ตำรวจสืบปทุมรวบหนุ่มเมียนมาฆ่านายหน้าหางานดับสยองคาบ้านเช่า แล้วหนีหัวซุกหัวซุนไปอยู่โรงงานล้างขวดที่ จ.สุพรรณบุรี สารภาพลักลอบเข้าไทยมาตามช่องทางธรรมชาติ ติดต่อผู้ตายจ่ายเงินไป 8,000 บาทเพื่อจะไปทำงานประมง รอนานกว่า 3 สัปดาห์ยังไม่ได้งาน เมื่อทวงถามเกิดโต้เถียงกัน โมโหหยิบค้อนกระหน่ำทุบหัวแล้วชิงทรัพย์ตำรวจรวบหนุ่มเมียนมาฆ่าชิงทรัพย์นายหน้าหางานรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 มิ.ย. พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.ธงรบ แจ้งจิต รอง ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.หฤษฎ์ คำจุมพล ผกก.สส.ภ.จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.ดุษฎี หิรัญรัตน์ ผกก.สภ.ลาดหลุมแก้ว ร่วมแถลงข่าวจับกุมนายไน เลน อายุ 50 ปี ชาวเมียนมาในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาพล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 กล่าวว่า คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 6 มิ.ย. ตำรวจ สภ.ลาดหลุมแก้ว รับแจ้งเหตุหญิงถูกทำร้ายเสียชีวิตอยู่ที่บ้านพักไม่มีเลขที่ หลังมูลนิธิส่งเสริมศาสนาอิสลาม หมู่ 3 ต.หน้าไม้ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ไปตรวจสอบพบศพนางทินนุย หรือซินดี้ มาวิน อายุ 43 ปี นายหน้ารับแรงงานเมียนมามาทำงานที่ประเทศไทย สภาพเสียชีวิตอยู่บนพื้นภายในห้องนอน ศีรษะถูกตีด้วยของแข็ง 15 แผล พบค้อนและมีดปลายแหลมซ่อนไว้ในถังภายในห้องน้ำ สอบถามลูกชายผู้ตายทราบว่า แม่พานายไน เลน ชาวเมียนมามาอยู่ที่บ้านเพื่อรอหางาน หลังเกิดเหตุไม่พบตัวคาดเป็นคนร้ายแนวทางการสืบทราบว่า ตำรวจตรวจกล้องวงจรปิดพบช่วงเวลา 11.58 น. วันที่ 6 มิ.ย. นายไน เดินออกจากบ้านที่เกิดเหตุมีท่าทางลุกลี้ลุกลน ถือถุงพลาสติกสีขาวขุ่นและใส่หน้ากากอนามัยปิดบังอำพรางใบหน้า เรียกรถแท็กซี่ไปส่งที่โรงงานล้างขวดภายใน อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี ฝ่ายสืบสวนนำกำลังจับกุมภายในห้องพักคนงานสอบสวนนายไน เลน สารภาพว่า ลักลอบเข้าไทยมาตามช่องทางธรรมชาติ ติดต่อผู้ตายให้มารับที่สถานีขนส่งสายใต้ใหม่แล้วมาอยู่ที่บ้านเช่าที่เกิดเหตุ ตนจ่ายเงินไป 8,000 บาทเพื่อให้ผู้ตายไปดำเนินการหางานประมง ระหว่างที่รอกว่า 3 สัปดาห์ยังไม่ได้งาน เมื่อไปทวงถามเกิดโต้เถียงกัน โมโหหยิบค้อนตีหัวผู้ตายหลายครั้ง จากนั้นถอดแหวนทองคำ 1 วงจากนิ้วผู้ตาย สร้อยสเตนเลส 1 เส้นและเงิน 1,500 บาท แล้วหนีไปอยู่ที่โรงงานล้างขวด นำแหวนทองไปขายได้เงิน 20,000 บาท กระทั่งมาถูกจับกุมอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่