นับตั้งแต่รัฐบาลสหภาพยุโรปอนุมัติการปล่อยเงินกู้ 90,000 ล้านยูโร หรือกว่า 3.4 ล้านล้านบาทให้แก่ยูเครน ในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. ก็จะเห็นได้ว่า สงครามในภูมิภาคยุโรปตะวันออกได้เริ่มกลับมารุนแรงอีกครั้งโดยเฉพาะการใช้โดรนพิฆาตโจมตีต่อดินแดนของรัสเซียโดยตรง มีรายงานโครงสร้างพื้นฐานของรัสเซีย รวมถึงแหล่งพลังงานในจังหวัดต่างๆถูกโจมตีเป็นระยะๆ ช่วงปลายสัปดาห์ก่อนมีรายงานเรือขนข้าวถูกโจมตีในทะเลดำ มีลูกเรือชาวอาเซอร์ไบจานเสียชีวิตอย่างน้อย 5 คนตามมาด้วยช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีความพยายามอีกครั้งในการใช้โดรนพิฆาตโจมตีนคร “เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก” เมืองหลวงเก่าที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรม เที่ยวบินต่างๆถูกยกเลิกเป็นการชั่วคราว ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงรัสเซียเผยว่า มีการยิงสกัดกั้นโดรนได้กว่า 140 ลำภายในวันเดียวในช่วงปีที่ผ่านมาจนถึงต้นปี 2569 นี้ จะเป็นฝ่ายรัสเซียส่วนใหญ่ที่ใช้โดรนโจมตีเป้าหมายในเมืองต่างๆของยูเครน ขณะที่ฝ่ายยูเครนจะเป็นการใช้โดรนป่วนเป้าหมายต่างๆ ในพื้นที่แนวรบ หรือภายในจังหวัดพื้นที่ความขัดแย้งตามพรมแดน แต่ภายหลังจาก “สหภาพยุโรป” อนุมัติการปล่อยเงินกู้ 90,000 ล้านยูโร ทางฝ่ายยูเครนก็ดูเหมือนจะกลับมาคึกคักในทันทีทันใดเสียงจากฝ่ายเจ้าหน้าที่รัสเซียก็ยังไปในทางเดียวกัน โดยช่วงนี้จะมีการเน้นย้ำเรื่องยุโรปมากเป็นพิเศษ รัสเซียจะพูดถึงสหรัฐอเมริกาว่า แม้ว่าหลังฉากจะเป็นไปอย่างที่รู้กัน แต่ “อย่างน้อย” ก็ยังพยายามหาทางเจรจา เสนอไอเดียต่างๆ มาในเรื่องการหย่าศึก แต่สำหรับยุโรปนั้นทางรัสเซียมองว่า พวกนั้นกำลังต้องการให้รัสเซียพ่ายแพ้ รัสเซียต้องประสบความปราชัย รัสเซียต้องอ่อนแอ ไม่มีที่จะพูดเรื่องสันติภาพสอดคล้องกับท่าทีขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ที่เริ่มคึกคักในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีการออกมาประกาศว่า ชาติสมาชิกนาโตนอกจากจะปล่อยให้โดรนพิฆาตบินผ่านน่านฟ้าไปโจมตีรัสเซียแล้ว สมควรที่จะต้องให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมด้วยการช่วย “ชี้เป้า” แนะนำเส้นทางว่าโดรนควรบินไปทางไหนถึงจะเล่นงานรัสเซียได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดจากปัจจัยเหล่านี้คงพอจะยืนยันได้แล้วว่า ยุโรปในตอนนี้กำลังแสดงท่าทีว่าต้องการยกระดับการทำศึกกับรัสเซีย โลกที่กำลังวุ่นวายอยู่แล้วจากศึกสหรัฐฯ–อิสราเอล– อิหร่านในภูมิภาคตะวันออกกลาง อาจมีแนวโน้มจะวุ่นวายยิ่งขึ้นไปอีก.ตุ๊ ปากเกร็ดคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม