เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.สนธิกำลังเปิดปฏิบัติการตรวจค้น 10 จุด ใน 4 จังหวัดประกอบด้วยกรุงเทพฯ จ.สมุทรปราการ จ.ระยอง และ จ.นนทบุรี ครอบคลุม 3 บริษัท ทลายเครือข่าย “หนูเฉิน-จีนเทา” ตรวจยึดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์เกือบ 50 ตัน คาดหากถูกส่งถึงแหล่งผลิตจะสามารถผลิตยาบ้ากว่า 1,100 ล้านเม็ด หรือยาไอซ์กว่า 21 ตัน นายกฯอนุทินรุดตรวจดูของกลางเจ้าหน้าที่ตรวจยึดสารตั้งต้นผลิตยานรกเครือข่าย “หนูเฉิน” เปิดเผยสายวันที่ 9 มิ.ย. พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักข่าวกรองแห่งชาติสาธารณรัฐเกาหลี (NIS) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กรมสรรพสามิต กรมโรงงานอุตสาหกรรม หน่วยงานนิติวิทยาศาสตร์ ตลอดจนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากต่างประเทศ สนธิกำลังเข้าค้นโกดังสินค้าทรัพย์สีไทย พื้นที่หมู่ 1 ต.บางจาก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ตรวจยึดสารตั้งต้นนำไปผลิตยาเสพติดจำนวนมากอยู่ในโกดังที่ 18 -20 และ 44 รวม 4 โกดัง ภายหลังขยายผลเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติที่เชื่อมโยงกับนายธูปนันท์ ธรรมรัตน์ธาดา หรือ “หนูเฉิน” ผู้ต้องหารายสำคัญที่ถูกส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมาคดีนี้สืบเนื่องเครือข่ายนายหนูเฉินมีพฤติการณ์ลักลอบจัดหาและขนส่งสารตั้งต้นทางเคมี เพื่อนำไปใช้ในโรงงานผลิตยาเสพติดบริเวณพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ รวมทั้งมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนจีนสีเทาที่ลักลอบนำสารเคมีไปใช้ผลิต “เอโทมิเดต” วัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 สำหรับผสมในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่จับกุมผู้เกี่ยวข้องในเครือข่ายดังกล่าวได้แล้ว 4 คดีสำหรับปฏิบัติการในครั้งนี้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นเป้าหมายรวม 10 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ จ.สมุทรปราการ จ.ระยอง และ จ.นนทบุรี ครอบคลุม 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท ศักย์พิรุณณ์ เคมิคอล จำกัด จำนวน 3 จุด บริษัท เอ็มซี อินดัสเทรียลเคมิคัล จำกัด จำนวน 4 จุด และบริษัท โซลเวย์ เพอรอกซีไทย จำกัด จำนวน 3 จุด จุดสำคัญอยู่ภายในโกดังของบริษัท เอ็มซี อินดัสเทรียลเคมิคัล จำกัด พบสารเคมีจำนวนมากที่เชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าวผลการตรวจค้นตรวจยึดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ที่อาจถูกนำไปใช้ในกระบวนการผลิตยาเสพติดได้รวม 5 ชนิด ได้แก่ อะเซโตน 9,088 กก. กรดไฮโดรคลอริก 225 กก. กรดอะซิติก 10,170 กก. กรดซัลฟิวริก 4,500 กก.และไดออกทิล ทาเลต (Dioctyl Phthalate) 26,000 กก. รวมปริมาณเกือบ 50 ตันเจ้าหน้าที่ประเมินว่า หากสารเคมีทั้งหมดถูกลำเลียงไปถึงแหล่งผลิตยาเสพติด จะสามารถนำไปผลิตยาบ้าได้มากกว่า 1,100 ล้านเม็ด หรือผลิตยาไอซ์ได้กว่า 21 ตัน ใกล้เคียงกับปริมาณยาไอซ์ที่ตรวจยึดได้ตลอดทั้งปีที่ผ่านมา นับเป็นการสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดได้ตั้งแต่ต้นทาง ก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิตและกระจายสู่เครือข่ายจำหน่าย นอกจากนี้จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ไม่พบหลักฐานการได้รับอนุญาตครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 รวมถึงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองและจัดเก็บสารเคมีดังกล่าว จึงได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 54 (3) แห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ตรวจยึดสารเคมี วัสดุอุปกรณ์ และพยานหลักฐานทั้งหมดไว้ตรวจสอบ พร้อมเร่งขยายผลไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศต่อมาเวลา 20.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เดินทางมาตรวจสอบโกดังทรัพย์สีไทย พร้อมกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการตัดวงจรการผลิตตั้งแต่ต้นทาง พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสกัดกั้นเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง และไม่ปล่อยให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นทางผ่านหรือฐานสนับสนุนการผลิตยาเสพติดอีกต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่