“ไอซ์” หวดล็อกสเปก TH-AI Passport เอื้อบริษัทเครือข่ายสีน้ำเงิน โชว์ภาพซีอีโอดังร่วมเฟรม “ชิดชอบแฟมิลี่” จ่อเปิดต่ออีกหลายโครงการ เรียก รมว.ดีอีแจง กมธ.ติดตามงบฯ ดีอีเปิดเวทีรับฟังความเห็นฝ่ายค้านปะทะเดือดปลัดดีอี อ้างฮั้วไม่ฮั้วตอบไม่ได้ แบะท่าปรับเป็นใช้ตามจ่าย “ไชยชนก” รับรู้จักผู้ชนะประมูล แต่ไม่ยุ่งเกี่ยวประกวดราคา “ธีระชาติ” ซัดเซ็นวันนี้ ดีลเมื่อวาน ผลาญงบฯเอื้อพวกพ้องแบ่งเค้กกลุ่มทุนสีน้ำเงิน กมธ.พัฒนาการเมืองฯสอบแชตไลน์ช่วยสีน้ำเงินด้วย จี้ มท.ตั้ง กก.สอบ ปลัด จ.ภูเก็ตยันไม่ทำตามคำสั่งนาย “จิรายุ-คริส” ยื่น ป.ป.ช.ฟัน ม.157 “ชัชชาติ” โยกย้าย 17 ขรก.กทม.ไม่ถูกต้อง บี้สอบส่วยระบบอากง “ศุภณัฐ” ทวงคดีทุจริตจัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย “รักชนก” ขยี้ให้จริงใจแก้โกงมากกว่านี้ ศาลฎีกาตัดสิทธิการเมือง “ศุภชัย” ตลอดชีพ เซ่นถือครองที่ดินป่าดงพะทาย 220 ไร่พรรคประชาชน (ปชน.) ตรวจสอบเข้มข้น ในกระบวนการแสวงหาผลประโยชน์ผ่านการจัดทำโครงการดิจิทัล AI ของกระทรวงดีอี ตอกย้ำมีการล็อกสเปกเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเครือข่ายใกล้ชิดระบอบสีน้ำเงิน“ไอซ์” บี้ TH–AI Passport ล็อกสเปกทำไมเมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 11 มิ.ย.ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ประธานคณะ กมธ.ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการ TH-AI Passport ว่า เราตั้งข้อสังเกตประเด็นคุณล็อกสเปกโครงการทำไม อยากให้ถามรัฐมนตรี หรือปลัดกระทรวงดีอีในงานรับฟังความเห็นไปเลย เป็นโครงการ AI แต่รายละเอียดทีโออาร์ในส่วนประชาสัมพันธ์ กลับล็อกสเปกละเอียดว่าต้องเป็นบริษัทที่มีจอดิจิทัลหรือจอบิลบอร์ดทั่วประเทศ อยู่ในร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ มันมีอยู่ไม่กี่เจ้า นับสองนิ้วไม่เกิน เพิ่งเปิดข้อมูลไป นำโครงการ TH-AI Passport 1,600 ล้าน เทียบกับโครงการเนชันแนล เครดิตแบงก์ของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ช่วงรัฐมนตรีคนพรรค ภท. สมัยนางศุภมาส อิศรภักดี เป็นคนละรูปแบบ ล็อกสเปกเอาไว้ในทีโออาร์แบบเดียวกัน กระทบสาธารณะ ยกเลิกสัญญาได้น.ส.รักชนกกล่าวว่า ถ้าดูในโครงการเนชั่นแนล เครดิตแบงก์ มีโครงการในแพ็กเกจนี้ที่มีชื่อคล้ายกันแบบนี้อยู่ในจักรวาลนี้อีก เดี๋ยวเราจะเปิดต่อ โครงการเนชั่นแนล เครดิตแบงก์ถ้าดูรายละเอียดจะพบว่าต้องประชาสัมพันธ์ผ่านจอที่สนามบินสุวรรณภูมิผ่านทางเข้าทางออก ทำไมต้องประชาสัมพันธ์โครงการที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทั้งที่เป็นโครงการนักศึกษา อาจใช้ AI หาก็ได้ บริษัทเจ้าของจอโฆษณาทั้งหมดในสนามบินสุวรรณภูมิเป็นบริษัทอะไร ไปไล่ชื่อบริษัทร่วมค้าอาจเห็นชื่อที่มีส่วนทับซ้อนกันแน่นอน ที่เคยโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กแนะนำบริษัทแพลน บี เชื่อมโยงกันหรือไม่ ประชาชนคิดวิเคราะห์แยกแยะได้ นายภาวุธ พงษ์วิทยาภานุ สส.บัญชีรายชื่อพรรค ปชน. ระบุทีโออาร์ขอคู่สัญญาแก้ไขได้ สัญญามันยกเลิกได้เพราะทีโออาร์เปิดช่องให้ดีอียกเลิกได้ถ้ากระทบประโยชน์สาธารณะ 1 เดือนที่ผ่านมาที่พวกเราทำงานเข้มข้น ชี้ให้เห็นว่าปัญหาโครงการนี้คืออะไร เข้าเงื่อนไขที่จะขอยกเลิกสัญญาได้จ่อเชิญ “ไชยชนก” มาชี้แจง กมธ.น.ส.รักชนกกล่าวว่า เป็นขบวนการขโมยอนาคต คนวงการไอที ล็อกผู้ชนะไว้ให้คนในเครือข่าย ขโมยความฝันและอนาคตทุกคนในแวดวงไอที เมื่อไหร่ที่เริ่มลงทะเบียนจะไปยื่น ป.ป.ช. สัปดาห์หน้าวันที่ 18 มิ.ย. กมธ.จะประชุมกับคณะ กมธ.การกฎหมายการยุติธรรมฯ จะพิจารณาเรื่องนี้ เชิญนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ปลัดกระทรวง คณะยกร่างทีโออาร์ ป.ป.ช. และ สตง.มาร่วมประชุมด้วย หากไม่มาจะใช้อำนาจเรียกหรือไม่ คงพิจารณาว่าการประชุมมีประโยชน์หรือไม่ ขอเชิญรัฐมนตรีแสดงความจริงใจมาที่ กมธ.ให้เกียรติสภาและประชาชนโชว์ซีอีโอดังร่วมเฟรมชิดชอบแฟมิลี่ต่อมาเวลา 13.30 น. น.ส.รักชนกโพสต์ภาพงานวันเกิดที่โพสต์โดยนางกรุณา ชิดชอบ ผ่านเฟซบุ๊กในภาพมีผู้ร่วมเฟรมทั้งนายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นางกรุณา ชิดชอบ ภรรยาและบุตรชายนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี เป็นต้น ยังมี น.ส.แนน บุญย์ธิดา สมชัย รมช.ดีอี รวมทั้งนายปรินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารบริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) ร่วมเฟรมงานเลี้ยงวันเกิดดังกล่าวด้วย น.ส.รักชนก ใส่แคปชันภาพสั้นๆว่า สนิทแค่ไหน ให้รูปอธิบายรบ.โต้สัญญามีผลแล้วแก้ไม่ได้น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าวถึงกรณีนางการดี เลียวไพโรจน์ ระบุยังทบทวนหรือปรับ TOR โครงการ TH-AI Passport ได้ว่า รัฐบาลรับฟังทุกข้อเสนอแนะด้วยความเคารพ แต่บางประเด็นอาจสะท้อนความเข้าใจคลาดเคลื่อน โครงการ TH-AI Passport ลงนามในสัญญาเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย.การจัดซื้อจัดจ้างครบถ้วนตามกฎหมายทุกขั้นตอน รัฐบาลยึดถือชัดเจนแก้สัญญาไม่ได้ แต่ปรับปรุงเพิ่มเติมได้ หากคู่สัญญาทั้ง 2 ฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน การบริหารโครงการภาครัฐต้องยึดตามข้อกฎหมายและข้อผูกพันที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ใช่ยึดตามความรู้สึกหรือกระแสการเมืองปลัดดีอีตีมึนฮั้วไม่ฮั้วตอบไม่ได้ก่อนหน้านี้เวลา 09.45 น. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการ TH-AI Passport วงเงิน 1,621 ล้านบาท ของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ภายใต้กระทรวงดีอี มอบสิทธิใช้งาน AI ระดับโปรและพรีเมียม 5 ล้านคนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย 1 ปี มีผู้ลงทะเบียนร่วมงานกว่า 500 คน รวมทั้งนางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค ปชป. นายธีระชาติ ก่อตระกูล ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน พรรค ปชน. เข้าร่วม ผู้ชี้แจงได้แก่ นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นางเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาฯ สดช. น.ส.พาขวัญ วงศ์พลทวี กรรมการ บริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด ตัวแทนผู้ชนะการประมูล และนายเชาวลิต รัตนกรไกรศรี รอง กก.ผจก.สายงานโซลูชันองค์กร บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด มีนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี และ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดีอี ร่วมรับฟังด้านล่างเวที เริ่มที่การแจงข้อสงสัยกว่า 1 ชั่วโมงเศษ นายพชรระบุไม่ได้เร่งรัด เป็นไปตามวิธีจัดซื้อจัดจ้างปกติ เรื่องฮั้วหรือไม่ฮั้วตอบไม่ได้ เอกชนคงไม่มาฮั้วต่อหน้าภาครัฐผู้ชนะประมูลโต้ครหาส่วนต่างพันล้านขณะที่ น.ส.พาขวัญ ชี้แจงรายละเอียดโครงการสิทธิที่มอบให้มีเงื่อนไขว่าผู้รับสิทธิต้องเรียนหลักสูตร AI ตามกำหนด หากไม่เรียนจะไม่ได้รับสิทธิ มีโมเดล AI ระดับโปรพร้อมแจก 14 ค่าย 30 โมเดล ที่บอกว่าเอกชนกินส่วนต่างเป็นพันล้าน ไม่น่าจะเป็นไปได้ ขณะที่นายเชาวลิต ตัวแทนไมโคร ซอฟท์ชี้แจงว่า ไมโครซอฟท์ไม่มีนโยบายขายตรงให้ภาครัฐ ทีโออาร์ที่กำหนดการปรับไม่มีเพดานราคาสูงสุด เป็นเหตุผลทำให้ไม่ทำสัญญาตรง เรื่องข้อมูลไมโครซอฟท์ผู้ประมวลผล เมื่อประมวลเสร็จจะไม่นำข้อมูลไปใช้ นี่เป็นมาตรฐานของไมโครซอฟท์อยู่แล้วรมว.ดีอีรับรู้จักผู้ชนะแต่ไม่ได้ยุ่งเมื่อจบการชี้แจงและเปิดให้เสนอแนะและซักถาม นายธีระชาติถามนายไชยชนกว่ารู้จักกับกลุ่มผู้ชนะการประมูลคือกิจการร่วมค้าทีเอช ประกอบด้วยบริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัดและบริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือไม่ นายไชยชนกรับไมค์มาตอบยอมรับว่ารู้จักกัน แต่ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับการประกวดราคา เพราะเป็นเรื่องของ สดช. และกระทรวงดีอี ต่อมานายธีระชาติถามจี้ว่าสนิทไหม จนนายพชรออกโรงตัดบทเสียงดัง ขอให้พูดในเรื่องที่อยู่ในทีโออาร์ จนเกิดการถกเถียงกันไปมาแบะท่าปรับเป็นใช้ตามจ่ายด้านนายไชยชนกเปิดเผยว่า มีข้อเสนอการจ่ายเงินให้เอกชนแบบจ่ายตามที่ใช้ (Pay per Use) หากมีคนใช้ไม่เต็มจำนวน 5 ล้านคน อาจทำให้การใช้เงินลดน้อยลงว่า เห็นว่าเป็นทางออกที่ดี ต้องตามเอกชนว่าจริงใจที่จะยอมรับข้อเสนอตรงนี้หรือไม่ กำหนดเป็นเงื่อนไขต่อท้ายสัญญาได้ ด้านนายพชรกล่าวเพิ่มเติมว่า จะไปเจรจากับเอกชนต่อ รมว.ดีอีกำหนดว่าให้เสร็จเร็วที่สุด เพื่อให้เปิดตัวโครงการได้ในวันที่ 1 ก.ค.69“ธีระชาติ” แซะเซ็นวันนี้ดีลเมื่อวานนายธีระชาติ ก่อตระกูล คณะทำงานผู้นำฝ่ายค้านและทีมนโยบายดิจิทัลพรรค ปชน. เปิดเผยหลังได้มีข้อกังวลใหญ่ คือ 1.ความโปร่งใส ทีโออาร์น่าสงสัยส่อไปในทางล็อกสเปก เอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องอย่างน่าเกลียด กำหนดเงื่อนไขว่าบริษัทร่วมประมูลต้องเริ่มเปิดให้ผู้ใช้งานลงทะเบียนได้ภายใน 30 วันหลังทำสัญญา แทบเป็นไปไม่ได้ ต้องรู้หรือเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้วหรือไม่ หรือเซ็นวันนี้ ดีลตั้งแต่เมื่อวานหรือไม่ 2.ความคุ้มค่า สะท้อนแนวคิดรัฐบาลเช่าจมูกคนอื่นหายใจ ใช้แล้วหมดไปภายในแค่ 1 ปีโดยไม่ได้สร้างประโยชน์ที่แท้จริง กระทรวงดีอีจัดเวทีรับฟังความเห็นเป็นเพียงพิธีกรรม ยอมรับหน้าตาเฉยลงนามสัญญาไปแล้วจะเดินหน้า หวั่นใจจะได้เห็นโครงการลักษณะนี้อีกมากภายใต้รัฐบาลระบอบสีน้ำเงิน เอาเงินภาษีไปละเลงกับโครงการที่ไม่ได้คิดรอบคอบ ไม่ยั่งยืน เป็นเพียงเค้กก้อนโตที่แบ่งกันในกลุ่มพวกพ้องกลุ่มทุนสีน้ำเงิน จะไม่หยุดแค่นี้ นี่คือวัฏจักรที่วนซ้ำไปเรื่อยๆ ออกแบบโครงการไม่สมเหตุสมผล เขียน TOR ล็อกสเปก เอื้อประโยชน์พวกพ้องกมธ.สอบปมไลน์ช่วยน้ำเงินด้วยเมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาฯ มี น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.เป็นประธาน พิจารณาตรวจสอบพฤติการณ์การใช้อำนาจหน้าที่อธิบดีกรมการปกครอง กรณีแชตไลน์ “ช่วยน้ำเงินด้วย” ในการเลือกตั้ง เชิญนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครองมาชี้แจง แต่มอบนายวินัย โตเจริญ รองอธิบดีกรมการปกครองมาชี้แจงแทน น.ส.ภคมนกล่าวว่า หากคำถามใดที่นายวินัยตอบจะถือเป็นคำตอบของนายนฤชาปลัดภูเก็ตยันไม่ทำตามคำสั่งจากนั้นนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัด จ.ภูเก็ต ชี้แจงว่า แม้เป็นข้าราชการตัวเล็ก แต่ไม่สร้างพยานหลักฐานเท็จ ไม่มีเจตนาฟ้องร้องรัฐบาลหรือพรรคใด เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างตนกับอธิบดีกรมการปกครอง คำว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” และตนตอบกลับไปว่า “100% ครับนาย” จะปฏิเสธผู้บังคับบัญชาไม่ได้ ใครเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาต้องตอบแบบนั้น แต่ข้อเท็จจริงไม่กล้าช่วยใคร ไม่ได้รู้จักใครที่ จ.ภูเก็ต เพิ่งย้ายไปดำรงตำแหน่ง ยืนยันไม่มีการช่วยเหลือ พร้อมรับ คำสั่งแต่ไม่ปฏิบัติตาม คำว่าช่วยน้ำเงินด้วยมองว่าเป็นคำสั่ง บางครั้งทางราชการไม่ต้องสั่งการด้วยหนังสือ สั่งการเป็นวาจาได้ จากนั้น กมธ.ซักว่าเหตุใดนำข้อความในแชตไลน์มาเปิดเผยช่วงนี้ หากไม่ถูกโยกย้ายจะนำข้อความมาเปิดเผยหรือไม่ นายรุ่งเรืองตอบว่า อยากเปิดเผยตั้งนานแล้ว แต่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน มวยแทนไม่ยืนยันเป็นไลน์อธิบดีจากนั้น น.ส.ภคมนสอบถามนายวินัย โตเจริญ รองอธิบดีกรมการปกครองถึงกรณีอธิบดีกรมการปกครองปฏิเสธข้อความในไลน์ว่า ไม่ใช่ไลน์ตัวเอง แต่เป็นไลน์สาธารณะ นายวินัยชี้แจงว่าบัญชีไลน์ของอธิบดีกรมการปกครอง ตามหลักผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา ต้องมีไลน์สื่อสารระหว่างกัน ยอมรับมีพูดคุยกันบ้าง แต่ไม่ได้คุยกับอธิบดีกรมการปกครองผ่านไลน์หลายเดือนแล้ว ส่วนใหญ่จะสั่งการในที่ประชุมมากกว่า ยืนยันอธิบดีกรมการปกครองไม่เคยมาสั่งการข้อราชการผ่านไลน์ แต่ไลน์อธิบดีกรมการปกครองจะเป็นบัญชีเดียวกับที่ไปสั่งการปลัดจังหวัดภูเก็ตหรือไม่ ไม่ทราบ แต่ยืนยันฝ่ายปกครองทุกระดับ ยึดมั่นความเป็นกลางทางการเมืองและระเบียบกฎหมายเคร่งครัด กรมการปกครองไม่เคยจัดทำโพล วันเลือกตั้งสนับสนุนกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง อำนวยความสะดวกเรียบร้อย การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาบุคลากรกรมการปกครองได้รับเรื่องร้องเรียนวางตัวเป็นกลางจำนวนน้อยมาก ส่วนการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและสอบวินัย เป็นอำนาจกระทรวง มท.ยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบใดๆ อยู่ระหว่างการชี้แจงข้อมูลระหว่างอธิบดีกรมการปกครองกับปลัดกระทรวง และ รมว.มหาดไทยผู้แทน ก.พ.บี้ต้องตั้ง กก.สอบนายชานนท์ แก่นสวาท นิติกรชำนาญการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ชี้แจงว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องร้องเรียนที่ยังไม่ชัดเจน ต้องมีกระบวนการตรวจสอบก่อน หากมีมูลจะดำเนินการทางวินัยต่อไปความผิดไม่เป็นกลางทางการเมืองและผิดระเบียบสำนักนายกฯ ข้าราชการต้องไม่ช่วยเหลือการหาเสียง ต้องดูว่าคุยกันบริบทใด แต่ต้องวางตัวเป็นกลาง ปฏิบัติตามมารยาทการเมืองของราชการ เกณฑ์การพิจารณาจะเข้าข่ายความผิดหรือไม่ เป็นดุลพินิจคณะกรรมการสอบสวนชั่งน้ำหนักทั้ง 2 ฝ่าย เหมือนพิจารณาคดีหนึ่ง หากผู้บังคับบัญชาไม่ตั้งคณะกรรมการสอบสวนจะมีความผิดทางวินัยนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรค กธ. กมธ.กล่าวว่า ฝากรองอธิบดีกรมการปกครองทำให้เห็นว่ามีการดำเนินการ จะลงโทษสถานเบาหรือสถานหนักไม่ซีเรียส ผู้กระทำผิดขอให้ดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ว่าผลตรวจสอบจะออกมาอย่างไร สังคมไทยรับได้ตนยืนข้างความถูกต้อง แต่ขออย่ากลั่นแกล้ง ผิดถูกขอให้ดำเนินการตามข้อเท็จจริง ขณะที่นายวรา จันทร์มณี ที่ปรึกษา กมธ.แย้งว่า ผลสอบเป็นเรื่องซีเรียส สิ่งที่ข้าราชการกระทำผิดต้องเข้มงวดตรวจสอบและลงโทษ นายชนนพัฒฐ์ตอบว่า เข้าใจว่าซีเรียส แต่บางครั้งมันเดินไม่ได้ต้องเปิดทางให้หน่วยงานได้ไปทำงานต่อ เชื่อว่าไม่มีใครกล้าอยู่เหนือกฎหมายจับพิรุธรองอธิบดีให้ข้อมูลแย้งกันต่อมาเวลา 13.00 น.ที่รัฐสภา น.ส.ชลณัฏฐ์ โกยกุล สส.กทม. พรรค ปชน. โฆษก กมธ.พัฒนาการเมืองฯ สภาฯ แถลงผลการประชุมว่า กมธ.ติดใจคำชี้แจงรองอธิบดีกรมการปกครองให้ข้อมูลแย้งกันเองถึง 3 ครั้ง การตั้งคณะกรรมการสอบสวน ตอนแรกบอกตั้งกรรมการสอบแล้วสุดท้ายบอกไม่ทราบและไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน กมธ.มีมติดังนี้ 1.ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวง มท.สอบถามความคืบหน้าและให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง 2.ทำหนังสือถึง รมว.มหาดไทย รายงานพฤติการณ์และการใช้อำนาจรัฐส่อไม่เป็นกลางทางการเมือง โพสต์ในไลน์กลุ่ม อส.ให้ช่วยน้ำเงินชัดเจน ให้สอบสวนถึงที่สุด 3.ขอเอกสารเพิ่มเติมจากกรมการปกครองถึงสถิติการโยกย้ายย้อนหลังตั้งแต่ปี 62 มาเปรียบเทียบความผิดปกติการโยกย้ายข้าราชการในการเลือกตั้ง ที่ประชุม กมธ.ทดสอบนำหมายเลขโทรศัพท์ไปแอดไลน์ ไม่สามารถเพิ่มเพื่อนได้แล้ว จึงไม่มั่นใจว่าไลน์นายนฤชาหายไปไหน การที่อธิบดีกรมการปกครองมอบหมายให้รองอธิบดีมาชี้แจงแทน จึงไม่สามารถตอบข้อสงสัยให้ชัดเจนได้“เชาว์” ฉะ “ศุภชัย” ฟ้องปิดปากเขากระโดงนายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรค ปชป.โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีนายศุภชัย ใจสมุทร ฝ่ายกฎหมายพรรค ภท.จะฟ้องสื่อและผู้วิจารณ์ที่ดินอื้อฉาวเขากระโดงหัวเรื่อง “อย่าใช้กฎหมายปิดปากปม เขากระโดง” สรุปว่าตอกย้ำให้เห็นสายสัมพันธ์เชิงผลประโยชน์ทับซ้อนแยกไม่ออกระหว่างพรรค ภท.กับตระกูลชิดชอบ ที่อ้างคำพิพากษาศาลฎีกาที่ให้ รฟท.ชนะคดีผู้บุกรุก 35 ราย ไม่มีผลผูกพันกับผู้ถือครองโฉนดที่ดิน 995 แปลง รวมถึงที่ดินตระกูลชิดชอบ บิดเบือนข้อเท็จจริงและหลักกฎหมายอย่างจงใจ นอกจากคำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว ยังมีคำพิพากษาศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขแดงที่ 582/2566 ถึงที่สุดแล้ววางบรรทัดฐานชัดแจ้งว่าที่ดินเขากระโดงเนื้อที่ 5,083 ไร่เศษเป็นกรรมสิทธิ์ รฟท.ตาม พ.ร.บ.จัดวางการรถไฟและทางหลวง ร.ศ.139 หรือ พ.ศ.2464 ไม่อาจนำไปออกเอกสารสิทธิให้บุคคลใดได้อีก ศาลปกครองชี้ขาดว่าอธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจตามกฎหมายสั่งเพิกถอนโฉนดที่ออกโดยมิชอบได้ทันที ไม่จำเป็นต้องเตะถ่วงให้ รฟท.ต้องไปไล่ฟ้องขับไล่ราษฎรทีละราย ยินดีเป็นทนายความว่าความให้ทั่วประเทศ จะไม่ยอมให้ใครนำกฎหมายมาปิดปากคนตรวจสอบ ใครที่คิดฟ้องคนอื่นต้องถามตัวเองก่อนว่ามือสะอาดพอหรือยังคาใจซินเคอหยวนเปิดกิจการใหม่เมื่อเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาฯ มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดของนายกฤช ศิลปชัย สส.ระยอง พรรค ปชน.สอบถามนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรมกรณีกรมโรงงานอุตสาหกรรมอนุญาตให้โรงงานซินเคอหยวนสตีล เปิดกิจการผลิตเหล็กใหม่ หลังถูกปิดไปเมื่อครั้งตึก สตง.