พลัส” ต้องติดหล่มศรัทธา “พิพัฒน์” มีปัญหาความเชื่อมั่นระดับความโปร่งใส จากพิษ “ไอ้โม่ง” ทำเปื้อนคราบน้ำมัน สะเทือนไปถึงเมกะโปรเจกต์แลนด์บริดจ์ปักษ์ใต้พานให้การบริหารขับเคลื่อนเรือธงรัฐบาลสะดุดไปหมดสถานะห้องเครื่องทีมเซราะกราวรวนหนัก “โกเกี๊ยะ” โดนล็อกเป้า “บ่อน้ำมันเขากระโดง”ในจังหวะที่ “หอกโมกขศักดิ์” ก็พุ่งตรงดิ่งถึง “ลูกเทพ” ทะลุพรวดเดียวถึงกล่องดวงใจ “ครูใหญ่” เนวิน ชิดชอบ ผู้มีบารมีสูงสุดค่ายภูมิใจไทย โดนโฟกัสจุดตายไวกว่าที่คิดตามสภาพ “ลูกนกหล่นใต้ต้น” สาหัสตั้งแต่หัดกินเหยื่อกับอาการของนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลฯ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเจ้าอาณาจักรเขากระโดง โดนล้อมกรอบติดอยู่ใน “เกมเอไอฟรี”เฮี้ยวไม่ออก เกรียนไม่ไหว ต้อง “ยืนงงในดงดราม่า” ณ จุดที่คนทั้งประเทศเพิ่งรู้ว่า “ไชยชนก” เป็นลูกติดพ่อ มีแม่แท้ๆชื่อ “สมบัติ ชิดชอบ” ไม่ใช่ “ซ้อต่าย” กรุณา ชิดชอบ แต่อย่างใดอังกฤษสำเนียงบุรีรัมย์ได้จากเรียนเมืองนอก 17 ปี แต่มาจบที่เมืองไทยแต่เรื่องส่วนตัวแนวดราม่าก็ไม่ได้ทำสังคมหลงเป้าหลงทิศไปกับลูกเขี้ยวเบี่ยงกระแสเพราะมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับประเด็นใหญ่คือโปรเจกต์ปัญหา “TH–AI Passport” มูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาท ที่กระทรวงดีอีเพิ่งเปิดเวทีรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหลังจากเซ็นทีโออาร์ ตั้งท่าจ่ายเงินงวดแรกกันแล้ว 300 ล้านบาทสภาพ “แปลกประหลาด” กว่าโครงการปกติทั่วไปและยิ่งเปิดเวทีสาธารณะถกกันในวงกว้างก็ยิ่งเห็นถึงความซับซ้อนซ่อนกล แบบที่กูรูเบอร์ต้นๆวงการไอทีเมืองไทย ดาหน้าไล่บี้ไล่ต้อนฝ่ายบริหาร ทั้งรัฐมนตรีและข้าราชการกระทรวงดีอีที่ตอบแบบกำปั้นทุบดินไม่สามารถเคลียร์ข้อสงสัย การตั้งคำถามต่อความคุ้มค่าของโครงการมูลค่า 1,600 ล้านบาท ที่ไม่ได้ตอบโจทย์การใช้งานใช้ประโยชน์ได้จริง ไม่ตรงกับความต้องการของประชาชน ในสภาพเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวยกลายเป็นย้อนแย้งในมุม “คนรู้ลึก” ไล่ถาม “คนไม่รู้จริง”ทำให้ข้อมูลทางเทคนิคที่คนทั่วไปเข้าใจยาก แต่พอฉายภาพแล้วพยักหน้าตามได้ แบบที่ไม่เข้าใจทำไมต้องกำหนดให้ประชาสัมพันธ์โครงการเอไอฟรีผ่านป้ายโฆษณายักษ์ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ เหมือนแพลนกันไว้ตอกย้ำทีโออาร์ที่จงใจเขี่ยลูกเข้าทางกลุ่มทุนค่ายน้ำเงินในอาการอ้ำๆอึ้งๆแบบที่นายไชยชนกหนีไม่ออกยอมรับสภาพรู้จักสนิทสนมกับผู้ประกอบการที่ถูกพาดพิงจริง แต่ยืนยันกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเป็นอำนาจหน้าที่ของข้าราชการประจำ และทุกขั้นตอนเป็นไปด้วยความโปร่งใสแต่ที่สุดเลยก็ตั้งท่าจะลุยไฟ ในฟอร์มเกียร์ถอยถูกถอดทิ้ง จำเป็นต้องวิ่งไปเสี่ยงตกเหวข้างหน้าตามฟอร์มแบบที่รองโฆษกรัฐบาลสังกัดค่ายภูมิใจไทย แบะท่าประสานเสียง “ปลัดหม่อง” นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ยืนกรานเสียงแข็ง โครงการ TH-AI Passport ได้ลงนามในสัญญาไปแล้ว ไม่สามารถยกเลิกได้ตรงกับที่ทีมส้มเหน็บแฉไต๋ เซ็นทีโออาร์วันนี้ ดีลเสร็จตั้งแต่เมื่อวานแค่ปรับโทนจากเอไอฟรี เปลี่ยนรูปแบบสัญญาเป็นการ “จ่ายตามการใช้งานจริง” โดยรัฐบาลจ่ายเงินค่าบริการตามจำนวนผู้ใช้งานจริง แทนการเหมาจ่ายงบประมาณที่ตั้งไว้ตอนต้นและนั่นก็ต้องพร้อมชนตอจังๆ ด่านอันตรายที่ดักรออยู่แล้วแนวโน้มตามที่ “ตัวแม่สายลุยคอร์รัปชัน” อย่าง “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณสภาฯประกาศล่วงหน้าตั้งท่าลาก “ไชยชนก” ขึ้นเขียงเชือดข้อหาดันทุรัง เอื้อประโยชน์กลุ่มทุนพวกพ้องพรรคประชาชนขอยืนยันว่าจะเดินหน้าตรวจสอบต่ออย่างแน่นอน เจอแน่ ถ้าเปิดลงทะเบียน TH–AI Passport เมื่อไหร่ มีคนลงทะเบียนเมื่อไหร่ ยื่นสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แน่นอนตามฟอร์มที่ผู้เชี่ยวชาญการเมืองและกฎหมายฟันธง “ไอซ์” เล่นได้ดี จับประเด็นได้แบบตรงเป้าเป๊ะๆ โต้กลับ “ไอโอน้ำเงิน” ได้เข้าตากรรมการ สะท้อนความนิ่งในหลักการ และมุ่งไปสู่ปลายทางศาลยุติธรรมที่ส่งสัญญาณเข้มขลังเค้าลางโปรเจกต์ “เอไอฟรี” เสี่ยงมีราคาที่ต้องจ่ายมหาศาล.“ทีมการเมือง”คลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม