ครบ 100 วันการสู้รบระหว่าง “สหรัฐอเมริกา-อิสราเอล” กับ “อิหร่าน” สันติภาพยังริบหรี่ หลังการเจรจายุติศึกมาถึงทางตัน เมื่อคู่ขัดแย้งไม่เห็นพ้องในเงื่อนไข โดย “อิหร่าน” ย้ำสหรัฐฯต้องคืนทรัพย์สินนอกประเทศกว่า 7.68 แสนล้านบาทที่ถูกอายัด พร้อมยกเลิกคว่ำบาตร กับต้องได้คุมช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงยิวต้องหยุดถล่มเลบานอน ขณะที่ “สหรัฐฯ” เล็งผันทรัพย์สินอิหร่านฟื้นฟูชาติพันธมิตรในตะวันออกกลางแทนสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอลและอิหร่าน ครบกำหนด 100 วันเต็ม เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ท่ามกลางบรรยากาศที่ยังเต็มไปด้วยความตึงเครียด หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลอิหร่านประกาศระงับการเจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นการชั่วคราว ให้เหตุผลว่าฝ่ายอิสราเอลยังคงไม่หยุดยิงในสมรภูมิเลบานอน ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการหย่าศึกสำหรับอิหร่าน ทั้งยังแสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ ไม่ได้จริงจังกับการยุติสงคราม โดยภายหลังการระงับเจรจานั้น ทางกองทัพอิหร่านและกองทัพสหรัฐฯยังมีการปะทะกันแบบจำกัดวงมาตลอดสัปดาห์ขณะที่สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ตัดสินใจปล่อยให้สถานการณ์คาราคาซังไปเช่นนี้ก่อน แต่ได้ขีดเส้นไว้ว่า หากมีทหารอเมริกันเสียชีวิตเมื่อใด จะกลับไปรบเต็มรูปแบบทันทีสำหรับความคืบหน้าในวันเดียวกันนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯยังคงพยายาม กดดันรัฐบาลอิหร่านให้กลับสู่กระบวนการเจรจา โดยมีการให้นายสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.คลังสหรัฐฯ หาช่องทางในการนำสินทรัพย์ของอิหร่านในต่างแดนที่ถูกสหรัฐฯอายัดไว้ ไปใช้เป็นค่าฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดขึ้นในประเทศรอบๆอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงในประเทศคู่ขัดแย้ง เบื้องต้นมีรายงานว่าทรัพย์สินของอิหร่านมูลค่าประมาณ 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 768,000 ล้านบาท จะถูกนำไปใช้ฟื้นฟูความเสียหายให้แก่ประเทศอิสราเอลเป็นลำดับแรก จากนั้นหากมีเหลือ จึงจะแบ่งไปให้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และคูเวต ใช้เป็นลำดับต่อไปด้านรัฐบาลอิหร่านยังไม่แสดงปฏิกิริยาอย่างเป็นทางการต่อท่าทีกดดันของรัฐบาลสหรัฐฯ แต่ในการเจรจาหาทางหย่าศึกตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา อิหร่านได้แสดงจุดยืนหนักแน่นมาตลอดว่า การจะเกิดข้อตกลงใดๆ หรือจะจัดทำบันทึกความเข้าใจใดๆ เพื่อยุติการสู้รบ สหรัฐฯต้องคืนสินทรัพย์ของอิหร่านที่อายัดไว้ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร ยอมรับว่าช่องแคบฮอร์มุซอยู่ในความควบคุมของอิหร่าน และจะไม่มีการหารือในเรื่องโครงการพัฒนานิวเคลียร์ จนกว่าการสู้รบในทุกแนวรบ รวมถึงในประเทศเลบานอน จะจบสิ้นลง ซึ่งทีแรกรัฐบาลสหรัฐฯดูเหมือนจะส่งสัญญาณยอมรับในเงื่อนไขส่วนใหญ่ แต่ทางสื่อท้องถิ่นสหรัฐฯระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้สั่งให้กลับลำ แสดงจุดยืนแข็งกร้าวภายหลังถูกกดดันอย่างหนักจากกลุ่มล็อบบี้ยิสต์ไม่ให้ยอมรับเงื่อนไขของอิหร่าน นอกจากนี้ นายคาเซม การิบาบาดี รมช.ต่างประเทศอิหร่าน ยังเคยเปิดเผยว่า รัฐบาลอิหร่านต้องการให้สหรัฐฯ คืนสินทรัพย์อิหร่านที่อายัดไว้อย่างน้อย 12,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 384,000 ล้านบาทภายในเวลา 1 เดือนหลังจากมีการลงนามตกลงยอมรับบันทึกความเข้าใจแนวทางการเจรจาหย่าศึกระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯส่วนหนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์ก ไทมส์ รายงานอ้างแหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาลสหรัฐฯว่า กระทรวงกลาโหมเพนตากอนสหรัฐฯได้มีการปรับระดับภัยคุกคามทางด้านข่าวกรอง โดยกำหนดให้อิสราเอลในตอนนี้ถือเป็น “ภัยคุกคามขั้นสูงสุด” หลังจากข้อมูลรอบด้านบ่งชี้ว่าทีมเจรจากับรัฐบาลอิหร่านอย่างนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของนายทรัมป์ หรือนายเอลบริดจ์ โคลบี ฝ่ายนโยบายระดับสูงของเพนตากอน กำลังตกเป็นเป้าหมายการสอดแนมของหน่วยข่าวกรองอิสราเอล อีกทั้งฝ่ายอิสราเอลยังพยายามหาข่าวและสอดแนมสหรัฐฯอย่างหนักเพื่อดูทิศทางของรัฐบาลสหรัฐฯตอนนี้ว่า ต้องการอะไรจากสถานการณ์เลบานอนและอิหร่านอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่