ถล่มว่า กระทรวงอุตสาหกรรมสั่งให้โรงงานซินเคอหยวนปรับปรุงมาตรฐานอะไรบ้าง ปรับปรุงครบถ้วนหรือไม่ เตาปรุงน้ำเหล็กควบคุมเตาหลอมเหล็ก โรงงานแห่งนี้มีหรือไม่ จะมั่นใจได้อย่างไรว่ากระบวนการตรวจสอบของกรมโรงงานอุตสาหกรรม และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ที่อนุญาตให้โรงงานซินเคอหยวน กลับมาเปิดกิจการได้ มีมาตรฐานจริงๆไม่ใช่ไปสุ่มตรวจแค่บางเตา นโยบายการเปลี่ยนเตาหลอมจากระบบไอเอฟ เป็นระบบอีเอฟเพื่อยกระดับมาตรฐานผลิตเหล็กจะมีระยะเวลาเปลี่ยนผ่านเท่าใด“วราวุธ” การันตีผ่านมาตรฐานแล้วนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ชี้แจงว่ารัฐมนตรีไม่มีอำนาจสั่งปิดหรือเปิดโรงงาน ตามกฎหมายเป็นอำนาจปลัดกระทรวง กรมโรงงานอุตสาหกรรมและ สมอ.ไปตรวจสอบพบว่าเหล็กที่สุ่มตรวจผ่านมาตรฐานตามที่กำหนด ยืนยันว่าตรวจสอบอย่างละเอียด ไม่ได้ทำครึ่งๆกลางๆ เมื่อตรวจผ่านต้องเปิดโรงงาน ขอให้ไว้วางใจว่ามีการตรวจสอบละเอียด เพื่อเพิ่มความมั่นใจว่าเป็นเหล็กได้มาตรฐานจริง จะให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมและ สมอ.ไปตรวจสอบคุณภาพเหล็กทั้งตามโรงงาน ศูนย์กระจายสินค้า ร้านค้าและไซต์งานเดือนละ 2 ครั้ง หากไม่ได้จะให้แก้ไข ถ้ายังไม่ได้มาตรฐานจะสั่งปิดโรงงานอีกครั้ง ขอเชิญนายกฤชมาร่วมคณะไปตรวจสอบโรงงานดังกล่าว“จิรายุ” ยื่น ป.ป.ช.ฟัน “ชัชชาติ”เมื่อเวลา 10.00 น.ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีต สส.กทม.พรรค พท. พร้อมนายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯ กทม.และคณะกรรมการคัดสรรข้าราชการที่เกี่ยวข้อง ผิดมาตรา 157 กรณีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ กทม. 17 รายไม่ถูกต้องตามกฎหมายนายจิรายุกล่าวว่า นายชัชชาติได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม.วันที่ 22 พ.ค.65 บริหารราชการ กทม.4 ปี แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตามอำนาจหน้าที่เมื่อวันที่ 29 ก.ย.68 ลงนามแต่งตั้งข้าราชการ 17 รายไม่ชอบด้วยกฎหมาย วันที่ 23 มี.ค.69 คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) กทม.มีคำวินิจฉัยยกเลิกคำสั่งผู้ว่าฯ กทม.ที่แต่งตั้ง ผอ.เขต 17 รายไม่ชอบด้วยกฎหมาย ความผิดสำเร็จแล้ว แต่ออกคำสั่งให้ข้าราชการ 17 รายไปช่วยราชการที่สำนักปลัด กทม.ชั่วคราว ไม่มีกฎระเบียบรองรับ จากนั้นวันที่ 17 เม.ย.69 ผู้ว่าฯ กทม.ให้คณะกรรมการคัดสรรข้าราชการคัดเลือกใหม่เป็นครั้งที่ 2 อย่างเร่งรีบ 10 กว่าวัน ลงนามคำสั่งแต่งตั้งวันที่ 30 เม.ย.69 ให้กลับมาดำรงตำแหน่งเดิมทุกคน ข้าราชการ กทม.ยื่นร้องต่อ ก.พ.ค.กทม. วันที่ 1 มิ.ย.ว่าการคัดสรรครั้งที่ 2 มิชอบ ให้เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.68 ถึงวันประกาศผลครั้งที่ 2 จงใจทำให้รัฐเสียหาย 1 ใน ผอ.เขต 17 รายถูกร้องเรียนคุกคามทางเพศผู้ใต้บังคับบัญชา จึงยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินคดีนายชัชชาติมีพฤติกรรมและเจตนาพิเศษขณะเป็นผู้ว่าฯ กทม. เพื่อประโยชน์ตนเองในการเลือกผู้ว่าฯกทม.สมัยต่อไปบี้ตรวจสอบส่วยระบบอากงนายจิรายุกล่าวว่า เพิ่งมายื่นตรวจสอบนายชัชชาติตอนนี้ เพราะเรื่องเพิ่งเกิดเดือน พ.ค.ก่อนนายชัชชาติลาออกจากตำแหน่งไม่กี่วัน กระบวนการอากงอยากกลับมาบริหารงบแสนล้านบาท หากไปทำปีหน้าก็หาว่าฮั้วกันอีก ผู้ว่าฯ กทม.ที่คนกรุงไว้วางใจต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่ปากว่าตาขยิบ เรื่องต่อไปจะยื่นตรวจสอบ ป.ป.ช. ส่วยเทศกิจ โยธา มีพยาน หลักฐานชัดเจน ไปลงถุงเงินหลังบ้านของระบบอากงปชน.ทวง ป.ป.ช.คดีเครื่องออกกำลังกายที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรค ปชน. ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.ติดตามความคืบหน้าการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐโครงการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายของ กทม. นายศุภณัฐกล่าวว่า มายื่นเรื่องติดตามความคืบหน้าจากที่เคยยื่นพยานหลักฐานตามระบบไปก่อนหน้านี้ แต่ล่าช้าผ่านมา 2 ปีไม่ สามารถติดตามคดีได้ เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลหลังบ้านว่าไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลเป็นทางการได้ ตราบใดที่ไม่มีเอกสารยื่นขอติดตามความคืบหน้า จึงต้องมายื่นเอกสารขอติดตามความคืบหน้า เมื่อถามว่าต้องการเร่งรัดให้ตรวจสอบคดีเครื่องออกกำลังกายก่อนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ใช่หรือไม่ นายศุภณัฐตอบว่า อย่าคาดหวังกับ ป.ป.ช.ขนาดนั้น แค่ตอบรับหนังสือกลับมายังผู้ร้องเป็นบุญแล้ว บางคดีผู้ถูกร้องเสียชีวิตไปแล้วติดตามยึดทรัพย์ได้จากกองมรดก ใช้เวลาเป็นสิบปีตรวจสอบการทุจริตในประเทศ ไม่ได้ช้าแค่ในกระบวนการ ป.ป.ช.แต่ช้าในกระบวนการภาพรวมของระบบยุติธรรมไทยทั้งหมด“ไอซ์” ขยี้จริงใจแก้ทุจริตให้มากกว่านี้ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.กล่าวถึงงบฯจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายของ กทม.ว่า กมธ.ติดตามงบฯพิจารณาจะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม จะก่อนหรือหลังเลือกตั้ง ไม่อยากถูกกล่าวหาว่าเอามาตีเป็นประเด็นการเมือง ยืนยันนายศุภณัฐติดตามตรวจสอบมาต่อเนื่องตั้งแต่สมัยประชุมที่แล้ว ให้สัมภาษณ์สื่อไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง อยากให้นายชัชชาติแสดงความจริงใจจัดการปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในองค์กรให้มากกว่านี้ ที่ว่าต้องให้เกียรติคนส่อพฤติกรรมไปในทางทุจริตหรือผู้เกี่ยวข้อง อาจเลือกให้เกียรติผิดคน ควรหันมาเลือกให้เกียรติประชาชนเจ้าของภาษีมากกว่า แนวทางตรวจสอบหลังจากนี้ กมธ.ติดตามงบฯมีแผนจะเชิญตัวแทน กทม.เข้าชี้แจง หากเป็นหลังการเลือกตั้งอาจเชิญผู้ว่าฯ กทม.มาร่วมชี้แจงด้วยตัวเอง ทั้งนี้มั่นใจในเพื่อนร่วมอุดมการณ์ทุกคน เชื่อมั่นว่านายชัยวัฒน์คือตัวเลือกที่ดีที่สุดในขณะนี้ พร้อมจะลงแรงและตั้งใจทำงานเต็มที่ศาลตัดสิทธิการเมือง “ศุภชัย”เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศาลฎีกา ศาลอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ คมจ 2/2568 หมายเลขแดงที่ คมจ 3/2569 กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช.ยื่นฟ้องนายศุภชัย โพธิ์สุ อดีต สส.นครพนม พรรค ภท. ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ.2561 ยึดถือ ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินโครงการจัดที่ดินผืนใหญ่แปลงป่าดงพะทาย ต.พะทาย อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม รวม 40 ใบจองเนื้อที่ 220 ไร่ มูลค่าประมาณ 6,660,000 บาท โดยไม่ได้เป็นบุคคลที่ได้รับใบจอง (น.ส.2) และไม่มีคุณสมบัติที่จะได้รับจัดสรรที่ดินตามระเบียบว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อประชาชน พิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้านตลอดไป รวมถึงไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้คัดค้านมีกำหนด 10 ปีนับแต่วันที่ศาลฎีกามีคำพิพากษานายกฯถกรอง ปธ.