สหรัฐฯถล่มอิหร่าน 2 วันต่อเนื่อง ระดมยิงจรวดร่อนโทมาฮอว์ก 49 ลูก ทำลายเป้าหมายทางทหารหลายจุดทั่วอิหร่าน พร้อมส่งเครื่องบินรบทิ้งระเบิดในเมืองคารัจ เมืองท่าบันดาร์ อับบาส เมืองมินาป และเกาะเกชม์ในช่องแคบฮอร์มุซ “พีต เฮกเซธ” ยืนยันไม่ได้ล้างแค้นที่ ฮ.อาปาเช่ ถูกโดรนอิหร่านสอยร่วงแต่เป็นการกดดันให้ยอมเจรจาตามเงื่อนไขสหรัฐฯ ด้านอิหร่านโต้กลับ โจมตีฐานทัพสหรัฐฯในจอร์แดน คูเวต บาห์เรน อ้างทำลายเครื่องบินรบ F-15 F-16 และ F-35 เสียหายหลายลำ พร้อมสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซห้ามผ่านเด็ดขาด ขณะที่ IRGC แถลงโต้ “ทรัมป์” โกหก อ้างผู้นำอิหร่านต่อสายตรงวอนสหรัฐฯยุติโจมตีทางอากาศการหยุดยิงในภูมิภาคตะวันออกกลางไม่อาจเป็นสิ่งที่เชื่อถือได้อีกต่อไป หลังจากกองทัพสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการทางทหารโจมตีเป้าหมายในอิหร่านเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า กองทัพสหรัฐฯในภูมิภาคได้ยิงจรวดร่อนโทมาฮอว์ก 49 ลูก ใส่เป้าหมายทางทหารหลายจุดทั่วอิหร่าน พร้อมส่งเครื่องบินรบเข้าทิ้งระเบิดในเมืองคารัจ ทางภาคตะวันตกของกรุงเตหะราน เมืองท่าบันดาร์ อับบาส เมืองมินาป ทางภาคใต้ และเกาะเกชม์ในช่องแคบฮอร์มุซ มุ่งเป้าไปที่ระบบสื่อสารและระบบตรวจการณ์ทางทหารไปจนถึงระบบต่อต้านอากาศยานและฐานการผลิตอาวุธของอิหร่าน ขณะที่นายพีต เฮกเซธรมว.กลาโหมสหรัฐฯ สำทับว่า ไม่ใช่การโจมตีเพื่อล้างแค้น แต่หวังกดดันให้อิหร่านยอมเจรจาสันติภาพตามเงื่อนไขของสหรัฐฯ หากอิหร่านยังไม่ยอมก็จะเผชิญกับการโจมตีระลอกต่อไปส่วนฝ่ายอิหร่านได้ปฏิบัติการโจมตีหลายระลอกต่อฐานทัพของสหรัฐฯในกลุ่มประเทศอาหรับ เป้าหมายเดียวกับการโจมตีเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ที่ผ่านมา กองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) เผยว่ามีเป้าหมายสำคัญ 18 จุดในฐานทัพอากาศสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นฐานทัพในประเทศจอร์แดน ศูนย์บัญชาการกองเรือที่ 5 ของสหรัฐฯในประเทศบาห์เรน และฐานทัพในประเทศคูเวต ยังไม่มีรายงานยืนยันความเสียหายอย่างเป็นทางการ แต่ทางการอิหร่านอ้างว่า การโจมตีฐานทัพสหรัฐฯในจอร์แดน 1 วันก่อนหน้านี้ ได้ส่งผลให้มีเครื่องบินรบสหรัฐฯถูกทำลายหรือได้รับความเสียหายไม่ว่าจะเป็นรุ่น F-15 และ F-16 หรือเครื่องบินรบพรางเรดาร์ขั้นสูง F-35ในเวลาต่อมา ทางการอิหร่านได้ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ห้ามเรือทุกชนิดรวมถึงเรือบรรทุกน้ำมันและเรือพาณิชย์ผ่านเด็ดขาดจนกว่าจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงให้ทราบ พร้อมข่มขู่ว่าจะเปลี่ยนทั้งภูมิภาคให้กลายเป็นนรก อย่างไรก็ตาม กองบัญชาการกองทัพสหรัฐฯ ประจำภูมิภาคตะวันออกกลาง (CENTCOM) ได้ออกมาปฏิเสธข่าวการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่หนังสือพิมพ์เดอะ วอลล์ สตรีทเจอร์นัล รายงานอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลสหรัฐฯ ว่า เฮลิคอปเตอร์จู่โจมรุ่นอะปาเช่ ที่ถูกโดรนพิฆาตอิหร่านพุ่งเข้าชนจนตกในพื้นที่ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ เป็นชนวนให้กองทัพสหรัฐฯตัดสินใจเปิดฉากโจมตีอิหร่านรอบใหม่ เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. เป็นหนึ่งในเฮลิคอปเตอร์ที่เข้าร่วมปฏิบัติภารกิจลับช่วยคุ้มกันเรือสินค้าพาออกจากช่องแคบฮอร์มุซวันเดียวกัน นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์ช่องฟ็อกซ์นิวส์ว่า ผู้นำอิหร่านได้ต่อโทรศัพท์สายตรงมาหา และร้องขอให้กองทัพสหรัฐฯยุติปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ แต่ทางกองทัพไออาร์จีซีของอิหร่านได้ออกแถลงการณ์ผ่านสำนักข่าวของรัฐบาลอิหร่าน ยืนยันว่าคำกล่าวของผู้นำสหรัฐฯถือเป็นคำโกหกล้วนๆไม่มีอะไรอื่นเจือปน ทางการอิหร่านไม่ได้มีการติดต่ออะไรไปยังรัฐบาลสหรัฐฯ เรื่องนี้เป็นเพียงข้ออ้างบังหน้าเพื่อหลีกหนีจากภาวะสงครามที่กำลังเกิดขึ้นเท่านั้นส่วนนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า ข้อตกลงหยุดยิงที่เคยประกาศไว้ ไม่อยู่ในสภาพที่จะเรียกได้ว่าเป็นการหยุดยิงที่แท้จริง ควรจะเรียกว่าการลดระดับการปะทะมากกว่าดูได้จากความรุนแรงและถ้อยคำข่มขู่ที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆในรอบ 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา ขณะที่หนังสือพิมพ์เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ รายงานว่า การโจมตีของกองทัพสหรัฐฯต่อประเทศอิหร่านในวันที่ 10 มิ.ย. ได้มีการใช้อาวุธนำวิถีโจมตีอาคารเก็บน้ำและจ่ายน้ำประปา 2 แห่งในหมู่บ้านเบมานี ทางภาคใต้ของอิหร่านใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ประชากรกว่า 20,000 คน ในเมืองและหมู่บ้านใกล้เคียงไม่มีน้ำประปาใช้ ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัดกว่า 38 องศาเซลเซียส ทางการท้องถิ่นได้ส่งรถแท็งก์น้ำเคลื่อนที่เข้าไปช่วยเหลือ และต่อท่อส่งน้ำชั่วคราวเพื่อเบี่ยงเส้นทางจากถังเก็บน้ำที่เสียหาย ยังไม่แน่ชัดว่าสหรัฐฯเจตนาโจมตีโรงงานน้ำประปา หรือทราบหรือไม่ว่าอาคารดังกล่าวคืออะไร แต่ตามกฎหมายระหว่างประเทศการจงใจโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน เช่น แหล่งน้ำ อาจเข้าข่ายอาชญากรรมสงครามด้านความคืบหน้าคดีกักตุนน้ำมันจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวถึงการออกหมายเรียกผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ให้มารับทราบข้อกล่าวหาว่า ได้รับทราบจากหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษว่า หมายเรียกรับทราบข้อกล่าวหามีทั้งหมด 6 ราย กำหนดให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาวันที่ 11-12 มิ.ย. และในวันนี้มีเพียง 1 ราย เป็นทนายความของบริษัท เข้ายื่นหนังสือแจ้งว่ามาขอรับทราบข้อกล่าวหาแทน แต่คณะพนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วเห็นว่ากระบวนการในการรับทราบข้อกล่าวหาเป็นเรื่องเฉพาะตัว ไม่สามารถรับทราบข้อกล่าวหาอาญาแทนกันได้ จึงได้มีหนังสือให้ผู้แทนรับทราบและให้แจ้งกับผู้มีอำนาจตามหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาภายในสิ้นเดือน มิ.ย.ส่วนผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ที่เหลืออีก 5 ราย ยังมีเวลาเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 12 มิ.ย.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่