สภาที่ปรึกษาจีนเมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องรับรอง ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ให้การต้อนรับ น.ส.เสียน ฮุย รองประธานสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งชาติ สาธารณรัฐประชาชนจีนและคณะรวมกันกว่า 19 คน อาทิ นายจาง เจี้ยนเว่ย์ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐ ประชาชนจีนประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะโอกาสเยือนประเทศไทยในฐานะแขกของวุฒิสภาระหว่างวันที่ 11-12 มิ.ย.นายอนุทินกล่าวว่า การเยือนไทยครั้งนี้สะท้อนความสำคัญที่ฝ่ายจีนให้กับความสัมพันธ์ไทย-จีน และช่วยสานต่อความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ขอบคุณรัฐบาลจีนสนับสนุนและประสานความร่วมมือกับไทยอย่างใกล้ชิดมาตลอด โดยเฉพาะเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ขอบคุณจีนที่ช่วยสนับสนุนจัดหาปุ๋ยยูเรียให้ประเทศไทย ด้าน น.ส.เสียนกล่าวว่า ยินดีที่ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายกฯและชื่นชมบทบาทผลักดันความสัมพันธ์ไทย-จีนให้ก้าวหน้าต่อเนื่อง มิตรภาพระหว่าง 2 ประเทศมีความพิเศษเสมือน “คนในครอบครัวเดียวกัน” การพบหารือครั้งนี้ จึงให้ความรู้สึกใกล้ชิดและคุ้นเคย ขอฝากความปรารถนาดีจากนายกฯ ลี่ เฉียง ของจีน มายังนายกฯด้วย บรรยากาศการพูดคุยที่เป็นกันเอง อบอุ่น และเปี่ยมด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน“บิ๊กดุลย์” ควบ ผบ.ทบ.พบนายกฯจากนั้นเวลา 09.55 น. พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เดินทางมาพร้อมกับ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เข้าพบนายกฯ โดยนั่งรถมาคันเดียวกัน คาดว่าจะมาพบเรื่องสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาและสถานการณ์ความมั่นคงด้านอื่นๆ ใช้เวลาหารือ 1 ชั่วโมง ก่อนที่นายอนุทินจะเดินลงมาส่ง พล.อ.พนา ที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้าพร้อมชูนิ้วโป้งให้รัฐถอยไม่ตัดสิทธิพ่อแม่ที่ลูกหักภาษีวันเดียวกัน นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผอ.สำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) โฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการ เพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม (บอร์ดบัตรคนจน) ที่ประชุมมีมติให้ยกเลิกการนำหลักเกณฑ์การนำภาษีลดหย่อนบิดา-มารดา-บุตร-คู่สมรส มาใช้คัดกรองผู้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐในครั้งนี้ ส่วนเกณฑ์อื่นๆหากยังมีข้อติดขัดจะพิจารณาแล้วนำเสนอ ครม.พิจารณายกเลิก ก่อนประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิรับสวัสดิการแห่งรัฐวันที่ 17 ก.ค.69 กลุ่มแรกผู้ได้รับสิทธิ 13.20 ล้านคน ผ่านคัดกรองแล้ว 10.80 ล้านคน มีเพียง 200 รายที่มีประเด็นปัญหา กลุ่มสองมีรายชื่ออยู่ในบัญชีของกระทรวง มท. และกระทรวง พม. แต่ไม่ได้รับสิทธิ 1.04 ล้านคน คัดกรองเสร็จแล้ว 700,000 คน อีก 300,000 อยู่ระหว่างคัดกรอง และกลุ่มสามไม่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีของ พม.และ มท. รวม 1.50 ล้านราย ต้องลงพื้นที่ไปคัดกรองอีกครั้ง รวมกลุ่มตกหล่นราว 2 ล้านกว่าคนที่นำรายชื่อเสนอ เพื่อให้ได้รับสิทธิต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่